TikToker หนุ่มวัย 19 ปี สร้างรายได้ 10 ล้านบาทในเดือนเดียว จากธุรกิจ 3D Printing
Business

TikToker หนุ่มวัย 19 ปี สร้างรายได้ 10 ล้านบาทในเดือนเดียว จากธุรกิจ 3D Printing

25 ก.ย. 2026
TikToker หนุ่มวัย 19 ปี สร้างรายได้ 10 ล้านบาทในเดือนเดียว จากธุรกิจ 3D Printing /โดย ลงทุนเกิร์ล
เมื่อก่อนเทคโนโลยีอย่าง 3D Printing จะนิยมใช้กันในกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อทำชิ้นงานต้นแบบในการทดลองดิไซน์ หรือสร้างโมเดลสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อน
แต่ตอนนี้เทคโนโลยีนี้ได้ถูกย่อส่วนลงมาให้มีราคาถูกลง เข้าถึงผู้คนทั่วไปได้ง่ายขึ้น จนทำให้หลายคนสามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้จริงขึ้นมา
และหนึ่งในตัวอย่างนั้นคือคุณ Michael Satterlee เด็กหนุ่มวัย 19 ปี ที่สร้างรายได้ 10 ล้านบาทในเดือนเดียวจากเครื่อง 3D Printing 
เขาทำได้อย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง 
คุณ Michael Satterlee เกิดในปี 2007 ที่สหรัฐอเมริกา ตอนแรกชีวิตวัยรุ่นของเขาก็เหมือนวัยรุ่นอื่น ๆ ทั่วไปที่ทำงานพาร์ตไทม์เพื่อหารายได้พิเศษควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือ
แต่จุดเปลี่ยนชีวิตเกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่งเขาได้เรียนวิธีใช้เครื่อง 3D Printing ในวิชาเขียนแบบและออกแบบ 3 มิติในโรงเรียน เขาจึงเริ่มเห็นโอกาสสร้างรายได้จากเทคโนโลยีนี้
สำหรับใครที่ยังไม่รู้ 3D Printing คือกระบวนการเปลี่ยนไฟล์ดิจิทัล ให้กลายเป็นวัตถุที่จับต้องได้จริง ด้วยการพิมพ์วัสดุซ้อนกันทีละชั้น จนเกิดเป็นรูปทรง
ยกตัวอย่างการทำงานจริงของเครื่องที่ได้รับความนิยมในระดับผู้ใช้งานทั่วไป คือระบบ FDM ที่เริ่มจากการใช้ความร้อนหลอมเส้นพลาสติก แล้วฉีดออกมาผ่านหัวพิมพ์ คล้ายกับหลักการของปืนกาว
จากนั้นตัวเครื่องจะพ่นและขึ้นรูปวัสดุซ้ำ ๆ ซ้อนทับกันเป็นเลเยอร์ในแนวตั้ง เพื่อเพิ่มความหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นวัตถุที่มีรูปทรง ความกว้าง ความยาว และความลึกจับต้องได้จริง
เมื่อเห็นความน่าสนใจของเครื่องนี้ คุณ Satterlee ก็ควักเงินเก็บประมาณ 10,000 บาท ซื้อเครื่อง 3D Printing เป็นของตัวเอง แล้วเริ่มค้นคว้าหาไอเดียสินค้าที่จะนำมาขาย
ระหว่างนั้น เขาได้ยินเรื่องราวของคนที่ทำเงินจากการขายอุปกรณ์ตกแต่งรองเท้า Crocs คุณ Satterlee จึงลองทำบ้าง เขาใช้เครื่อง 3D Printing ผลิตสินค้าตัวแรกเป็นเครื่องประดับแปลก ๆ ไว้ติดรองเท้า Crocs 
จากนั้นเขาก็หาไอเดียทำเครื่องประดับอื่น ๆ จากการทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย แล้วนำคอมเมนต์ของผู้ติดตามมาต่อยอดผลิตสินค้าจริง 
โดยที่เขาโพสต์คอนเทนต์วันละ 3 คลิปอย่างสม่ำเสมอ จนมียอดเข้าชมออร์แกนิกสูงถึง 50 ล้านครั้งต่อเดือน ออร์เดอร์ก็เริ่มไหลเข้ามา
จากตอนแรกที่ใช้เครื่อง 3D Printing เครื่องเดียว เขาก็ขยับขยายธุรกิจ จนกระทั่งเขามีเครื่อง 3D Printing กว่า 50 เครื่องในโกดัง และสร้างรายได้ให้เขาเกือบ 8 ล้านบาทในปีแรกที่ทำธุรกิจ 
แต่พอนานวันเข้า ธุรกิจอุปกรณ์ตกแต่งรองเท้า Crocs ของเขาก็เริ่มอยู่ตัว จนเขาเหลือเครื่องพิมพ์ 3D Printing ที่เหลือใช้อยู่จำนวนมาก คุณ Satterlee จึงคิดที่จะผลิตชิ้นงานอื่นแทน 
และเขาก็ไปปิ๊งไอเดียจากที่เก็บความเย็นสำหรับเครื่องดื่มกระป๋อง ที่แม้เป็นสินค้าที่มีอยู่แล้วในตลาด แต่ยังไม่มีใครทำให้มันน่าตื่นเต้นพอที่จะไวรัลได้
คุณ Satterlee จึงออกแบบที่เก็บความเย็นสำหรับเครื่องดื่มกระป๋องแบบใหม่ ให้ปลอกมันสามารถเปิดได้ทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อให้สอดกระป๋องเข้า-ออกได้ง่าย 
นอกจากนั้น เขาออกแบบฝาให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อที่เวลาใส่กระป๋องใหม่ กระป๋องเก่าจะเด้งกระโดดออกมาเอง และเรียกสินค้านี้ว่า Beerzooka พร้อมตั้งราคาขายที่ 1,300 บาท 
และทันทีที่เขาโพสต์คลิปสาธิตการใช้ Beerzooka มันก็กลายเป็นไวรัล 50 ล้านวิว เพราะมันดูแปลกใหม่ และดูสนุกสนาน ส่งผลให้เขาทำเงินจากชิ้นงานใหม่นี้ได้ 3.3 ล้านบาทในเดือนแรก 
พอรู้ว่าสินค้านี้มันมีศักยภาพที่จะฮิตและคนก็สนใจจริง เขาจึงนำคอนเทนต์ที่แมสบน TikTok หรือ IG ไปยิง Ads ต่อใน Facebook Ads 
ปรากฏว่าเพียงแค่ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ยอดขาย Beerzooka พุ่งแตะจุดสูงสุดถึง 10 ล้านบาท จนเดือนธันวาคมเขาต้องปิด Ads ทั้งหมดเพื่อเร่งผลิตและแพ็กของส่งให้ทันช่วงเทศกาลคริสต์มาส
ปัจจุบันคุณ Satterlee ดำเนินธุรกิจในบริษัทชื่อว่า Cruise Cup มีโกดังขนาด 1,500 ตารางฟุต และพนักงานประจำ 2 คนช่วยแกะสินค้าออกจากเครื่องพิมพ์ 3D Printing แพ็ก และจัดส่งสินค้า 
อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าความเห็นจากชาวเน็ตในช่องของเขา ก็มีทั้งคนที่ชื่นชอบและคนที่ไม่สนใจ บางคนก็บอกว่ามันเป็นสินค้าธรรมดา ๆ ที่ไม่ได้มีประโยชน์ขนาดนั้น 
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ของแปลก ๆ บางอย่างก็กลับกลายเป็นสินค้าที่ขายดีได้ ถ้าคนทำเข้าใจและจับจุดได้ว่าโซเชียลมีเดียทำงานอย่างไร
สำหรับคุณ Satterlee เขามองว่าข้อดีของการเป็นเด็กวัยรุ่น คือเขาสามารถจับเทรนด์บนโซเชียลมีเดียได้ตามสัญชาตญาณ โดยไม่ต้องเสียเงินจ้างทีมการตลาดแพง ๆ เหมือนแบรนด์ใหญ่
และยังทิ้งท้ายถึงวัยรุ่นยุคนี้ที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจไว้ว่า ต่อให้ไอเดียในสิ่งนั้นจะฟังดูงี่เง่าแค่ไหน มันก็ไม่เสียหายอะไรที่จะลองทำดู เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าอะไรจะดีไม่ดี จนกว่าจะได้ลอง..
References : 
- Times Union, Entrepreneur
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.