
Lifestyle
รู้จักเทรนด์ “Eommisae” เมื่อการมีแม่เป็นเพื่อนสนิท คือเรื่องคูลของวัยรุ่นเกาหลี
27 ก.ค. 2026
รู้จักเทรนด์ “Eommisae” เมื่อการมีแม่เป็นเพื่อนสนิท คือเรื่องคูลของวัยรุ่นเกาหลี /โดย ลงทุนเกิร์ล
ในอดีต ถ้าพูดถึงคำว่า “ลูกแหง่” หรือ “เด็กติดแม่” หลายคนอาจมองว่าเป็นคำล้อเลียนในแง่ลบ ที่สื่อถึงเด็กที่ไม่ยอมโต หรือต้องพึ่งพาพ่อแม่ตลอดเวลา
แต่ในสังคมเกาหลีใต้ตอนนี้ การติดแม่ ชอบใช้เวลาร่วมกับแม่ หรือมีแม่เป็นเพื่อนสนิท กลับกลายเป็นเรื่องที่สามารถเล่าได้อย่างภาคภูมิใจ ถึงขนาดมีคำเรียกแทนพฤติกรรมนี้ว่า “Eommisae”
Eommisae คืออะไร แล้วทำไมที่เกาหลีใต้ถึงเกิดเทรนด์นี้ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Eommisae เป็นคำสแลงที่แปลตรงตัวว่าคนที่หมกมุ่นอยู่กับแม่ ดัดแปลงมาจากคำว่า “엄마” (ออมม่า) ที่แปลว่าแม่ กับ “미새” (มี-แซ) ที่วัยรุ่นเกาหลีชอบใช้ลงท้าย เพื่อแสดงถึงสิ่งที่คนนั้นกำลังหมกมุ่นอยู่
แม้จะฟังดูรุนแรง แต่เด็ก Gen Z เกาหลีกลับหยิบคำนี้มาใช้แซวตัวเองขำ ๆ ว่าตัวเองสนิทกับแม่มาก ชอบแชร์ทุกเรื่องในชีวิตให้แม่ฟัง รวมถึงการไปเที่ยว ช็อปปิง กินข้าวกับแม่ เหมือนแม่เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่ง
จุดเริ่มต้นของเทรนด์นี้มาจากกลุ่มวัยรุ่นที่เริ่มถ่ายคลิป Vlog ไปเที่ยวคาเฟ ช็อปปิง และทำแชลเลนจ์ร่วมกับแม่ลงบนโซเชียลมีเดีย หรือการทำคลิปแซวตัวเองว่าแช็ตหาแม่ทั้งวัน
พอคลิปแนวนี้ได้ยอดไลก์เยอะ อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียก็เริ่มดันคอนเทนต์รูปแบบนี้ให้คนเห็นมากขึ้น จนวัยรุ่นคนอื่น ๆ ก็เริ่มอินตาม เพราะคิดว่าตนเองก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน จึงทำคลิปตามกัน
แต่จุดที่ทำให้คำนี้แมสขึ้นมา เกิดจากการที่คุณวอนฮี สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง ILLIT ไปออกรายการวาไรตีที่ชื่อว่า Idol Human Theater และบอกผ่านรายการว่าตัวเองเป็น “Eommisae”
โดยเธอชอบส่งคลิป Reels ตลก ๆ เกี่ยวกับคนติดแม่เพื่อไปอ้อนแม่บ่อย ๆ จนแม่ขำ และเธอยอมแสดงมุมน่ารักหรืออ้อนเฉพาะกับพ่อแม่เท่านั้น
หลังจากนั้น ทั้งแฟนคลับของวง ILLIT รวมถึงวัยรุ่นทั่วไป ก็พากันไปเซิร์ชหาความหมายของคำว่า Eommisae จนมันกลายเป็นคำพูดติดปากของคนรุ่นใหม่
ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตจำนวนมากก็เริ่มออกมาแชร์กันว่าตัวเองมีความสุขกับการได้กินของอร่อย ๆ และใช้เวลาร่วมกับแม่มากกว่าการออกไปหาเพื่อน
หรือการบอกว่าตนเหนื่อยกับการหาเพื่อนใหม่ สู้เอาเวลาไปซื้อของอร่อย ๆ อยู่กับแม่ดีกว่า จนเรื่องนี้กลายเป็นท็อปปิกที่วัยรุ่นคุยกันบนโลกออนไลน์
แล้วทำไมคนเกาหลีถึงติดแม่มาก ?
เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น เพราะหากย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2022 เกาหลีใต้เคยครองแชมป์ประเทศที่มีสัดส่วนวัยรุ่น อายุ 20 ปีกว่า ๆ อาศัยอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศสมาชิก OECD คิดเป็น 81%
และหากนับด้วยช่วงอายุกว้างขึ้นอีก คือ 19-34 ปี ตามการสำรวจของหน่วยงานรัฐบาลเกาหลีใต้ปี 2024 พบว่า 54.4% ยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ โดยครึ่งหนึ่งบอกเหตุผลว่าติดปัญหาเรื่องเงิน
เหตุผลก็เพราะค่าครองชีพและราคาบ้านในเกาหลีใต้ที่พุ่งสูงลิ่ว แม้จะเช่าบ้านก็ต้องจ่ายด้วยระบบเช่าที่เรียกว่า “ช็อนเซ” ที่ผู้เช่าจะต้องจ่ายเงินเป็นหลักประกันก้อนใหญ่ให้เจ้าของบ้านล่วงหน้า แลกกับการอยู่อาศัยโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือน ก่อนจะได้รับเงินคืนเมื่อหมดสัญญา
ทำให้วัยรุ่นสร้างตัวหาบ้านอยู่เองไม่ได้ และเมื่องานก็หายาก รายได้ไม่คลุมค่าครองชีพ วัยรุ่นจำนวนมากจึงเริ่มไม่ไปเดต ลดการไปสังสรรค์กับเพื่อน แล้วหันมาใช้เวลากับแม่หรือคนในครอบครัวแทน เพราะประหยัด ปลอดภัย และสบายใจกว่า
นอกจากนั้น วิกฤตินี้ยังให้กำเนิดคำสแลงใหม่อย่าง “전업자녀” (จอน-ออบ-จา-นยอ) ที่แปลได้ว่าลูกเต็มเวลา หรือลูกจ้างประจำของพ่อแม่
โดยวัยรุ่นเหล่านี้จะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินและขอที่พักอาศัยฟรีจากพ่อแม่ แลกกับการรับหน้าที่เป็นพ่อบ้านแม่บ้านเต็มตัว คอยดูแลบ้าน ทำอาหาร และดูแลพ่อแม่เป็นการตอบแทน
น่าสนใจที่ว่าสุดท้ายแล้วเทรนด์ Eommisae ไม่ได้เกิดจากความรักในครอบครัวที่เพิ่มขึ้น หรือเป็นเรื่องพฤติกรรมของเด็กที่ไม่ยอมโตเหมือนในอดีต
แต่อาจเป็นภาพสะท้อนของสังคมที่มีการแข่งขันสูง ค่าครองชีพแพง และการสร้างชีวิตที่มั่นคงด้วยตัวเองทำได้ยากขึ้น จนพวกเขาไม่มีเงิน เวลา และพลังงานเหลือพอจะไปลงทุนกับความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเพื่อนหรือแฟน
สุดท้ายจึงเลือกหันกลับมาหาแม่หรือคนในครอบครัว เพราะเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคง ปลอดภัย และไม่ต้องเหนื่อยไปกับการพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ใครยอมรับ..
References :
- The Korea Times, SBS News, TWIG - 트윅