Birchbox บริการกล่องเครื่องสำอาง “รายเดือน” ที่สร้างรายได้พันล้าน
Uncategorized

Birchbox บริการกล่องเครื่องสำอาง “รายเดือน” ที่สร้างรายได้พันล้าน

Birchbox บริการกล่องเครื่องสำอาง “รายเดือน” ที่สร้างรายได้พันล้าน /โดย ลงทุนเกิร์ล
เคยหรือไม่คะ ที่อยากลองเครื่องสำอาง แต่ไม่อยากซื้อไซซ์ใหญ่
หรืออยากลองเครื่องสำอางใหม่ๆ แต่ไม่รู้จะไปหาซื้อที่ไหน
วันนี้ลงทุนเกิร์ลจะพาสาวๆ สายเครื่องสำอาง มาทำความรู้จักกับ “Birchbox”
บริการกล่องเครื่องสำอางรายเดือน จากสหรัฐอเมริกาที่สร้างรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท 
จากการส่งเครื่องสำอางให้เราทุกเดือน
Birchbox ก่อตั้งเมื่อปี 2010 ที่สหรัฐอเมริกา
โดยผู้หญิง 2 คน คือ คุณ Katia Beauchamp และคุณ Hayley Barna
ซึ่งทั้งสองคนเรียนจบมาจาก Harvard Business School
โดย Birchbox เกิดขึ้นมาจากปัญหาของคนยุคใหม่
ที่ใช้เวลาชีวิตหมดไปกับการทำงาน และการเดินทาง จนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
และไม่มีเวลาที่จะศึกษาข้อมูล เพื่อมองหาสินค้าที่เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง
แต่กว่าจะประสบความสำเร็จ Birchbox ก็ไม่ได้เดินบนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ในช่วงเริ่มต้น Birchbox ยังเป็นเพียงแบรนด์เล็กๆ ที่เพิ่งก่อตั้งมาพร้อมกับแนวคิด
ที่อยากจะส่งเครื่องสำอางจำนวน 5-6 ชิ้นไปให้ลูกค้า และเก็บค่าบริการแบบรายเดือน
ซึ่งแม้ว่าหลายแบรนด์เครื่องสำอางก็บอกว่า มันเป็นแนวคิดที่ดี 
แต่ในตอนนั้น Birchbox ยังไม่มีฐานลูกค้า และบริษัทยังไม่ใหญ่พอ
ทำให้ Birchbox เจอกับความลำบากเป็นอย่างมาก 
โดยเฉพาะเรื่องการโน้มน้าวแบรนด์ ให้มาร่วมกับแนวคิดนี้
แต่แล้วความพยายามของ Birchbox ก็เป็นผล เมื่อได้พันธมิตรอย่าง Benefit และ Kiehl’s
ซึ่งเห็นคุณค่าของแนวคิดนี้ มาเข้าร่วมธุรกิจกับ Birchbox 
ปัจจุบัน Birchbox มีสมาชิกกว่า 1 ล้านคน ใน 6 ประเทศ
และมีแบรนด์ที่ร่วมมือกว่า 500 แบรนด์ นับได้ว่าเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่
ของแบรนด์ที่เคยถูกกล่าวหาว่า “ยังใหญ่ไม่พอ” 
Birchbox เป็นบริการในรูปแบบของการ Subscription รายเดือน
โดยการกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเพศ อายุ ปัญหาผิว สินค้าที่มองหาว่า
เราสนใจสินค้าแบบไหน และอยากบำรุงอะไรให้กับตนเอง
เพียงเท่านี้ ในทุกๆ เดือน ทาง Birchbox จะส่งผลิตภัณฑ์ขนาดทดลอง หรือขนาดจริง
ที่ตรงกับปัญหาผิวที่เราต้องการ มาให้เราเป็นจำนวน 5-6 ชิ้น ในทุกๆ เดือน
โดยมีราคาโดยประมาณอยู่ที่เดือนละ 400 บาท เท่านั้น
ซึ่งแบรนด์ที่ถูกนำส่งมาจะมีตั้งแต่แบรนด์ดังอย่าง Mac Cosmetics หรือ Bobbi Brown
ไปจนถึงแบรนด์ใหม่ๆ ที่เราอาจจะยังไม่คุ้นเคยนัก
แต่ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ Birchbox มีอยู่
ทำให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม ทั้งคนที่ชอบลองสินค้าใหม่ๆ
คนที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่ตรงกับปัญหาผิว แต่ยังไม่รู้จะใช้ตัวไหน
หรือแม้แต่ Influencer ที่อยากจะเริ่มต้นทำรีวิวในโลกโซเชียล ด้วยสินค้าหลายชิ้น
ที่สำคัญนอกจากฝั่งลูกค้าจะได้ประโยชน์แล้ว ฝั่งแบรนด์เองก็ได้ผลดีไปด้วย
เพราะ Birchbox เปรียบเหมือนพื้นที่สำหรับนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ให้ลูกค้าทดลองใช้
โดยเฉพาะกรณีแบรนด์ที่เพิ่งออกสู่ตลาด และยังไม่มีฐานลูกค้าเป็นของตัวเอง
จริงๆ แล้ว โมเดลธุรกิจแบบนี้ ก็มีให้พบเห็นได้ในเมืองไทยเช่นกัน แต่ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก
อย่าง Vogue หรือ Bestie Box ก็เป็นบริการที่มีรูปแบบคล้ายกับ Birchbox 
แต่สุดท้ายก็ห่างหายไป หรือเปลี่ยนเป็นการทำโปรโมชันแบบนานๆ ครั้งแทน
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ ด้วยลักษณะของตลาดไทย ที่เราพบเห็นครีมซองหรือผลิตภัณฑ์ขนาดทดลอง ที่หาซื้อได้ง่าย รวมถึงตัวเลือกที่มีราคาถูก และคุณภาพที่พอใช้ได้ ให้ซื้อเป็นปกติอยู่แล้ว จึงทำให้โมเดลธุรกิจแบบนี้ ยังไม่เป็นที่นิยมในบ้านเรา
แต่หากต่อไป พฤติกรรมของสาวไทย หันมาสนใจบริการในลักษณะนี้กันมากขึ้น
โมเดลธุรกิจนี้ก็ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว ถ้าเราสามารถสื่อสารประโยชน์ที่ทุกฝ่ายจะได้รับ
แบรนด์เครื่องสำอาง ก็ได้พื้นที่ในการโปรโมตสินค้ารวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ
ส่วนลูกค้า ก็ได้ทดลองสินค้าใหม่ๆ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ โดยที่ไม่รู้ว่าสินค้าเหล่านั้นจะเวิร์กหรือไม่
ซึ่งก็เรียกได้ว่า “วิน-วิน” ทุกฝ่าย..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.