
Business
Siam Steak แบรนด์ที่ทำให้คนไทย รู้จักเมนูเบอร์เกอร์
27 มี.ค. 2026
Siam Steak แบรนด์ที่ทำให้คนไทย รู้จักเมนูเบอร์เกอร์ /โดย ลงทุนเกิร์ล
หากย้อนกลับไปในอดีต เมื่อ 50 ปีที่แล้ว คนไทยส่วนใหญ่ อาจยังไม่รู้จักกับเมนูอาหารฟาสต์ฟูด ที่ชื่อว่า “เบอร์เกอร์”
เพราะตอนนั้น เชนเบอร์เกอร์ต่างชาติ ทั้ง KFC, McDonald's, Burger King ยังไม่มีแบรนด์ไหนบุกเข้ามาตีตลาดในไทยเลย
แต่รู้หรือไม่ว่า มีแบรนด์ไทยอยู่แบรนด์หนึ่ง ที่ได้ริเริ่มและบุกเบิกเมนูเบอร์เกอร์สัญชาติไทยขึ้นมา เพื่อให้คนไทยได้รู้จัก และลิ้มลองรสชาติของเบอร์เกอร์
ซึ่งแบรนด์ที่ว่านี้ ก็คือ “Siam Steak” ตำนานธุรกิจเชนร้านเบอร์เกอร์ เจ้าแรกในไทย ที่อยู่มานานกว่า 51 ปีแล้ว
เรื่องราวของ Siam Steak น่าสนใจอย่างไร ?
และอะไรที่ทำให้ Siam Steak ยังอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ แม้มีคู่แข่งฟาสต์ฟูดต่างชาติรายล้อม ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของ Siam Steak เกิดขึ้นในปี 1975
เมื่อผู้ก่อตั้งอย่างคุณแจ่มจันทร์ หมื่นนิกร ได้มีโอกาสไปทำงานเป็นนักแปลภาษา ให้กับคณะที่ปรึกษาทางการทหารสหรัฐฯ (องค์กรจัสแมกไทย) ที่เข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย ช่วงสงครามเวียดนาม
ซึ่งการได้มาทำงานที่นี่ ทำให้คุณแจ่มจันทร์ได้สังเกตเห็นว่า ทหารอเมริกันนิยมกินเบอร์เกอร์เป็นอาหารหลักกันเกือบทุกมื้อ คล้าย ๆ กับคนไทยที่คุ้นชินกับการทานข้าวแกงอยู่ทุกวัน
แต่ในเวลานั้น เมนูเบอร์เกอร์ในประเทศไทยค่อนข้างหาทานยาก และคนไทยส่วนใหญ่ก็แทบไม่รู้จักกับเมนูนี้ เพราะขณะนั้นยังไม่มีเชนร้านเบอร์เกอร์ที่เป็นอินเตอร์แบรนด์เข้ามาตีตลาดในไทย
เมื่อเห็นถึงช่องทางการตลาด ที่ยังไม่มีใครขายเมนูนี้ในสมัยนั้น ทำให้คุณแจ่มจันทร์เกิดไอเดียทำธุรกิจเบอร์เกอร์ขึ้นมา เพราะเธออยากให้คนไทยได้รู้จักและลิ้มลองความอร่อยของเบอร์เกอร์ ในเวอร์ชันแบบไทย ๆ ดูบ้าง
เธอจึงเริ่มไปขอเรียนรู้วิชาการทำเบอร์เกอร์จากเชฟฝรั่ง ในโรงอาหารของจัสแมกไทย เพื่อนำมาทดลองและปรับปรุงทำสูตรเบอร์เกอร์เป็นของตนเอง
โดยใช้เวลา 1 ปีเต็ม กับการพัฒนาเนื้อแพตตีสำหรับใส่ในเบอร์เกอร์ ให้อร่อยไม่เหมือนใคร และตั้งชื่อว่า “Siam Steak” ก่อนจะนำเนื้อแพตตีนี้ไปทดลองวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจนี้ก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เนื่องจากเมนูเบอร์เกอร์ยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวคนไทย ทำให้กิจการของคุณแจ่มจันทร์ ยังไม่ได้สร้างยอดขายตามที่คาดหวังไว้
แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดี เมื่อลูกชายของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ได้มาซื้อเนื้อแพตตีเบอร์เกอร์ ของ Siam Steak ไปกิน ปรากฏว่ารสชาติอร่อยถูกปาก จนเนื้อแพตตีนี้ได้รับป้ายการันตี “เชลล์ชวนชิม” และได้โฆษณาลงในคอลัมน์เชลล์ชวนชิมของนิตยสารฟ้าเมืองไทย
จุดนี้เอง ทำให้ชื่อเสียงของ Siam Steak เริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ จนคุณแจ่มจันทร์ตัดสินใจต่อยอดธุรกิจ จากผลิตแค่เนื้อแพตตี ไปสู่การทำร้านเบอร์เกอร์อย่างเต็มตัว
ต้องบอกว่า ธุรกิจเชนร้านเบอร์เกอร์ของ Siam Steak ในตอนนั้น ถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยเลยก็ว่าได้
โดยที่แบรนด์ต่างชาติอื่น ๆ เข้ามาทำตลาดในไทย ในภายหลัง เช่น KFC เปิดสาขาแรกในไทย เมื่อปี 1984, McDonald's เปิดเมื่อปี 1985 และ Burger King เปิดเมื่อปี 2000
จุดเด่นเบอร์เกอร์ของ Siam Steak นอกจากเนื้อแพตตีแล้ว ยังมีไข่ดาวเยิ้ม ๆ และเนื้อสับปะรดฉ่ำ ๆ คอยช่วยตัดเลี่ยน จึงทำให้ได้รสชาติเบอร์เกอร์ที่ไม่เหมือนใคร
และด้วยรสชาติเบอร์เกอร์ที่เป็นเอกลักษณ์จนถูกปากคนไทย ทำให้ในวันแรกที่ Siam Steak วางขายเบอร์เกอร์ ลูกค้าต่างก็ให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก จนสามารถขายได้กว่า 1,008 ชิ้น เลยทีเดียว
เมื่อกิจการเบอร์เกอร์เริ่มไปได้สวย คุณแจ่มจันทร์ก็มองหาช่องทางขยายสาขาเพิ่ม โดยตั้งใจเน้นกระจายความอร่อยไปสู่รั้วโรงเรียนและมหาวิทยาลัย เนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้อเป็นเด็กวัยรุ่น รวมถึงผู้ปกครอง ที่นิยมซื้อเบอร์เกอร์ไปฝากลูกหลาน
ในปี 1977 Siam Steak ได้เปิดสาขาในสถานศึกษาเป็นครั้งแรก ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ เซนต์หลุยส์ ก่อนที่ต่อมาจะไปเปิดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ปัจจุบัน Siam Steak มีสาขาทั้งหมด 18 แห่ง ทั้งในโรงเรียน มหาวิทยาลัย รวมถึงสาขานอกสถานศึกษา เช่น โรงพยาบาล หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
อะไรที่ทำให้แบรนด์ยังคงอยู่ในใจลูกค้ามานาน ทั้งที่ปัจจุบันมีคู่แข่งฟาสต์ฟูดต่างชาติรายล้อม เต็มไปหมด ?
ถ้าให้ลองวิเคราะห์คำตอบของเรื่องนี้ คงเป็นเพราะ “การวางตำแหน่งแบรนด์” ที่แตกต่าง จากเชนเบอร์เกอร์คู่แข่งในตลาด
Siam Steak มีสาขาส่วนใหญ่อยู่ในรั้วสถานศึกษา ดังนั้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก จึงเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงผู้ปกครอง
ขณะที่คู่แข่งเน้นกระจายสาขาไปตามศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต มากกว่า ทำให้กลุ่มเป้าหมายจึงค่อนข้างต่างกัน
และเมื่อกลุ่มลูกค้าหลักเป็นเด็กวัยเรียน สิ่งที่ตามมาก็คือ ราคาสินค้าที่ต้องเข้าถึงง่าย และค่อนข้างถูกกว่าแบรนด์อื่น ๆ
อีกทั้งยังมีการปรับและออกเมนูให้มีรสชาติถูกปากคนไทยอยู่เสมอ เช่น เมนูเบอร์เกอร์พิซซา ฮาวายเอียน หรือบะหมี่ผัดไข่เจียวเบคอน
อ่านมาถึงตรงนี้ เรื่องราวของ Siam Steak ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นว่า การสร้างธุรกิจที่เป็น “เจ้าแรกในตลาด” ในหลาย ๆ ครั้ง ต้องใช้เวลาและความทุ่มเทที่สูง เพื่อให้ผู้บริโภคยอมรับ
นอกจากนี้ การมีจุดยืนของแบรนด์ที่ชัดเจน ก็จะทำให้แบรนด์สามารถพัฒนาสินค้าและบริการ ได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เหมือนกับ Siam Steak ที่ตั้งใจพัฒนาเบอร์เกอร์และสินค้าอื่น ๆ มาตลอด 51 ปี
ดังนั้น จึงไม่แปลกใจเลยว่า ถ้าในวันนี้ Siam Steak จะกลายเป็นขวัญใจ และเป็นที่พึ่งยามหิวให้แก่น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ไปแล้ว..
Reference :
- Siamsteak