
Business
Matthieu Blazy ผู้อยู่เบื้องหลัง “Chanel-Mania” ปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้แบรนด์ CHANEL ครั้งใหม่
21 เม.ย. 2026
Matthieu Blazy ผู้อยู่เบื้องหลัง “Chanel-Mania” ปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้แบรนด์ CHANEL ครั้งใหม่ /โดย ลงทุนเกิร์ล
หลายปีที่ผ่านมา แบรนด์ CHANEL ตกเป็นเป้าวิจารณ์เรื่องการขึ้นราคาเกินจริง จากราคากระเป๋าที่เพิ่มขึ้นถึง 80-90% ในบางตลาดนับตั้งแต่ปี 2019 ทำให้ฐานลูกค้าเดิมเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า
จนเกิดกระแสในโลกออนไลน์ว่า CHANEL กำลังเข้าสู่ยุค ฉวยโอกาสปั่นราคาจนเกินพอดี ซึ่งกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้นักสะสมปันใจไปหาแบรนด์อื่นกันมากขึ้น
แต่ตอนนี้ กระแสเริ่มตีกลับ เมื่อ Creative Director คนปัจจุบันของแบรนด์ ได้เสกสินค้าที่ใคร ๆ ก็อยากได้ ถึงขั้นเกิดการแย่งชิงสินค้ากันหน้าเคาน์เตอร์ จนคนเลิกบ่นเรื่องราคา แต่หันมาคุยกันว่าจะ “ซื้อทันไหม ?” แทน
เรื่องราวของ Creative Director ของ CHANEL คนนี้มีอะไรน่าสนใจ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
คุณ Matthieu Blazy เข้ามารับตำแหน่ง Creative Director คนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ CHANEL อย่างเป็นทางการในปี 2025
โดยเขาไม่ได้มาตัวเปล่า แต่หอบเอาประสบการณ์จากแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความลึกซึ้งของงานคราฟต์อย่าง Bottega Veneta และความล้ำสมัยจาก Maison Margiela ติดตัวมาด้วย
แม้ในช่วงแรกที่ก้าวเข้าสู่บ้าน CHANEL คุณ Blazy จะถูกจับตามองอย่างเงียบ ๆ ในฐานะม้ามืด
แต่ไม่นาน เขากลับเป็นผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ “Chanel-Mania” ครั้งใหม่ ที่สะกดให้คนลืมเรื่องราคา และหันมาไล่ล่าไอเทมของ CHANEL จนแบรนด์กลับมาลุกเป็นไฟในโลกแฟชั่นอีกครั้ง
นับตั้งแต่คอลเลกชัน Spring/Summer 2026 ซึ่งเป็นผลงานคอลเลกชันแรกของเขาที่เริ่มวางขาย ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสินค้าก็ Sold Out ในพริบตา
จนเกิดภาพแถวยาวเหยียดหน้าช็อปทั่วโลก โดยเฉพาะสาขาในตำนานอย่าง Rue Cambon ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาได้ปลดล็อกรหัสลับของ CHANEL ยุคใหม่ได้สำเร็จ
อีกทั้งในช่วงปารีสแฟชั่นวีกที่ผ่านมา CHANEL ยังสามารถสร้างมูลค่าผลตอบแทนจากสื่อได้สูงถึง 1,800 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นกว่า 73%
ต้องบอกว่า ความสำเร็จนี้มีจุดเริ่มต้นมาจาก “การขบถแบบเงียบ ๆ” ที่คุณ Blazy นำมาสู่บ้าน CHANEL
แต่เดิม CHANEL มักจะมีภาพจำว่าเป็นชุดคุณหนู หรือชุดออกงานที่ดูเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว มาพร้อมรองเท้าบัลเลต์หัวมนสไตล์เฟมินีนที่ดูเรียบร้อย
แต่คุณ Blazy ได้เปลี่ยนทิศทางของแบรนด์ใหม่มาเป็น Everyday Luxury คือเน้นเสื้อผ้าที่ดูสบาย ๆ เหมือนหยิบมาใส่ได้ทุกวัน แต่ยังคงดูแพง สะท้อนภาพความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มีพลังและกระฉับกระเฉง
เช่น การปล่อยชายผ้าทวีดให้รุ่ยอย่างมีสไตล์ ดูเหมือนเสื้อผ้าที่ผ่านการใช้งานจริง หรือการจับคู่แจ็กเก็ตหลักแสน เข้ากับกางเกงยีนฟอกที่มีทรงหลวมนิด ๆ
นอกจากนี้ เขายังเขย่ารันเวย์ด้วยการเปิดตัวรองเท้าส้นสูงหัวเหลี่ยมตัดตรง ให้ลุคแปลกใหม่และดูทันสมัยกว่าเดิม ซึ่งถือเป็นการท้าทายรองเท้าทรงอัลมอนด์แบบดั้งเดิมของแบรนด์
ความแปลกใหม่ที่หลายคนกำลังมองหานี้เอง ทำให้สินค้าชิ้นสำคัญหลายชิ้นในคอลเลกชันนี้ Sold Out ทันทีตั้งแต่วันแรก ๆ จนคนในวงการแฟชั่นชื่อดังหลายคนยังต้องออกมาตัดพ้อว่าซื้อไม่ทัน
และอิทธิพลนี้ก็รุนแรงจนแบรนด์ Fast Fashion อย่าง Zara หรือ Mango ต้องรีบทำแบบที่คล้ายกันออกมาวางขาย และแน่นอนว่าก็กลายเป็นสินค้าขายดีในทันที
นอกจากนี้ CHANEL ภายใต้ยุคของคุณ Blazy ก็ไม่ได้ขายแค่ดิไซน์ที่แปลกใหม่ แต่ขาย “ความยากในการครอบครอง” ด้วยการนำกลยุทธ์ของคู่แข่งอย่าง Hermès มาปรับใช้อย่างแนบเนียน
เช่น สินค้าบางรายการอย่าง Large Shopping Bag ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ก็ไม่ได้มีวางขายทั่วไป แต่ต้องลงชื่อรอคิวเท่านั้น
หรือการตั้งราคากระเป๋ารุ่นใหม่ไว้ที่ประมาณ 8,500 ปอนด์ แม้จะดูสูง แต่เมื่อเทียบกับรุ่น Classic Flap ที่พุ่งทะลุ 10,000 ปอนด์ไปแล้ว กลับทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ารุ่นใหม่นี้คุ้มค่ากว่าและน่าลงทุนกว่า
นอกเหนือจากรันเวย์ ความสำเร็จของคุณ Blazy ยังการันตีด้วยการติดอันดับ TIME100 ประจำปี 2026 ในหมวด Innovators
โดยนิตยสาร TIME ยกย่องว่าเขาคือผู้ที่ทำลายกำแพงความสูงส่งของ CHANEL ให้กลับมามีความเป็นมนุษย์ และเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้อย่างไร้ที่ติ โดยที่ยังรักษาความหรูหราดั้งเดิมไว้ได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ปรากฏการณ์ “Chanel-Mania” กำลังบอกเราว่า ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวนและผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายกับความหรูหราแบบเดิม ๆ ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงแค่สินค้าเพื่อบ่งบอกฐานะอีกต่อไป
แต่พวกเขากำลังโหยหา Effortless Luxury หรือความหรูหราที่ใช้ชีวิตได้จริง เป็นความภูมิฐานที่ไม่ต้องพยายาม
ซึ่งคือหัวใจสำคัญที่คุณ Blazy มอบให้กับ CHANEL ยุคใหม่นั่นเอง
จึงไม่แปลกใจว่าทำไมตอนนี้ โลกทั้งใบกลับมาตกหลุมรักแบรนด์ดอกคามิลเลียนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นอีกครั้ง..
References :
- Bloomberg, Theguardian, Thetimes