ธุรกิจของเด็กมหาลัย ที่เริ่มต้นด้วยเงินหลักหมื่น ไม่เคยโฆษณา แต่ทำเงินได้ 8.4 ล้านบาทในวันเดียว
Business

ธุรกิจของเด็กมหาลัย ที่เริ่มต้นด้วยเงินหลักหมื่น ไม่เคยโฆษณา แต่ทำเงินได้ 8.4 ล้านบาทในวันเดียว

23 ม.ค. 2026
ธุรกิจของเด็กมหาลัย ที่เริ่มต้นด้วยเงินหลักหมื่น ไม่เคยโฆษณา แต่ทำเงินได้ 8.4 ล้านบาทในวันเดียว /โดย ลงทุนเกิร์ล
จากหญิงสาวที่มีปัญหาไมเกรนเรื้อรังจากโรควิตกกังวล แต่เธอกลับนำสิ่งเหล่านี้มาเป็นแรงบันดาลใจสร้างแบรนด์แฟชั่นที่ทำรายได้มากถึง 30 ล้านบาทตั้งแต่ปีแรก ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นหลักหมื่นบาท
นี่คือเรื่องราวของคุณ Sophie Nistico ที่ปัจจุบันอายุเพียง 25 ปี เจ้าของแบรนด์ “See The Way I See” 
แบรนด์ขายสินค้าแฟชั่นทั่วไปอย่างเสื้อผ้าสกรีนตัวหนังสือและแอกเซสซอรี แต่กลับทำเงินได้มหาศาล และมีผู้ติดตามใน Instagram กว่า 2.3 แสนบัญชี 
อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้แบรนด์เสื้อผ้าของเธอเติบโตขนาดนี้ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
เรื่องราวของแบรนด์ See The Way I See เริ่มมาจากตัวผู้ก่อตั้งอย่างคุณ Nistico ที่พยายามรับมือกับอาการวิตกกังวลที่เธอเผชิญมาโดยตลอด
เธอจึงเริ่มทำงานศิลปะเพื่อเยียวยาตัวเอง ก่อนจะแชร์ลงบน Instagram ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอได้เห็นว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่กำลังต่อสู้กับปัญหาสุขภาพจิตเช่นเดียวกันกับเธอ
และได้กลายเป็นแรงบันดาลให้คุณ Nistico ก่อตั้ง See The Way I See แบรนด์เสื้อผ้าที่เน้นเรื่องสุขภาพจิต โดยบริเวณแขนเสื้อจะมีข้อความให้กำลังใจ เพื่อคอยส่งแรงใจให้กับคนที่กำลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก
ตัวอย่างเช่น “This feeling too shall pass” ที่หมายถึง ความรู้สึกนี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน หรือข้อความเล็ก ๆ ว่า “Breathe in” และ “Breathe out” ที่เตือนให้คนที่มีภาวะวิตกกังวล หายใจเข้าลึก ๆ และหายใจออก
ในช่วงแรกคุณ Nistico เริ่มด้วยการนำเงินเก็บที่มีอยู่ 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16,000 บาท ไปลงทุนซื้อเครื่องพรินต์สติกเกอร์ ผลิตสติกเกอร์ข้อความให้กำลังใจวางขายผ่านช่องทางออนไลน์
ก่อนจะนำกำไรจากการขายสติกเกอร์กลับมาลงทุนต่อ จนมีเงินมากพอที่จะผลิตเสื้อล็อตแรกออกมาขาย ซึ่งก็ขายไปได้ถึง 100 ตัวในเวลาเพียง 2 วัน
แล้วอะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของแบรนด์นี้ ?
ถ้ามองผ่าน ๆ คงเห็นว่า See The Way I See คือแบรนด์เสื้อผ้าสกรีนข้อความที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่มากนัก
แต่สิ่งที่ทำให้โดดเด่นออกมา คือจุดยืนของสินค้า ที่ส่งเสริมให้คนตระหนักเรื่องสุขภาพจิต และเปิดพื้นที่ให้คนพูดถึงเรื่องนี้มากขึ้น ผ่านข้อความบนเสื้อผ้าที่เขียนตัวใหญ่ ๆ ว่า Anxious หรือ Overthinker เป็นต้น
นอกจากนั้น สินค้าจาก See The Way I See ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนกำลังใจเล็ก ๆ ให้กับคนที่กำลังเผชิญความเครียด หรือความกังวลในชีวิตประจำวัน 
ผ่านข้อความให้กำลังใจ เช่น เสื้อที่มีการปักว่า “Grow at your own pace” ที่แปลว่าจงเติบโตในแบบของคุณเอง สิ่งนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น และเกิดเป็น Emotional Connection 
เมื่อคนรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมกับแบรนด์ ก็มักจะติดตาม และกลับมาสนับสนุน จนกลายเป็นคอมมิวนิตีที่ช่วยขับเคลื่อนยอดขาย
พลังของคอมมิวนิตียังช่วยให้คุณ Nistico ไม่ต้องทุ่มงบไปกับการโฆษณา เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ก็มาจากการทำคอนเทนต์และการตลาดบนโซเชียลมีเดียของเธอเอง
อีกทั้ง แบรนด์ยิ่งเติบโตแบบก้าวกระโดด เมื่อเธอได้ไปออกรายการ Shark Tank ในปี 2023 
แม้สุดท้ายเธอจะถูก Shark ปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าธุรกิจของเธอมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว และมีกระแสเงินสดที่ดี จึงไม่จำเป็นต้องมีผู้ร่วมทุน
แต่สิ่งที่เธอได้กลับบ้านคือ คำชมล้นหลาม และแสงสปอตไลต์ที่ส่องมายังแบรนด์ของเธอเต็ม ๆ 
นอกจากนี้ See The Way I See ยังเป็นธุรกิจที่มีกำไรต่อชิ้นค่อนข้างสูง ตามที่คุณ Nistico เปิดเผยในรายการ Shark Tank ว่าต้นทุนเสื้อคอกลมซึ่งอยู่ที่ราว 680 บาท แต่ขายได้ถึงตัวละ 1,900 บาท
ส่วนเสื้อฮูดดีมีต้นทุนอยู่ที่ตัวละประมาณ 800 บาท ก็มีราคาขายปลีกถึงตัวละ 2,400 บาท เลยทีเดียว
ซึ่งก็เพราะการวางตำแหน่งแบรนด์ที่ต่างจากสินค้าแฟชั่นทั่วไป โดยเน้นไปที่ด้านสุขภาพจิต ทำให้ลูกค้าได้รับคุณค่าทางอารมณ์จากการสวมใส่แบรนด์ และพวกเขาก็เต็มใจที่จะจ่ายเพื่อสนับสนุนประเด็นนี้ 
สุดท้าย คือการใช้โมเดลขายสินค้าในระยะเวลาจำกัด (Product Drop) โดยปล่อยสินค้าออกมาเป็นรอบ ๆ เพื่อให้สินค้ามีความพิเศษและเป็นที่ต้องการมากขึ้น 
ซึ่งก็สร้างความต้องการสินค้าให้แบรนด์ได้อย่างดี เพราะถ้าพลาดก็อาจจะต้องรอรีสต๊อกอีกที ซึ่งไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอน กลยุทธ์นี้เคยทำให้แบรนด์สร้างยอดขายไปได้ถึง 8.4 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง
สาเหตุทั้งหมดนี้ ทำให้แบรนด์ See The Way I See เป็นมากกว่าแฟชั่นในสายตาลูกค้า เพราะแบรนด์ยังเป็นเหมือนตัวกลาง ที่ช่วยสื่อสารปัญหาของคนที่กำลังเผชิญภาวะวิตกกังวลและมีปัญหาด้านจิตใจ
แต่ก็น่าสนใจว่าในตลาดทุกวันนี้ที่หลายแบรนด์หันมาตระหนักเรื่อง Mental Health กันมากขึ้น
คุณ Nistico จะสร้างความสดใหม่ให้กับแบรนด์ของเธอ
โดยไม่ทิ้งจุดยืนที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกได้อย่างไร..
References :
- เว็บไซต์ See The Way I See, รายการ Shark Tank
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.