ขายของออนไลน์เสียภาษียังไง? สรุปเรื่องภาษีตั้งแต่บาทแรกจนถึงจด VAT
PR News

ขายของออนไลน์เสียภาษียังไง? สรุปเรื่องภาษีตั้งแต่บาทแรกจนถึงจด VAT

17 ก.ค. 2026
ในยุคที่การเปิดร้านค้าบน TikTok Shop, Shopee, Lazada หรือแม้กระทั่งการไลฟ์สดขายของบน Facebook สามารถสร้างรายได้หลายหลักได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน หลายคนมักเข้าใจผิดว่า “ถ้าเป็นแค่รายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้ทำเป็นบริษัท คงไม่ต้องยื่นภาษีก็ได้”
แต่ในปัจจุบันทุกธุรกรรมถูกเชื่อมโยงด้วยระบบดิจิทัล และกฎหมาย E-Payment ที่ธนาคารต้องส่งข้อมูลบัญชีที่มีความเคลื่อนไหวเกินเกณฑ์ให้สรรพากรโดยอัตโนมัติ คำว่า “อยู่นอกระบบภาษี” จึงกำลังจะกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไปสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์
รายได้ 60,000 บาทต่อปี จุดเริ่มต้นของหน้าที่ตามกฎหมาย
คำถามแรกที่ทุกคนมักจะถามเมื่อเริ่มขายของออนไลน์คือ "ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงต้องยื่นภาษี?" คำตอบคือ หากคุณเป็นบุคคลธรรมดา (สถานะโสด) และมีรายรับจากการขายของออนไลน์เกิน 60,000 บาทต่อปี (หรือเกิน 120,000 บาทสำหรับคนที่มีคู่สมรส) คุณมี “หน้าที่” ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีทันที
ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) กับดักที่หลายคนพลาด 
พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จำนวนมากรู้จักแค่การยื่นภาษีช่วงต้นปี (มกราคม - มีนาคม) แต่กลับละเลยภาษีอีกหนึ่งตัวที่เป็นไฟต์บังคับ นั่นคือ ภ.ง.ด. 94 หรือ ภาษีเงินได้ครึ่งปี
เนื่องจากรายได้จากการค้าขาย ถูกจัดอยู่ในเงินได้ประเภทประเภทที่ 8 หรือ มาตรา 40(8) ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้มีรายได้กลุ่มนี้ต้องสรุปรายรับที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน แล้วนำมายื่นภาษีในช่วง เดือนกรกฎาคม – กันยายน ของปีนั้น ๆ
ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) : ยื่นรายได้ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 30 มิถุนายน ของปีภาษีนั้น  ภายในวันที่ 30 กันยายนของปีเดียวกัน 
ภาษีสิ้นปี (ภ.ง.ด. 90) : ยื่นแบบสำหรับรายได้ตลอดทั้งปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม โดยยื่นในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคมของปีถัดไป 
คำนวณภาษี: "เหมา" หรือ "ตามจริง" แบบไหนคุ้มกว่า?
เมื่อรายได้เข้าเกณฑ์ สิ่งที่ส่งผลต่อกระเป๋าเงินของร้านค้ามากที่สุดคือ "วิธีหักค่าใช้จ่าย" ซึ่งสรรพากรเปิดโอกาสให้เลือกได้ 2 ทาง ตามโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจ ดังนี้
1. เลือกหักแบบเหมา 60%
เหมาะสำหรับ : ร้านค้าที่รับเสือผ้าแฟชั่น สินค้าเบ็ดเตล็ดมาขายต่อ หรือร้านค้าที่ไม่สะดวกในการจัดเก็บเอกสารและใบเสร็จรับเงินต่าง ๆ
หลักการ : สมมติยอดขาย 1,000,000 บาท ต้นทุนของคุณคือ 600,000 บาท และเหลือเงิน 400,000 บาท ไปคำนวณภาษีต่อ
2. เลือกหักตามจริง
เหมาะสำหรับ: ร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่มีกำไรต่อชิ้นต่ำมาก (เช่น กำไรชิ้นละ 5-10%) หรือมีค่าใช้จ่ายแฝงสูง
หลักการ: หากคุณมียอดขาย 1,000,000 บาท แต่มีบิลค่าของ ค่าแอดโฆษณา รวมกันถูกต้องตามกฎหมายถึง 850,000 บาท คุณจะเหลือเงินไปคิดภาษีแค่ 150,000 บาท ซึ่งประหยัดกว่าการหักแบบเหมา 60%
รายได้ 1.8 ล้านบาท บันไดขั้นที่เปลี่ยนจากบุคคลธรรมดา สู่ระบบ VAT
หากร้านค้าออนไลน์ของคุณเติบโตจนมียอดขาย (ไม่ใช่กำไร) เกิน 1.8 ล้านบาท กฎหมายบังคับให้คุณต้องเดินทางไปจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ภายใน 30 วันทันที
เมื่อเข้าสู่ระบบ VAT แล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ:
• ต้องบวก VAT 7% เข้าไปในราคาสินค้า หรือยอมควักเนื้อตัวเองส่งสรรพากร
• ต้องทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย นำส่งทุก ๆ เดือน
• หากยอดขายเกินแล้วนิ่งเฉย สรรพากรมีสิทธิ์เรียกเก็บ VAT 7% ย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ยอดเงินเกิน พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย)
บทสรุปสำหรับผู้ประกอบการยุคดิจิทัล
ในอดีต หลายธุรกิจเติบโตได้เพราะอาศัย "ความคลุมเครือ" ของระบบภาษี แต่ในปัจจุบัน Data และ Algorithm ของภาครัฐมีความแม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างเป็นระบบ การแยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีร้านค้า และการยื่นภาษีให้ถูกต้องตรงเวลา จึงเป็นการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ (Risk Management) ที่ช่วยเซฟธุรกิจให้เติบโตขึ้นอย่างไม่สะดุด
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.