เมื่อสหายฝั่งเกาหลีเหนือ อยากลองเป็น “ยูทูบเบอร์”
Entertainment

เมื่อสหายฝั่งเกาหลีเหนือ อยากลองเป็น “ยูทูบเบอร์”

4 พ.ค. 2021
เมื่อสหายฝั่งเกาหลีเหนือ อยากลองเป็น “ยูทูบเบอร์” /โดย ลงทุนเกิร์ล
เกาหลีเหนือ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ปิดกั้นตัวเอง มากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
จึงไม่แปลก ที่เรื่องราวภายในดินแดนสนธยา ซึ่งถูกแบ่งด้วยเส้นขนานที่ 38 กับเกาหลีใต้นี้
จะกลายเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจ จนไม่ว่าจะหยิบมาเล่าเมื่อไรก็มีคนอยากฟัง
และถ้าถามว่า ใครจะเป็นผู้ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นไปในเกาหลีเหนือได้ดีที่สุด 
คำตอบก็คงจะเป็น “ชาวเกาหลีเหนือ” นี่แหละ
แต่ในเมื่อ ชาวเกาหลีเหนือเอง ไม่ได้มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเหมือนคนทั้งโลก
และมีเพียงชาวเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์ หรือคนที่ลี้ภัยออกจากเกาหลีเหนือได้สำเร็จเท่านั้น
ที่จะมาเป็นกระบอกเสียงให้คนทั้งโลก รู้ว่าดินแดนหลังม่านเหล็กแห่งนี้เป็นอย่างไร 
จุดนี้เองจึงเป็นโอกาสให้ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ยุคใหม่เหล่านี้
กลายเป็นผู้กุมคอนเทนต์ที่คนทั้งโลกไม่มีอยู่ในมือ
ที่น่าสนใจคือ พวกเขาไม่ต้องรอให้มีองค์กรไหนมาส่งเทียบเชิญให้ไปขึ้นเวทีแล้วในยุคนี้
แต่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ ด้วยการเปิดช่องยูทูบของตัวเองเลย​
แล้วจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อชาวเกาหลีเหนือ มาสวมบทยูทูบเบอร์​ ?
อาชีพนี้ทำเงินให้กับพวกเขามากขนาดไหน ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟังค่ะ
อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า สหายเกาหลีเหนือที่ผันตัวมาเป็นยูทูบเบอร์ได้​
คือ ชาวเกาหลีเหนือที่สามารถลี้ภัยออกนอกประเทศ และไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศต่าง ๆ
โดยที่ผ่านมา หนึ่งในช่องทางทำเงินของพวกเขา นอกจากงานประจำ 
ก็คือ การไปร่วมบรรยายเป็นวิทยากร หรือกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุมต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละคร ตอนอยู่ที่เกาหลีเหนือ 
แต่เมื่อเกิดวิกฤติโควิด 19 ทำให้ไม่สามารถไปเดินสาย เป็นวิทยากรได้เหมือนเคย แถมอาชีพหลักที่ทำอยู่ ก็ได้รับผลกระทบไปตาม ๆ กันด้วย
ทำให้ชาวเกาหลีเหนือเหล่านี้ จึงผันตัวมาหารายได้เสริม ด้วยการเป็นยูทูบเบอร์เสียเลย 
ซึ่งหลาย ๆ คนก็ทำได้ดีทีเดียว มีผู้ติดตามตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน
โดยหนึ่งในเสน่ห์ของช่อง ก็หนีไม่พ้น การหยิบเรื่องราวในเกาหลีเหนือมาเล่าในหลากหลายแง่มุม 
ยกตัวอย่างเช่น
Yeonmi Park เด็กสาวที่เปิดประตูให้คนทั้งโลก เห็นสภาพความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีเหนือ ผ่านสุนทรพจน์ในเวทีงานประชุม One Young World 2014
นอกจากนั้น เธอยังได้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านหนังสือ In Order to Live เกี่ยวกับการหลบหนีข้ามชายแดนเข้าสู่จีน เดินทางสู่มองโกเลีย จนกระทั่งมีอิสรภาพที่แท้จริงในเกาหลีใต้
โดยในปี 2014 สำนักข่าว BBC ก็ได้จัดอันดับให้ Yeonmi Park เป็นหนึ่งใน Top 100 Women 
ทุกวันนี้ เธอเดินสายในฐานะนักพูด ทำงานในองค์กรช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากเกาหลีเหนือในจีน 
เป็นทนายช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ และพิทักษ์สิทธิมนุษยชนเพื่ออิสรภาพ 
รวมถึงเป็นเจ้าของช่องยูทูบชื่อว่า Voice of North Korea by Yeonmi Park ที่มีผู้ติดตาม 4.95 แสนคน นำเสนอเรื่องราวของเกาหลีเหนือในหลากหลายแง่มุม
คนต่อมาคือ Seok Hyeon Ju อดีตนักโทษชาวเกาหลีเหนือ วัย 33 ปี 
เธอถูกจำคุก 2 ปีครึ่งที่เปียงยาง หลังพยายามหลบหนีออกนอกประเทศตอนอายุ 17 ปี
และหลังจากนั้นก็ถูกขายให้เป็นเจ้าสาวของหนุ่มจีนที่ไม่รู้หนังสือ 
ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ที่เกาหลีใต้ และเริ่มต้นเป็นยูทูบเบอร์​เต็มตัว ภายใต้ชื่อช่องว่า 북한에미나이 และมีผู้ติดตามแล้ว 1 หมื่นคน
ซึ่งโดยปกติแล้ว เธอจะอัปโหลดคลิป สัปดาห์ละ 2 ครั้ง 
เน้นการถ่ายทำแบบเป็นธรรมชาติ โปรดักชันบ้าน ๆ ที่ใช้กล้อง GoPro 
ส่วนเรื่องราวที่นำเสนอ มีตั้งแต่คลิปที่จำลองความเป็นอยู่อย่างอดอยากในเกาหลีเหนือ
ไปจนถึงการโชว์ทักษะการเอาตัวรอด ด้วยการปีนภูเขาไปเก็บเห็ดป่า หรือการจับปลาด้วยมือเปล่ามาทำอาหาร
นอกจากนั้น บางครั้งเธอก็สร้างความแปลกใหม่ ด้วยการชวนเพื่อนชาวเกาหลีเหนือ Sim Ha Yoon ซึ่งเป็นยูทูบเบอร์เหมือนกัน มาทำคลิปชวนคุยเรื่องแฟชั่น และความสวยความงามของผู้หญิง ที่อาจจะแตกต่างกันระหว่างผู้หญิงเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ 
Seok Hyeon Ju มีความฝันว่าอยากจะเปิดร้านอาหารของตัวเองให้ได้ ภายในอายุ 40 ปี
ดังนั้นเป้าหมายหลักสำหรับการเป็นยูทูบเบอร์ของเธอ จึงเป็นการหารายได้
ซึ่งด้วยฐานผู้ชมที่เธอมีตอนนี้ สามารถทำรายได้ให้เธอประมาณ 12,500-14,000 บาทต่อเดือน
และคนสุดท้าย Jang Jung Hyuk หนุ่มเกาหลีเหนือแปรพักตร์วัย 23 ปี 
ซึ่งมีอาชีพหลักเป็นนักสู้ MMA หรือนักสู้ที่ใช้ศิลปะการต่อสู้หลายแขนง
เขามีอาชีพเสริมเป็นยูทูบเบอร์มาได้ 2-3 ปีแล้ว 
เปิดเป็นช่องชื่อ 탈북파이터TV และมีผู้ติดตามประมาณ 3.53 หมื่นคน
โดยที่ผ่านมา เขามักนำภาพไฮไลต์จากการแข่งขันของเขามาอัปโหลด​
จนเกิดการระบาดของโควิด 19 ทำให้การแข่งขันรายการต่าง ๆ ถูกยกเลิก
เขาเลยผันตัวมาทำคลิปที่ตีแผ่เรื่องราวในเกาหลีเหนือแทน 
ซึ่งก็เป็นสิ่งที่แฟน ๆ ที่ติดตามช่องของเขาเรียกร้องมาตลอด 
และทำให้เขาได้เสียงตอบรับที่ดีเลยทีเดียว 
โดย Jang Jung Hyuk บอกว่าปัจจุบันเขามีรายได้จากการเป็นยูทูบเบอร์ เฉลี่ยประมาณ 12,500 บาทต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบัน จะพัฒนาให้คนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายแค่ไหน 
ซึ่งทำให้คนทั่วโลกได้ยินเรื่องราวของพวกเขา ได้เพียงไม่กี่คลิก
แต่สำหรับชาวเกาหลีเหนือแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่ได้เห็น
เพราะอย่าลืมว่า ประตูและหน้าต่างของเกาหลีเหนือ
ไม่ได้เปิดเพื่อให้คนนอกมองเข้าไปฉันใด ก็ไม่ได้เปิดให้คนในออกมาฉันนั้น
แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งผู้นำเกาหลีเหนือพยายามปิดเท่าไร 
คนภายนอกก็ยิ่งอยากฉายไฟเข้าไปดู
และคนที่คอยแง้มประตูให้ชาวโลกได้เห็นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน 
แต่เป็นชาวเกาหลีเหนือ ที่แปรพักตร์นั่นเอง..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.