“ร้านขายยา” ในเกาหลี แหล่งช็อปสกินแคร์ใหม่ สวรรค์ของนักท่องเที่ยว
Business

“ร้านขายยา” ในเกาหลี แหล่งช็อปสกินแคร์ใหม่ สวรรค์ของนักท่องเที่ยว

23 มี.ค. 2026
“ร้านขายยา” ในเกาหลี แหล่งช็อปสกินแคร์ใหม่ สวรรค์ของนักท่องเที่ยว /โดย ลงทุนเกิร์ล
ก่อนหน้านี้ นักท่องเที่ยวที่ไปเกาหลีใต้ มักกลับมาพร้อมถุงช็อปปิงจาก Olive Young หรือร้านเครื่องสำอางแบรนด์ดัง
แต่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ภาพนั้นเริ่มเปลี่ยนไป เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย เริ่มหันไปเดินช็อปปิงที่ “ร้านขายยา” กันมากขึ้น 
จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวครั้งใหม่ของธุรกิจร้านขายยาในเกาหลีใต้ ที่หันมาเจาะตลาดนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง
ธุรกิจร้านขายยารูปแบบใหม่มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
จากข้อมูลในปี 2025 พบว่าจำนวนธุรกรรมด้านการแพทย์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า ภายในเวลาเพียง 4 ปี และกว่า 59% ของการใช้จ่ายในกลุ่ม Medical Tourism เกิดขึ้นที่ “ร้านขายยา”
โดยเฉพาะในย่านฮิตอย่าง มยองดง ฮงแด และคังนัม ที่เริ่มเห็นนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้าไปเลือกซื้อสกินแคร์และเวชสำอางในร้านขายยา จนเป็นเรื่องปกติ
ปรากฏการณ์นี้ ทำให้เกาหลีใต้เริ่มพัฒนาร้านขายยาในรูปแบบใหม่ เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป 
ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบร้านให้มีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น, การจัดวางสินค้าแบบ Open-Shelf ให้ลูกค้าเดินเลือกได้อย่างอิสระ รวมถึงการคัดสรรสกินแคร์และเวชสำอางเพิ่มเข้ามาจำหน่ายอย่างจริงจัง
ทำให้วันนี้ ร้านขายยาในเกาหลีใต้หลายแห่งไม่ได้เป็นเพียงที่พึ่งยามป่วยอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น New Beauty Destination อีกแห่งของอุตสาหกรรมความงาม
ซึ่งร้านขายยารูปแบบใหม่ ก็มีหลายรูปแบบให้เลือกช็อป
เช่น Jeil Grand Pharmacy และ Hongik Pharmacy มีลักษณะคล้ายร้านสกินแคร์ทั่วไป พบได้ตามย่านท่องเที่ยว
หรือใครที่อยากได้ประสบการณ์การช็อปที่พรีเมียมขึ้น ก็สามารถแวะที่ Optima Wellness Museum Pharmacy 
ที่นี่เปิดโอกาสให้ลูกค้าตรวจสภาพผิวและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลได้ฟรี โดยมีเภสัชกรคอยช่วยแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน
อีกทั้งยังสามารถซื้อวิตามินในปริมาณน้อย ๆ ได้ เหมาะสำหรับคนที่อยากทดลองก่อนตัดสินใจซื้อจริง
ส่วนร้านที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะกำลังเป็นกระแสอย่างมากในตอนนี้ คือ Mega Phactory ร้านขายยาในรูปแบบคลังสินค้า มีลักษณะคล้ายโกดังเก็บยาขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินช็อปใน Costco เวอร์ชันร้านขายยา
ภายในร้านเต็มไปด้วยชั้นวางสินค้าจำนวนมาก แบ่งโซนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเวชสำอาง วิตามิน หรือยา โดยสินค้าทั้งหมดสามารถซื้อได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์
จุดเด่นสำคัญคือ ลูกค้าสามารถเดินเลือกดูและเปรียบเทียบสินค้าได้อย่างอิสระก่อนตัดสินใจซื้อ แตกต่างจากร้านขายยาทั่วไปที่เภสัชกรมักเป็นผู้แนะนำหรือเลือกยาให้
นอกจากนี้ ร้านขายยารูปแบบใหม่หลาย ๆ แห่งยังปรับตัวเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ด้วยการติดป้ายภาษาอังกฤษ จีน และญี่ปุ่น รวมถึงมีบริการ Tax Refund ภายในร้าน
โดยหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของกระแสนี้ คือการเติบโตของ “เวชสำอางเกาหลี” ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
เพราะเวชสำอาง ถูกมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาบนองค์ความรู้ทางการแพทย์ และช่วยดูแลปัญหาผิวได้ตรงจุดมากกว่าสกินแคร์ทั่วไป 
ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองหาร้านขายยา ซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายหลักของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้
ร้านขายยา จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวสายความงาม เพราะเป็นที่ที่มีผลิตภัณฑ์เวชสำอางหลากหลายแบรนด์ รวมถึงสินค้าใหม่ ๆ ครบจบในที่เดียว
อีกทั้งกระแสนี้ยังเชื่อมโยงกับแนวโน้ม Beauty + Medical Tourism ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเกาหลีใต้เพื่อดูแลผิว เข้าคลินิกผิวหนัง ทำหัตถการ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูผิวกลับไปใช้ต่อหลังการรักษา
และอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยจุดกระแสนี้ คือ “โซเชียลมีเดีย” 
ปัจจุบัน มีคอนเทนต์บนโลกออนไลน์จำนวนมาก ที่แนะนำสินค้าในร้านขายยาของเกาหลีใต้ เช่น “Must-buy items at Korean pharmacy” หรือ “Skincare haul from Korean drugstore” 
คอนเทนต์เหล่านี้ ทำหน้าที่เหมือนคู่มือช็อปปิงสำหรับนักท่องเที่ยว หลายคนเริ่มจดลิสต์หรือเซฟสินค้าที่อยากซื้อไว้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง เมื่อไปถึงเกาหลีใต้ ร้านขายยาจึงกลายเป็นจุดหมายที่ต้องแวะตามรอยคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดีย
อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของ Warehouse Drugstore ก็ทำให้เกิดทั้งเสียงสนับสนุนและความกังวลจากบริษัทเภสัชกรรม รวมถึงร้านขายยาแบบดั้งเดิม
แม้เทรนด์นี้อาจช่วยเพิ่มยอดขายของยาที่ซื้อได้เอง โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ให้กับผู้ผลิตยา
แต่ขณะเดียวกัน ก็เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ผู้บริโภคอาจใช้ยาอย่างไม่ถูกต้อง รวมถึงอาจทำให้บทบาทดั้งเดิมของร้านขายยาในชุมชนค่อย ๆ ลดความสำคัญลง
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ในอนาคตเกาหลีใต้จะวางกติกาอย่างไร เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการผลักดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว กับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านยา
เพราะหากทำได้สำเร็จ ร้านขายยาอาจไม่ใช่เพียงจุดซื้อยาอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นกลไกใหม่ที่พาอุตสาหกรรมความงามเกาหลี จากยุค K-Beauty ไปสู่ K-Medical Beauty อย่างเต็มตัว..
References :
- Asiae, Korea Times, K Culture, Times of India
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.