ถอด 3 กลยุทธ์ Chillhouse จากร้านซาลอน สู่แบรนด์เล็บเจลปลอมสุดฮิต ที่บริษัทใหญ่เข้าซื้อกิจการ
Business

ถอด 3 กลยุทธ์ Chillhouse จากร้านซาลอน สู่แบรนด์เล็บเจลปลอมสุดฮิต ที่บริษัทใหญ่เข้าซื้อกิจการ

12 มี.ค. 2026
ถอด 3 กลยุทธ์ Chillhouse จากร้านซาลอน สู่แบรนด์เล็บเจลปลอมสุดฮิต ที่บริษัทใหญ่เข้าซื้อกิจการ /โดย ลงทุนเกิร์ล  
สำหรับสาว ๆ ที่ชอบเปลี่ยนสีเล็บเป็นประจำ แต่ไม่มีเวลาเข้าร้านทำเล็บ “เล็บเจลปลอม” จึงเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ เพราะทั้งสะดวกรวดเร็ว ราคาสบายกระเป๋า แถมทำเองได้ที่บ้าน 
หนึ่งในแบรนด์ที่มาแรงในช่วงนี้คือ Chillhouse เล็บเจลปลอมที่มีสไตล์สุดชิก แต่ยังให้ความเนียนเหมือนไปทำเล็บที่ร้าน จนถูกยกย่องให้เป็นแบรนด์เล็บเจลปลอมที่ดีที่สุดในปี 2025 จาก Byrdie เว็บไซต์ด้านความงามชื่อดัง
โดยล่าสุด บริษัท Kiss Beauty Group เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์เล็บและขนตาอย่าง Kiss, Falscara และ Impress ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการ Chillhouse อย่างเป็นทางการ
แล้ว Chillhouse มีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างไรบ้าง ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง 
จุดเริ่มต้นของแบรนด์เกิดขึ้นในปี 2017 โดยคุณ Cyndi Ramirez ผู้ริเริ่มเปิดร้านซาลอนและสปาที่ชื่อว่า  Chillhouse ในเมืองนิวยอร์ก 
โดยรวบรวมบริการการดูแลความงามสำหรับผู้หญิง เช่น ทำเล็บ, สปาตัว และนวดหน้า พร้อมเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยการตกแต่งร้านที่ทันสมัย มีราคาเข้าถึงได้ แต่ยังคงคุณภาพได้มาตรฐาน 
ซึ่งเพียงไม่นานร้านก็เริ่มมีชื่อเสียงจากการทำ Nail Art และขยายสาขาไปถึงแมนแฮตตัน และปารีส 
แต่เมื่อโควิด-19 เริ่มรุนแรง ทำให้คุณ Ramirez ต้องปิดหน้าร้านชั่วคราว และเริ่มต่อยอดการทำสินค้าใหม่โดยใช้ชื่อว่า Chill Tips เล็บเจลปลอมที่ทำเองได้ที่บ้าน
ผลปรากฏว่า เล็บเจลปลอมของแบรนด์ขายดีเกินคาด เนื่องจากปล่อยสินค้ามาถูกจังหวะ ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนไม่สามารถออกมาทำเล็บที่ร้านได้ 
โดยจุดเด่นของ Chill Tips คือ ดิไซน์และรูปทรงเล็บหลากหลาย ทำจากวัสดุคุณภาพสูง ใส่สบาย ติดทนนาน ภายในกล่องมีอุปกรณ์ทำเล็บพร้อมให้ลูกค้าสามารถคัสตอมให้เข้ากับขนาดเล็บของตัวเอง
ภายหลังเมื่อร้านค้าสินค้าแฟชั่นชื่อดังอย่าง Urban Outfitters ติดต่อขอให้แบรนด์นำสินค้ามาวางขายที่ร้าน ทำให้ Chillhouse เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนยอดขายเล็บเจลปลอมสูงกว่าการบริการทำเล็บที่หน้าร้าน 
ปัจจุบัน แบรนด์ยังพัฒนาลวดลายเล็บเจลปลอมตามเทรนด์ของสาว ๆ ต่อยอดสินค้าดูแลเล็บหลายรูปแบบ พร้อมขยายการวางขายสินค้าในร้านค้าปลีกชั้นนำของสหรัฐฯ เช่น Target, Walmart, CVS และอื่น ๆ 
ที่น่าสนใจคือ แม้ว่าสินค้าที่เป็นฮีโรโปรดักต์อย่าง Chill Tips จะกลายเป็นเครื่องจักรทำเงินให้กับแบรนด์ แต่คุณ Ramirez ยังคงรีโนเวตและเปิดร้าน Chillhouse ไปพร้อม ๆ กัน ผ่านกลยุทธ์หลัก 3  ข้อ 
ข้อแรกคือ การสร้างหน้าร้านให้เป็นศูนย์กลางแบรนด์ 
สำหรับ Chillhouse หน้าร้านคือจุดเริ่มต้นของบทสนทนาระหว่างลูกค้าและช่าง ที่ต่อยอดความเป็นคอมมิวนิตีแบรนด์ ซึ่งสิ่งนี้ไม่สามารถสั่งผลิตในโรงงานได้ 
อีกทั้งยังเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ไอเดียและพัฒนาสินค้าใหม่ จากการทดสอบสีทาเล็บ, ทดสอบสูตรจากน้ำยาทาเล็บใหม่ และรับฟีดแบ็กจากช่างและลูกค้าได้ทันที 
นอกจากนี้ ในโลกที่ AI เข้ามาทำให้ชีวิตผู้คนง่ายขึ้น แต่ประสบการณ์และการรักษาความรู้สึกของลูกค้าผ่านการให้บริการ ยังเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจได้เสมอ 
ถัดมาคือ สร้างคอมมิวนิตีแบรนด์อย่างแท้จริง
คุณ Ramirez มองว่า คอมมิวนิตี เป็นคำที่หลายคนอาจรู้จักเพียงผิวเผิน เช่น การที่แบรนด์ส่งข้อความหาลูกค้าโดยตรง หรือการเปิด Pop-Up ของแบรนด์จนมีคนมาต่อคิวยาว สิ่งเหล่านี้อาจเป็นแค่เรื่องไวรัลชั่วคราว หากลูกค้าไม่สามารถจดจำแบรนด์ได้  
สำหรับ Chillhouse คอมมิวนิตีที่แท้จริงคือจุดพบปะของสาว ๆ ที่เข้ามาใช้บริการในร้าน จนเกิดเป็นความประทับใจ และมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นระหว่างการทำเล็บ 
ยกตัวอย่างการจัดอิเวนต์ หรือคลาสบิวตี คุณ Ramirez จะสังเกตว่าผู้หญิงคนเดิมจำนวน 2 ถึง 3 คนเข้าร่วมงานเสมอ และเมื่อแบรนด์เริ่มจัดงานมากขึ้น สาว ๆ เหล่านั้นก็กลายเป็นเพื่อนกัน 
หรือแม้กระทั่งลูกค้าที่ไม่ได้อยู่ในร้าน Chillhouse แต่สังเกตเห็นคนใส่ Chill Tips แล้วจดจำดิไซน์ที่เป็นซิกเนเชอร์ของแบรนด์ได้ในทันที และเริ่มกลายเป็นบทสนทนาระหว่างกัน 
ทั้งหมดนี้ทำให้ Chillhouse ยังคงเปิดธุรกิจหน้าร้านต่อไปได้ และไม่ได้เป็นเพียงกระแสไวรัลแค่ชั่วคราว 
สุดท้ายคือ การปรับตัวและพัฒนาแบรนด์เสมอ 
Chillhouse ดำเนินธุรกิจมาแล้วเกือบ 9 ปี มีการเปลี่ยนบทบาทจากซาลอนและสปา สู่แบรนด์ที่เน้นเล็บเจล
คุณ Ramirez มองว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่ยกระดับแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้น 
ด้านร้านซาลอนและสปา Chillhouse มีการปรับปรุงร้านค้าภายในใหม่ พร้อมบริการนวด คาเฟ และห้องซาวน่า เพื่อตอบรับสาว ๆ ที่ต้องการดูแลตัวเองแบบครบวงจร  
อีกทั้งยังมีสินค้าของแบรนด์พาร์ตเนอร์ที่คัดสรรมาวางขายในร้าน เช่น DedCool, Boy Smells, Sofie Pavitt, Liis และ Elliot Cole
สำหรับด้านสินค้ายังคงมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ โดยดำเนินงานอิสระภายใต้ Kiss Beauty Group พร้อมเตรียมขยายช่องทางการขายสินค้าสู่ต่างประเทศ และเล็งขยายกิจการ Chillhouse ในเมืองอื่น ๆ  
อ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นว่า สิ่งที่ทำให้ Chillhouse ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่การพลิกวิกฤติจากช่วงที่ต้องปิดหน้าร้าน สู่โอกาสในการทำเล็บเจลปลอมเท่านั้น 
แต่คือการไม่ทิ้งรากของแบรนด์ และใช้หน้าร้านและกลุ่มคอมมิวนิตีเป็นหัวใจในการเติบโต ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ Chillhouse สามารถสร้างชื่อเสียงทั้งร้านซาลอนและแบรนด์เล็บเจลอันดับต้น ๆ ที่ใครหลายคนนึกถึง.. 
References: 
- Forbes, Cosmeticsbusiness, Beautyindependent, WWD
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.