ทำไมการตลาดความงามสายมู ถึงกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นจีน
EconomyHealth & Beauty

ทำไมการตลาดความงามสายมู ถึงกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นจีน

29 พ.ค. 2021
ทำไมการตลาดความงามสายมู ถึงกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นจีน /โดย ลงทุนเกิร์ล
ใครว่าการตลาดสายมู (ย่อมาจาก มูเตลู) หรือการตลาดที่เล่นกับความเชื่อของคน 
จะมาแรงแค่ในบ้านเรา เพราะเทรนด์ที่ว่านี้ กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ Gen Z หรือวัยรุ่นจีนไม่แพ้กัน 
โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามของจีน 
ซึ่งในช่วงหลายปีมานี้ จะเห็นว่า มีหลายแบรนด์ที่หันมางัดวิชาการตลาดสายมูมาใช้​
การมูเตลู จะมาอยู่คู่กับผลิตภัณฑ์ความงามอย่างไร ?
แล้วเทรนด์ที่ว่ามาแรงขนาดไหน ทำไมถึงฮิตในแดนมังกร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง​

ถ้าย้อนไปดูประวัติศาสตร์ของจีน
จะพบว่าคนจีน ก็มีวัฒนธรรมความเชื่อ เรื่องโชคลางไม่ต่างกับคนไทย
ตั้งแต่สมัยโบราณ คนจีนมีความเชื่อเรื่องโลกหลังความตาย 
ไม่อย่างนั้น คงไม่มีธรรมเนียมไหว้บรรพบุรุษ อย่างเช็งเม้งหรือสารทจีน 
นอกจากนี้ คนจีนยังมีความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง เพื่อเสริมมงคล ป้องกันสิ่งชั่วร้าย 
มีวัฒนธรรมการดูหมอ เพื่อทำนายอนาคต และเป็นที่พึ่งทางใจ
ซึ่งค่านิยมเหล่านี้ ยังคงส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น มาจนถึงปัจจุบัน
แม้วันนี้ คนจีนจะเปิดรับเทคโนโลยีและเทรนด์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น 
ที่มีแม้แต่เทรนด์การใช้ไอดอลในโลกเสมือน (Virtual Influencer) หรือไอดอลที่สร้างด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มาแทนไอดอลที่เป็นคนจริง ๆ ก็ยังเป็นที่นิยมอย่างมาก 
แต่ในอีกมุมหนึ่ง คนจีนไม่ว่าจะเจนฯ ไหน ก็ยังอินกับเรื่องความเชื่อและโชคลางอยู่ดี 
ดูอย่างใน Bilibili แพลตฟอร์มวิดีโอที่กำลังมาแรง เพราะเปรียบได้กับ YouTube ของเมืองจีน 
ซึ่งแพลตฟอร์มนี้โด่งดังจากการเป็นแพลตฟอร์มของกลุ่มคนชอบดูการ์ตูนแอนิเมชัน จึงมีกลุ่ม Gen Z อยู่ไม่น้อย
ที่น่าสนใจคือ หนึ่งในแฮชแท็กที่มาแรงใน Bilibili ก็หนีไม่พ้นเรื่องที่เกี่ยวกับ “ความเชื่อ” 
อย่าง #Zodiac หรือจักรราศี มีผู้ชมมากกว่า 200 ล้านครั้ง 
ขณะที่ #Tarot หรือไพ่ทาโรต์ มีผู้ชมมากกว่า 16 ล้านครั้ง ​
พอเป็นเช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่แบรนด์ต่าง ๆ จะจับกระแสนี้มาต่อยอดในเชิงธุรกิจ
เพราะเมื่อพบแล้วว่า ความสนใจของผู้บริโภคอยู่ตรงไหน
หน้าที่ของแบรนด์ก็ต้องพยายามตอบสนองต่อความต้องการนั้น
ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีแบรนด์ความงามมากมาย รวมไปถึงอินฟลูเอนเซอร์ด้านความงาม
ที่หันมาหยิบเรื่องราวความเชื่อ โชคลาง จักรราศี มาสร้างสตอรี เพื่อเพิ่มสีสันให้กับผลิตภัณฑ์ อาทิ
Pony Park บล็อกเกอร์ชาวเกาหลีที่มีฐานแฟนจำนวนมากในจีน 
ร่วมกับเครื่องสำอาง MAC Cosmetics เปิดตัวเมกอัป ภายใต้ธีมไพ่ทาโรต์
Benny Dong อินฟลูเอนเซอร์ด้านความงามอันดับต้น ๆ 
เปิดตัววิดีโอซีรีส์ “Mysticism Classroom” ที่แชร์ไอเดียในการเลือกผลิตภัณฑ์ความงามและน้ำหอม 
โดยอิงตามหลักความเชื่อของเทพกรีก-โรมัน รวมไปถึงการสร้างสมดุลระหว่างพลังหยินและหยาง 
ขณะที่บรรดาแบรนด์เครื่องสำอางของจีนก็ไม่น้อยหน้า 
ต่างพาเหรดกันออกคอลเลกชันที่อิงกับความเชื่อต่าง ๆ เช่น
Perfect Diary เปิดตัวอายแชโดว์ ที่นำ “ปลา” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี นำโชค ของชาวจีนมาใส่ในแพ็กเกจจิง
Girlcult ​เปิดตัวคอลเลกชันเครื่องสำอาง ที่นำแรงบันดาลใจมาจากคัมภีร์ทะเลและขุนเขาของจีน 
ซึ่งมีการบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับเทพนิยายหรือตำนานเทพ 
Flower Knows ที่นำเรื่องราวของตำนานเทพีแห่งยุคบาโรกและโรมัน มาใช้เป็นแรงบันดาลใจ ในการออกแบบแพ็กเกจจิงได้อย่างแปลกตา
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่วงการเครื่องสำอางเท่านั้น 
แต่เทรนด์นี้ยังลามไปถึงธุรกิจอื่น ที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม
อย่างวงการศัลยกรรม สมัยนี้อยากดูดี ไม่ใช่แค่ต้องไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ 
แต่ชาวจีนยังต้องปรึกษาหมอดูว่า จะศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแบบไหน ถึงจะนำความโชคดีเข้ามาในชีวิต 
หรือถ้าจะเลือกใช้คอนแท็กต์เลนส์สักคู่ เดี๋ยวนี้ก็ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาสายตา หรือเพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตาอีกต่อไป
แต่ต้องเสริมความมั่นใจแบบเต็มร้อย ด้วยการเลือกสีให้ตรงกับจักรราศีเกิดด้วย
ยกตัวอย่างแบรนด์ Molsion ที่ได้เปิดตัวคอนแท็กต์เลนส์แฟชั่นหลากสี 
เพื่อให้สายมู สนุกกับการเปลี่ยนสีดวงตาให้ตรงกับจักรราศีเกิด
อ่านมาถึงตรงนี้ คงพอเห็นภาพแล้วว่า เทรนด์การตลาดสายมูกำลังเป็นที่นิยมขนาดไหนในแดนมังกร
แต่ถ้าถามว่า ทำไมการตลาดที่อิงกับความเชื่อและความศรัทธาของผู้คน ถึงยังมีอิทธิพลในโลกยุคดิจิทัล 
คำตอบก็อาจเป็นเพราะ “ความเชื่อ” เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนเรามาทุกยุคทุกสมัย 
และไม่ว่าคนยุคไหน ๆ ก็ล้วนต้องการที่พึ่งทางจิตใจ 
จึงทำให้ผู้คนมีแนวโน้มจะอินกับการตลาดแนวนี้ได้ง่าย
ซึ่งนอกจากกลยุทธ์ดังกล่าวจะตอบสนองความต้องการลึก ๆ ในจิตใจของมนุษย์ ที่ต้องการที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแล้ว
ยังเป็นเหมือนตัวช่วยทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalised) ทางอ้อม
ด้วยการทำให้ลูกค้ารู้สึกราวกับเป็นคนพิเศษได้ในชั่วพริบตา 
เพราะแม้เจ้าของผลิตภัณฑ์จะออกแบบสินค้ามาเพื่อตอบโจทย์คนหมู่มากก็จริง 
แต่กลับให้ประสบการณ์ที่พิเศษกว่า 
จากที่จะซื้อคอนแท็กต์เลนส์สีที่ชอบเฉย ๆ ซึ่งอาจไม่ได้ต่างจากคนอื่น 
ก็เปลี่ยนเป็นการเลือกสีตา ที่ตรงตามจักรราศีเกิดของตัวเองโดยเฉพาะ
หรือการเลือกเครื่องสำอาง ก็ไม่ได้เลือกแค่จากสีที่ถูกใจเพียงอย่างเดียว 
แต่ต้องหาไอเทมที่ช่วยเติมความมั่นใจ พร้อมเสริมมงคล แบบทูอินวัน
ทั้งนี้ทั้งนั้น แบรนด์ก็ต้องไม่ลืมว่า ต่อให้การตลาดสายมูจะมาแรงแค่ไหน 
แต่ถ้าคุณภาพสินค้าไม่ดีอย่างที่ลูกค้าคาดหวัง 
อานุภาพของการตลาดสายมู ก็อาจจะเสื่อมมนตร์ขลังได้ในทันทีเช่นกัน..
© 2024 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.