Hole Cafe ร้านขายกาแฟผ่านรู เทรนด์ฮิตของชาว Introvert ทั่วโลก ที่อยากเปิดร้านกาแฟ
Business

Hole Cafe ร้านขายกาแฟผ่านรู เทรนด์ฮิตของชาว Introvert ทั่วโลก ที่อยากเปิดร้านกาแฟ

13 ม.ค. 2026
Hole Cafe ร้านขายกาแฟผ่านรู เทรนด์ฮิตของชาว Introvert ทั่วโลก ที่อยากเปิดร้านกาแฟ /โดย ลงทุนเกิร์ล
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนน่าจะผ่านตากับคลิปไวรัลของคาเฟสุดลึกลับย่านเมืองทองธานี ที่ชื่อ “Hole Cafe”
โดยสิ่งที่ทำให้คาเฟนี้เป็นที่พูดถึง คือการขายกาแฟ ผ่านรูเล็ก ๆ บนกำแพงปูน ไร้ซึ่งโต๊ะ เก้าอี้ ไม่เห็นแม้แต่ใบหน้าของบาริสตา จนหลายคนตั้งฉายาว่าเป็นคาเฟสำหรับชาว Introvert
แต่รู้หรือไม่ว่า ความจริงแล้ว คาเฟแบบนี้เรียกว่า “Hole-in-the-wall” และเป็นโมเดลธุรกิจที่เคยเป็นไวรัลมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก
ภายใต้รูบนกำแพงนี้ มีแนวคิดอะไรซ่อนอยู่ ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Hole Cafe หรือ Hole-in-the-wall คือร้านกาแฟขนาดเล็กที่เน้นขายแบบ Take Away ผ่านรูเล็ก ๆ บนกำแพง ลูกค้าจะสั่งและรับกาแฟผ่านช่องรูนั้น ส่วนใหญ่มักไม่มีโต๊ะที่นั่ง โดยโมเดลนี้เคยดังมาแล้วในหลายประเทศ
หนึ่งในเคสที่ถูกพูดถึงมากคือ ช่วงปี 2020 เมื่อร้านกาแฟในเซี่ยงไฮ้ชื่อว่า Hinichijou กลายเป็นไวรัล จากการเป็นร้านกาแฟที่มีเพียงกำแพงสีเทาและรูโหว่เล็ก ๆ เพียงรูเดียว ไม่มีโต๊ะหรือเก้าอี้ให้บริการ
ต่อมาในปี 2021 เทรนด์รับกาแฟผ่านรูก็ข้ามฝั่งมายังเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น กับร้าน Kuma no Te Cafe หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อร้านกาแฟอุ้งเท้าหมี ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในโซเชียลมีเดีย
และความฮิตนี้ยังคงต่อเนื่องมาถึงปี 2022 เมื่อร้าน Anakuma Cafe ในกรุงโตเกียว ตกแต่งร้านด้วยธีมสีเขียว และมีอุ้งมือหมีนุ่ม ๆ คอยยื่นเครื่องดื่มและขนมออกมาส่งให้ลูกค้าผ่านรูบนกำแพงเช่นเดียวกัน
ผ่านมา 3 ปี มีร้านกาแฟที่เสิร์ฟผ่านรูมากมายทั่วโลก ตัวอย่างเช่น
ร้าน A Hole Coffee ที่ประเทศสหรัฐอเมริการ้าน Mamonaku Kohi Hole-in-the-Wall Cafe ที่ประเทศฟิลิปปินส์ร้าน Jamboo ที่ประเทศมาเลเซียร้าน Hole In the Wall ที่เชียงใหม่ ประเทศไทย
และล่าสุดเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา ก็มีร้านในไทยที่กลายเป็นไวรัล ชื่อว่า Hole Cafe ตั้งอยู่แถวเมืองทองธานี
แล้วเบื้องหลังของ Hole-in-the-wall คืออะไร ?
ต้องบอกว่าในยุคแรก ๆ ร้านแนวนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับกลุ่มคนที่มีความเปราะบางทางจิตใจ หรือมีภาวะประหม่าในการเข้าสังคม
เช่นร้าน Kuma no Te Cafe ในญี่ปุ่น ที่พนักงานหลังกำแพงคือนักเรียนที่กำลังรักษาเยียวยาจิตใจ ซึ่งการขายผ่านรูและสวมอุ้งมือหมี ช่วยให้พวกเขาได้ฝึกกลับเข้าสู่สังคมและสร้างรายได้
แต่ในช่วงปีหลัง ๆ มา ร้านแบบนี้กลายเป็นเทรนด์สำหรับเจ้าของร้านที่อยากโฟกัสกับคุณภาพกาแฟ และต้องการลดการปฏิสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็นกับลูกค้าลง
อย่างร้าน Hole Cafe ตรงเมืองทองธานี เพียงแค่ลูกค้าเลือกการ์ดเมนูที่ต้องการ ยื่นเข้าไปในรู ก็จะได้รับคิวอาร์โคดสำหรับจ่ายเงิน และรอรับกาแฟได้เลย
นอกจากนั้น ยังเป็นร้านที่ใช้พื้นที่น้อย ลดค่าเช่า ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานเสิร์ฟ พนักงานเก็บโต๊ะ พนักงานรับออร์เดอร์ ทุกอย่างจบได้ที่เจ้าของร้านคนเดียว ก็ประหยัดต้นทุนต่อเดือนได้อีกมาก
ที่สำคัญคือความแปลกนี้เอง ทำให้ลูกค้าอยากที่จะถ่ายคลิปลงโซเชียลเพื่อเช็กอินว่าได้มาลองทานกาแฟที่เสิร์ฟอย่างลับ ๆ ผ่านรูนี้แล้ว มันจึงกลายเป็นโมเดลธุรกิจร้านกาแฟที่หลาย ๆ ประเทศนำไปทำตามกัน
ปิดท้ายด้วยเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ
จริง ๆ แล้ว “ขายของผ่านช่องกำแพง” ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว เพราะในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ที่อิตาลีเคยเกิดโรคระบาด จนเกิดเทรนด์ขายไวน์แบบ Social Distancing เรียกว่า “Wine Window”
โดยบนกำแพงจะมีรูที่ถูกเจาะให้มีรูปร่างเหมือนหน้าต่างขนาดเล็ก ไว้สำหรับเป็นช่องทางซื้อขายไวน์ ผู้ซื้อและผู้ขายไม่จำเป็นต้องสัมผัสโดนกันและกัน
เมื่อลูกค้าต้องการซื้อไวน์ ก็จะส่งสัญญาณด้วยการเคาะ “ก๊อก ก๊อก” ที่แผ่นไม้ หลังจากนั้นเจ้าของร้าน ก็จะยื่นขวดไวน์ผ่านทางช่องนี้ออกมาส่งให้
ซึ่ง Wine Window เหล่านี้ยังคงหลงเหลือให้เห็นตามท้องถนนในเมืองฟลอเรนซ์มาจนถึงปัจจุบัน แถมยังถูกปลุกกลับมาใช้งานอีกครั้งในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมา..
References :
Time Out, China Daily, SoraNews24
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.