
Business
“เนยพรีเมียม” กำลังเป็นของฝากยอดฮิต ของนักท่องเที่ยวในปารีส
14 ต.ค. 2026
“เนยพรีเมียม” กำลังเป็นของฝากยอดฮิต ของนักท่องเที่ยวในปารีส /โดย ลงทุนเกิร์ล
ถ้าพูดถึงของฝากจากปารีส ภาพจำของทุกคนคงหนีไม่พ้นสินค้าแบรนด์หรู น้ำหอม หรือสกินแคร์เคาน์เตอร์แบรนด์
ถ้าพูดถึงของฝากจากปารีส ภาพจำของทุกคนคงหนีไม่พ้นสินค้าแบรนด์หรู น้ำหอม หรือสกินแคร์เคาน์เตอร์แบรนด์
แต่ตัดภาพมาตอนนี้ ไอเทมที่กลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังตามหา จนกลายเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย ก็คือ “เนย”
จนเกิดเป็นคอนเทนต์รีวิวเนยฝรั่งเศสว่อน TikTok และทำเอาซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังในปารีส เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่กำลังเลือกซื้อเนยใส่กระเป๋าเดินทางกลับบ้าน
ทำไมนักท่องเที่ยวถึงแห่ไปซื้อเนยที่ฝรั่งเศสกันมากขึ้น ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
เนยที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ ไม่ใช่เนยทั่วไป แต่คือ “เนยคราฟต์เกรดพรีเมียม” ที่มีจุดเด่นทั้งเรื่องคุณภาพ วัตถุดิบ และกรรมวิธีการผลิต
ซึ่งหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของกระแสนี้ คาดว่าเริ่มต้นขึ้นในช่วงซัมเมอร์ปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีส
ในช่วงนั้น เริ่มมีคลิปวิดีโอบน TikTok พากันรีวิวและป้ายยาเนยฝรั่งเศส โดยเฉพาะรสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากเนยทั่วไป จนเกิดเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก
และหนึ่งในแบรนด์ที่เป็นดาวเด่นที่สุดในกระแสนี้ ก็คือ Maison Bordier เนยคราฟต์ระดับตำนานจากแคว้น Brittany ที่ใช้กรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมจากศตวรรษที่ 19 ซึ่งแทบไม่มีใครทำแล้วในปัจจุบัน
มีการนวดเนยด้วยความเร็วต่ำ และใช้ไม้พายตบ ๆ เนยทำให้เนยมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม และกลิ่นหอมละมุนตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ ยังเลือกใช้น้ำนมเกรดสูงสุดจากฟาร์มในรัศมี 100 กิโลเมตรจากแหล่งผลิต โดยแม่วัวพันธุ์ดีจะถูกเลี้ยงด้วยดอกไม้สด สมุนไพร หรือถั่วแอลแฟลฟา ซึ่งช่วยให้แม่วัวผลิตนมที่มีความเข้มข้นและให้กลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น
แต่สิ่งที่ทำให้เนยแบรนด์นี้กลายเป็นไอเทมที่นักท่องเที่ยวอยากลองมากกว่าเดิมก็คือ “รสชาติ”
เพราะไม่ได้มีแค่เนยเค็มหรือเนยจืดที่เราคุ้นเคย แต่ยังมีรสชาติแปลกใหม่อีกมากมาย เช่น วานิลลามาดากัสการ์ สาหร่าย ส้มยูซุ หอมหัวใหญ่รอสคอฟ และเลมอนกับน้ำมันมะกอก
นอกจาก Bordier แล้ว อีกหนึ่งแบรนด์ที่กลายเป็นไอเทมที่หลายคนตามหา ก็คือ Le Beurre Dupont
แบรนด์ที่มีจุดเด่นในเรื่องการคัดสรรน้ำนมจากฟาร์มเฉพาะถิ่น และการบ่มครีมอย่างพิถีพิถัน จนได้เนยที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ไม่แพ้แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Bordier เลยทีเดียว
ต้องบอกว่า กระแสความฮิตของเนยพวกนี้ ได้รับแรงหนุนหลักจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอเมริกันและชาวญี่ปุ่น ที่แวะเวียนมาต่อคิวชิมและซื้อเนยกลับบ้านกันอย่างไม่ขาดสาย
ฝั่งนักท่องเที่ยวอเมริกันมองว่าซื้อที่นี่แล้วคุ้มกว่า เพราะเนยพรีเมียมตัวเดียวกัน พอนำเข้าไปขายที่สหรัฐอเมริกา ราคาจะพุ่งสูงกว่าฝรั่งเศสหลายเท่า
ส่วนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ก็อินกับเบเกอรีและวัฒนธรรมขนมฝรั่งเศสเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับคนญี่ปุ่นมีค่านิยมชื่นชมช่างฝีมือ เนยคราฟต์ที่พิถีพิถันในการนวดและปั้นด้วยมือจึงตอบโจทย์รสนิยมพวกเขาแบบเต็ม ๆ
ส่งผลให้ La Grande Épicerie de Paris ซูเปอร์มาร์เก็ตและตลาดอาหารระดับไฮเอนด์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในปารีส ขายเนยพรีเมียมได้มากถึง 19 ตัน ในปี 2025 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 300% เมื่อเทียบกับปี 2023
เพราะที่นี่ได้รวบรวมเนยคราฟต์พรีเมียมชื่อดังจากทั่วฝรั่งเศสเอาไว้มากมาย จนกลายเป็นสวรรค์ของคนรักเนยที่ใครไปก็ต้องแวะ
แถมยังมีบริการซีลสุญญากาศให้ในราคาเพียง 1 ยูโร เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถแพ็กเนยใส่กระเป๋าเดินทาง นำกลับไปเป็นของฝากได้อย่างสะดวกสบาย
ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า กระแสการกว้านซื้อเนยกลับบ้านของนักท่องเที่ยวในวันนี้ จะเป็นแค่แฟชั่นชั่วคราวบนโซเชียลมีเดีย
หรือกำลังจะกลายเป็นของฝากคลาสสิกชิ้นใหม่ของฝรั่งเศสกันแน่..
References :
The Times, Le Parisien, Euro news
The Times, Le Parisien, Euro news