Paris Baguette ขนมปังเกาหลี ชื่อฝรั่งเศส แต่ดังระดับโลก
Food
Business

Paris Baguette ขนมปังเกาหลี ชื่อฝรั่งเศส แต่ดังระดับโลก

11 พ.ค. 2021
Paris Baguette ขนมปังเกาหลี ชื่อฝรั่งเศส แต่ดังระดับโลก /โดย ลงทุนเกิร์ล
Paris Baguette เป็นเชนร้านกาแฟและเบเกอรี 
ที่มีสาขามากเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ด้วยจำนวนสาขากว่า 4,000 แห่ง
ซึ่งเอกลักษณ์ของ Paris Baguette (ปารีส บาแกตต์) 
ก็คือ กาแฟและเบเกอรี ที่พร้อมเสิร์ฟในสไตล์ฝรั่งเศส
ประกอบกับภาพจำอย่างรูป “หอไอเฟล” ที่เด่นสะดุดตาอยู่บนป้ายชื่อหน้าร้าน
จนทำให้ใครหลายคน หลงเข้าใจว่าแบรนด์ Paris Baguette นั้นมาจากประเทศฝรั่งเศส
แต่แท้จริงแล้ว Paris Baguette มีต้นกำเนิดที่เกาหลีใต้ 
ประเทศซึ่งอยู่ห่างจากฝรั่งเศสกว่า 9,000 กิโลเมตร และแทบไม่ได้มีวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกันเลย
และที่น่าสนใจคือ ชาวเกาหลีกลับสามารถพาแบรนด์ Paris Baguette ให้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกได้
เรื่องราวของ Paris Baguette น่าสนใจอย่างไร ?
และกลยุทธ์อะไรที่ทำให้ Paris Baguette ขยายสาขาไปได้ระดับโลก ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ที่มาของ Paris Baguette นั้น เริ่มขึ้นมาจากแบรนด์ที่ชื่อว่า “Paris Croissant” (ปารีส ครัวซองต์)
ซึ่งเป็นแบรนด์ที่อยู่ภายใต้ SPC Group บริษัทที่ได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งแฟรนไชส์” ในเกาหลี
เนื่องจากบริษัทได้สิทธิ์แฟรนไชส์จากแบรนด์ชื่อดังต่าง ๆ เช่น
Baskin-Robbins, Dunkin' Donuts และ Jamba Juice
โดยร้าน Paris Croissant จะเน้นตั้งสาขาอยู่ตามย่านท่องเที่ยวของชนชั้นกลางเป็นส่วนใหญ่
แต่ด้วยความที่ Paris Croissant ยังใช้สูตรเบเกอรี ที่ไม่ใช่ต้นตำรับแบบฝรั่งเศสแท้ ๆ
อยากจะสร้างแบรนด์ที่มีความใกล้เคียงกับฝรั่งเศสมากขึ้น
อย่างไรก็ตามถ้าจะให้เปลี่ยนสูตรเบเกอรีใหม่ทั้งหมดในร้าน ก็กลัวว่าจะกระทบกับลูกค้าประจำเดิม
ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจ ก่อตั้งแบรนด์ Paris Baguette ขึ้นในปี 1988
หรือเมื่อประมาณ 33 ปีที่แล้ว
โดยแบรนด์ Paris Baguette จะชูจุดเด่นไปที่การเป็น “ฝรั่งเศสแท้ ๆ” 
พร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดูพรีเมียม และมักจะตั้งอยู่ตามย่านที่อยู่อาศัยของกลุ่มที่มีฐานะร่ำรวย และย่านช็อปปิงสุดหรู
ซึ่งหลังจากที่ก่อตั้งแบรนด์ Paris Baguette มาได้เพียง 4 ปี
ก็สามารถขยายสาขาไปได้กว่า 100 แห่งทั่วเกาหลีใต้
ต่อมาในปี 2004 แบรนด์ Paris Baguette เริ่มขยายสาขาออกไปนอกประเทศเป็นครั้งแรก
โดยเริ่มจากประเทศจีน และในปีถัดไปก็ได้ขยายสาขาไปยังลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา
ซึ่งเป็นเมืองที่มีชาวเกาหลีอาศัยอยู่จำนวนมาก ทำให้ได้รับผลตอบรับอย่างดี
จนในปัจจุบัน สามารถขยายสาขาในสหรัฐอเมริกาไปแล้วมากกว่า 80 แห่ง
นอกจากนี้ Paris Baguette ยังได้ขยายสาขาไปในเวียดนามและสิงคโปร์ อีกด้วย
แต่เรื่องที่น่าสนใจคือ ในปี 2014 Paris Baguette ได้ตัดสินใจทำเรื่องที่ท้าทายมาก ๆ
ด้วยการเข้าไปเปิดสาขาในเมืองเจ้าถิ่น อย่างปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ซึ่งถ้าแบรนด์เกิดล้มเหลว หรือได้รับคำวิจารณ์เชิงลบจากลูกค้าชาวฝรั่งเศส
ก็อาจส่งผลกระทบอย่างหนัก ต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้
แต่ผลปรากฏว่า Paris Baguette สามารถดำเนินธุรกิจในฝรั่งเศสได้อย่างราบรื่น
เนื่องจากพวกเขาได้วางแผนไว้ล่วงหน้าด้วยการไปเปิดสำนักงานที่ปารีสไว้ตั้งแต่ปี 1998 หรือ 16 ปีก่อนหน้าที่จะเปิดสาขาแรกที่ปารีส
เหตุผลที่ต้องใช้เวลาเตรียมตัวนานขนาดนี้ ก็เป็นเพราะแบรนด์ Paris Baguette จะใช้แป้งสำหรับทำเบเกอรีที่เป็นสูตรเฉพาะของแบรนด์ ซึ่งต้องนำเข้ามาจากเกาหลีใต้เท่านั้น
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องจัดเตรียมขั้นตอนต่าง ๆ สำหรับการนำเข้าแป้ง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักให้เรียบร้อยเสียก่อน 
นอกเหนือจากการนำเข้าแป้งแล้ว อีกประเด็นสำคัญก็คือเรื่อง “รสชาติ”
โดยสำนักงานที่ปารีสนี้ จะทำหน้าที่ในการ “ศึกษาพฤติกรรมของชาวฝรั่งเศส”
และพวกเขาต้องปรับเมนู รวมถึงจ้างชาวฝรั่งเศสเข้ามาร่วมพัฒนาเมนูต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับชาวฝรั่งเศสมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน Paris Baguette ยังพบว่า ชาวฝรั่งเศสเริ่มกังวลกับปัญหาโรคอ้วนมากขึ้น 
ทำให้ Paris Baguette สาขาฝรั่งเศส จะไม่วางขายสินค้าแปรรูป เช่น ช็อกโกแลต และเจลลี ที่ผลิตโดยบริษัทอื่น เพราะสินค้าเหล่านี้อาจมีระดับน้ำตาลค่อนข้างสูง
หลังจากการศึกษาข้อมูลของผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสมาอย่างยาวนาน
ทำให้ผลลัพธ์หลังจากการเปิดสาขาแรกเป็นไปได้อย่างราบรื่น
และยังมีภัตตาคารท้องถิ่นในฝรั่งเศสกว่า 40 แห่ง
ที่ติดต่อให้แบรนด์ Paris Baguette ผลิตขนมปังส่งให้ร้านของพวกเขา
ซึ่งรวม ๆ แล้วจะมีปริมาณมากถึง 60,000 ชิ้นต่อเดือน เลยทีเดียว
นอกจากนี้ แบรนด์ Paris Baguette ยังได้รับรางวัลจาก Coupe du Monde de la Boulangerie 
ซึ่งเป็นหนึ่งในการแข่งขันทำเบเกอรีในปารีส ที่หลายฝ่ายให้การยอมรับ
แล้ว Paris Baguette ทำอย่างไรถึงสามารถประสบความสำเร็จ จนมีสาขาในหลาย ๆ ประเทศได้ ?
กลยุทธ์ของแบรนด์ Paris Baguette อาจสรุปได้เป็น 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ
กลยุทธ์ที่ 1 ก็คือ Localize 
โดยแบรนด์ Paris Baguette จะปรับสูตรและเมนูให้เข้ากับความชอบของคนแต่ละประเทศ
อย่างน้อย 20% ของเมนูในร้านทั้งหมด
ยกตัวอย่างเช่น 
ในประเทศจีน เมนูขนมปัง Rousong (เนื้อสัตว์ที่นำไปแปรรูปคล้ายกับหมูหย็อง) จะมี “ความมัน” ที่มากกว่าปกติ เนื่องจากชาวจีนนิยมบริโภคอาหารที่มีน้ำมันค่อนข้างเยอะ
กลยุทธ์ที่ 2 คือ การรักษาภาพลักษณ์ที่ดูหรูหรา
ตั้งแต่เมนูขนม การตกแต่งร้านที่ดูหรูหรา
ไปจนถึงทำเลที่ตั้งของแต่ละสาขา ที่มักจะอยู่แต่ในย่านสุดหรูอยู่เสมอ
ในขณะเดียวกัน “การตั้งราคา” ของแบรนด์ Paris Baguette ก็ยังมีความน่าสนใจ
เนื่องจากสินค้าในร้านจะถูกกำหนดให้มีราคาที่สูงกว่าราคาเฉลี่ยของร้านขนมปังท้องถิ่น
อยู่ที่ประมาณ 10%-20% อีกด้วย
และสำหรับกลยุทธ์ที่ 3 ก็คือ ทำให้แบรนด์มีความ “สดใหม่” อยู่ตลอดเวลา
โดย Paris Baguette จะมีเมนูเบเกอรีที่หมุนสับเปลี่ยนในร้าน มากกว่า 300 ชนิด
นอกจากนี้ ในสาขาต่างประเทศ ที่เปิดให้บริการไปได้ระยะเวลาหนึ่ง
จะมีการนำเอาส่วนผสม และเมนูที่มีความเป็นเกาหลีเข้ามาวางขายร่วมด้วย
เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับลูกค้าชาวต่างชาติ ที่ไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติแบบนี้มาก่อน
เช่น การวางขายเมนูที่ผสมด้วยถั่วแดง เกาลัด และเมนูพิงซู (Bingsu) น้ำแข็งไสสไตล์เกาหลี
ในสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้คนในท้องถิ่นได้ไม่น้อย
ความสำเร็จของแบรนด์ Paris Baguette คงทำให้เราเห็นแล้วว่า
มันไม่สำคัญว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์ จะมาจากประเทศไหน
แต่สำคัญว่าหลังจากนี้ พวกเขาจะขยายไปที่ประเทศไหนมากกว่า
และถ้าเราใส่ใจในทุกรายละเอียด
มันก็สามารถทำให้แบรนด์สู้ประเทศที่เป็นต้นตำรับได้เหมือนกัน..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.