Lore-Tripping เทรนด์ท่องเที่ยวใหม่ ไม่เน้น Tourist Spot แต่ขอเก็บเมืองเล็ก ๆ ที่มีเรื่องเล่า
Economy

Lore-Tripping เทรนด์ท่องเที่ยวใหม่ ไม่เน้น Tourist Spot แต่ขอเก็บเมืองเล็ก ๆ ที่มีเรื่องเล่า

26 ต.ค. 2026
Lore-Tripping เทรนด์ท่องเที่ยวใหม่ ไม่เน้น Tourist Spot แต่ขอเก็บเมืองเล็ก ๆ ที่มีเรื่องเล่า /โดย ลงทุนเกิร์ล 
เชื่อว่าคนส่วนมากที่จองทริปไปเที่ยว จะต้องมีลิสต์สถานที่ยอดนิยมที่อยากไปสักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแลนด์มาร์กชื่อดัง ร้านอาหารยอดฮิต หรือจุดถ่ายรูปเช็กอินลงโซเชียลมีเดีย อยู่ในแพลน
แต่รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้เมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ได้แมสมาก แต่มีเรื่องเล่าหรือตำนานแปลกใหม่ซ่อนอยู่ กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ จนกลายเป็นเทรนด์ท่องเที่ยวที่เรียกว่า Lore-Tripping 
แล้วเทรนด์ Lore-Tripping น่าสนใจอย่างไร ? 
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง 
Lore-Tripping เกิดจากการผสมคำระหว่างคำว่า Lore ที่แปลว่า ตำนาน และ Tripping ที่แปลว่า การท่องเที่ยว 
พูดง่าย ๆ คือ เทรนด์นี้ไม่ใช่การเดินทางไปเมืองหลักหรือสถานที่ไวรัล แต่เป็นการเดินทางไปยังสถานที่แปลกใหม่ที่มีเรื่องเล่าเบื้องหลังน่าสนใจ เช่น ตำนานท้องถิ่น ประวัติศาสตร์แปลก ๆ หรือวัฒนธรรมที่หาจากที่อื่นไม่ได้
จากรายงานเทรนด์การท่องเที่ยวปี 2026 ของ Airbnb พบว่า 90% ของ Gen Z ที่ตอบแบบสำรวจในสหรัฐฯ สนใจเดินทางไปเมืองเล็ก ๆ หรือสถานที่ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
โดยผลสำรวจยังพบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของจุดหมายปลายทางที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่ม Gen Z สำหรับฤดูใบไม้ร่วง เป็นเมืองเล็ก ๆ
แล้วทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหันมาท่องเที่ยวตามเมืองเล็ก ? 
หากเปรียบเทียบการท่องเที่ยวตามเมืองหลัก นักท่องเที่ยวมักมีค่าใช้จ่ายสูงทั้งเรื่องการเดินทาง, ที่พัก และอาหาร ในขณะที่เมืองเล็ก ๆ มีค่าครองชีพต่ำกว่า ทำให้ประหยัดบัดเจต การใช้จ่ายลดลงไปด้วย 
ซึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่มองว่าการท่องเที่ยวในเมืองเล็ก คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากกว่า แถมยังได้สัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นแบบแท้จริง พร้อมมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจที่สามารถนำไปบอกต่อได้ 
โดยผลสำรวจอีกชุดของ Airbnb พบว่า 63% ของ Gen Z มองว่า การได้เป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรก ๆ ที่ไปเยือนสถานที่ซึ่งคนรู้จักยังไม่เคยไป ถือเป็นสิ่งที่สะท้อนสถานะทางสังคมได้
ยกตัวอย่างเมืองเล็กที่น่าสนใจอย่าง Point Pleasant ในรัฐ West Virginia ที่มีตำนาน Mothman หรือสิ่งมีชีวิตลึกลับที่มีปีกและดวงตาสีแดง ซึ่งมีรายงานการพบเห็นเมื่อหลายสิบปีก่อน 
และปัจจุบันเมืองแห่งนี้ก็นำตำนานดังกล่าวมาต่อยอดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีธีม Mothman ทั้งในพิพิธภัณฑ์, รูปปั้น และเทศกาล 
หรือเมือง Leavenworth ในรัฐ Washington ที่ในอดีตเป็นเมืองอุตสาหกรรมการตัดไม้ แถวเทือกเขา Cascade แต่ปัจจุบันได้พลิกโฉมให้กลายเป็นหมู่บ้านเยอรมัน สไตล์บาวาเรียน 
ช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวซื้อของที่ระลึกประจำเมืองอย่าง นาฬิกา Cuckoo และการแสดงเครื่องดนตรีพื้นบ้าน Alpenhorn  
อ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นว่า นอกจากเทรนด์ Lore-Tripping จะช่วยปลุกกระแสให้คนรุ่นใหม่ ค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกใหม่แล้ว อีกด้านสำหรับเมือง ยังถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่ชุมชนในเมืองเล็ก ๆ ได้มากขึ้น
ซึ่งไม่แน่ว่า เทรนด์นี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้จังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย ดึงตำนานเล่าขานของแต่ละท้องถิ่นให้กลายมาเป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดเป็นที่รู้จักมากขึ้น.. 
References : 
- Fastcompany, Southernliving
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.