จากผู้อพยพชาวไทย สู่เจ้าของแบรนด์ขนตาปลอม รายได้ 1,500 ล้านบาท
Business

จากผู้อพยพชาวไทย สู่เจ้าของแบรนด์ขนตาปลอม รายได้ 1,500 ล้านบาท

17 มิ.ย. 2021
จากผู้อพยพชาวไทย สู่เจ้าของแบรนด์ขนตาปลอม รายได้ 1,500 ล้านบาท /โดย ลงทุนเกิร์ล
ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน เด็กน้อยอายุเพียง 7 ขวบคนหนึ่งพร้อมกับคุณแม่ของเธอ
ได้อพยพหนีความยากจนจากกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทยเรา ไปยังสหรัฐอเมริกา
เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ในการดำเนินชีวิต

และในวันนี้เธอเป็นเจ้าของแบรนด์ Glamnetic ผู้ผลิตขนตาปลอม ที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็ก
ซึ่งสามารถทำรายได้ในปีที่ผ่านมาถึง 1,567 ล้านบาท

ธุรกิจของเธอมีจุดเริ่มต้นมาอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟังค่ะ

คุณ Ann McFerran เป็นผู้หญิงไทย เกิดที่กรุงเทพมหานคร
แต่หลังจากที่คุณแม่ของเธอแต่งงานใหม่
ก็ได้พาเธออพยพมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ตอนเธออายุได้ 7 ปี

หลังจากมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แล้ว พ่อแม่ของเธออยากให้เธอเป็นหมอ เพราะมองว่าเป็นอาชีพมั่นคง
ซึ่งเธอก็สามารถสอบเข้าหลักสูตร Pre-med หรือหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนการเรียนแพทย์ได้สำเร็จ

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงคิดว่า ชีวิตเธอคงประสบความสำเร็จเหมือนกับแผนที่วางไว้
แต่ความเป็นจริงนั้นไม่ใช่เลย..

เพราะหลังจากเธอเรียนจบ Pre-med ชีวิตก็ไม่ได้เป็นเหมือนที่หวังไว้
เนื่องจากตัวเธอมีหนี้สินจำนวนมาก และจำเป็นต้องหาเงินมาใช้หนี้โดยด่วน ทำให้เธอตัดสินใจไม่เรียนต่อ

ที่สำคัญคุณ Ann McFerran ยังค้นพบตัวเอง ว่าจริง ๆ แล้วเธอไม่ได้อยากเป็นหมอเลยแม้สักนิดเดียว

แต่สิ่งที่เธอชอบและทำมันได้ดี คือ งานศิลปะและการแต่งหน้า
โดยเธอเคยขายภาพวาดของตนเองได้เงินไปกว่า 300,000 บาท ตอนอายุ 20 ปี

อย่างไรก็ตาม การที่จะเป็นศิลปินวาดภาพขายเป็นวัน ๆ
ก็ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าอาชีพนี้ จะยั่งยืนและมั่นคงได้อย่างไร

เธอจึงได้ไอเดียในการนำพรสวรรค์ด้านศิลปะของเธอมาทำเป็นธุรกิจ

แต่พรสวรรค์ด้านศิลปะก็ไม่ใช่จุดเริ่มต้นเดียวในการทำธุรกิจของเธอ

เพราะการที่เป็นชาวเอเชียในสหรัฐอเมริกา ทำให้เธอมักถูกบุลลีด้วยหน้าตาที่แตกต่างไปจากคนอื่น
แต่เธอก็ได้บอกว่าไม่ว่าเมื่อไรที่เธอติดขนตาปลอม เธอจะรู้สึกสวยและมั่นใจขึ้นมาในทันที
ซึ่งในสายตาของเธอ การแต่งหน้า ก็เหมือนกับการทำงานศิลป์ชิ้นหนึ่ง

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอก่อตั้งแบรนด์ Glamnetic ที่ทำธุรกิจผลิตขนตาปลอมขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนตาปลอมของเธอ ก็ไม่ใช่ขนตาปลอมธรรมดา ๆ ที่มีอยู่เกลื่อนตามท้องตลาด
แต่เป็นขนตาปลอมที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กยึดเอาไว้

โดยที่มาของขนตาปลอมแม่เหล็กนี้ ก็มาจากปัญหาตอนเธอติดขนตาปลอม
ซึ่งมีทั้งกาวติดขนตาปลอมที่เลอะเทอะเต็มหน้า และยังต้องใช้แหนบค่อย ๆ จับขนตาให้ยึดกับกาวอีก

เรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากอยู่ทีเดียว และเธอก็คิดว่าผู้หญิงหลาย ๆ คนก็คงเจอปัญหาแบบเดียวกัน

คุณ Ann McFerran จึงแก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างขนตาปลอมที่ติดง่าย
ซึ่งขนตาปลอมเทคโนโลยีแม่เหล็กนี้ ก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

เธอตั้งมั่นว่าจะลุยกับธุรกิจขนตาปลอมนี้ และได้ลงมือศึกษาแผนธุรกิจและการตลาดต่าง ๆ ด้วยตนเองทั้งหมดจากอินเทอร์เน็ตเป็นเวลาทั้งสิ้น 1 ปีเต็ม

หลังจากเธอคิดว่าเธอมีความรู้มากพอที่จะก่อตั้งธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว
เธอก็ได้เปิดตัวแบรนด์ขนตาปลอมที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กขึ้นมาในปี 2019

ที่น่าสนใจคือ เพียงแค่ 6 เดือน ธุรกิจของเธอก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทำรายได้หลักสิบล้านบาทต่อเดือน

แล้วอะไรที่ทำให้ธุรกิจขนตาปลอมของเธอประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ ?

อย่างที่ได้บอกไปข้างต้นว่า เธอต้องการผลิตขนตาปลอมที่แตกต่างจากของที่มีอยู่ในท้องตลาด
เธอจึงเลือกผลิตขนตาปลอมที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็ก

ซึ่งเธอก็ไม่ใช่ผู้บุกเบิกคิดค้นขนตาปลอมแม่เหล็กขึ้นมาเป็นคนแรก
เพราะในขณะนั้นก็มีขนตาปลอมแม่เหล็กอยู่แล้ว

แต่ขนตาปลอมแม่เหล็กในท้องตลาดนั้นมีขนาดใหญ่ และดูปลอมเกินไป
นอกจากนี้ยังมีแม่เหล็กยึดมากสุดแค่ 3 อัน จึงทำให้ติดได้ไม่แน่นหนา

คุณ Ann McFerran เห็นช่องโหว่ตรงนี้ จึงนำมาพัฒนาเป็นสินค้าของตัวเอง
ด้วยการผลิตขนตาปลอมที่มีแม่เหล็กยึดถึง 6 ตัว เป็นชิ้นแรกในโลก
ที่สามารถติดแน่นได้เหมือนกับการใช้กาว

โดยขนตาแม่เหล็กของเธอ จะต้องใช้คู่กับอายไลเนอร์ชนิดพิเศษ ที่ทางแบรนด์ผลิตขึ้น
ซึ่งมีส่วนผสมของแม่เหล็กขั้วตรงข้าม ทำให้สามารถยึดกับขนตาปลอมได้ไม่ยาก

ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นการเพิ่มความยุ่งยากแต่อย่างใด
เพราะปกติเวลาผู้หญิงติดขนตาปลอม จะต้องกรีดอายไลเนอร์อยู่แล้ว
ทำให้สินค้าของเธอจึงครบจบในเซตเดียว

ที่สำคัญ อนาคตธุรกิจขนตาปลอมก็ดูจะไปได้อีกไกล
เพราะมีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมขนตาปลอมจะมีมูลค่าสูงถึง 56,440 ล้านบาท
ภายในปี 2024 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.4% ต่อปี
ส่วนหนึ่งก็มีปัจจัยมาจาก การได้รับอิทธิพลจากกระแสโลกโซเชียล
เนื่องจากผู้ใช้หลายล้านคนได้โพสต์การแต่งหน้าลงในโซเชียลกว่า 75 ล้านโพสต์บน Instagram
โดยใช้แฮชแท็ก #MUA ที่ย่อมาจาก Makeup Artist นั่นเอง

นอกจากเทรนด์ขนตาปลอมที่ยังสามารถเติบโตได้อีกในอนาคตแล้ว
ปัจจุบันยังมีเทรนด์ในการตกแต่งเล็บมือให้สวยงามอีกด้วย

แต่การเข้าร้านทำเล็บในแต่ละครั้งก็มีราคาแพง
ทำให้เธอเห็นโอกาสตรงนี้ในการขยายไลน์ธุรกิจไปทำเล็บปลอม
ที่ให้คนเลือกไปติดกันเองได้ ในราคาที่ย่อมเยา

แน่นอนว่าธุรกิจเล็บปลอมของเธอประสบความสำเร็จอีกครั้ง
ด้วยการเติบโตกว่า 200% ภายใน 1 ปี

ซึ่งในปัจจุบันแบรนด์ของคุณ Ann McFerran ก็ได้ก้าวไปอีกขั้น
ด้วยการประกาศความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ กับ Sanrio เจ้าของตัวการ์ตูนอย่าง Hello Kitty
ในคอลเลกชัน 25 SKU ที่หวังว่าจะเป็นการขยายฐานผู้บริโภคให้มากขึ้น

โดยธีมของคอลเลกชันนี้ คือการเดินทางหลังการกักตัวช่วงโควิด 19
ซึ่งตัวละคร Sanrio แต่ละตัว เช่น Hello Kitty, Chococat, My Melody
จะมีกระเป๋าเดินทางของตัวเองที่เต็มไปด้วยขนตาปลอมและอายไลเนอร์นั่นเอง

สุดท้ายนี้ การที่เธอทำธุรกิจอะไรก็ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้มาจากดวงหรือโชคช่วย
แต่มาจากการมองเห็นช่องว่างและโอกาสในการทำธุรกิจ
รวมถึงการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต

ทำให้ทั้งธุรกิจขนตาปลอมและเล็บปลอมของคุณ Ann McFerran ในปีที่ผ่านมา
กวาดรายได้ไปกว่า 1,567 ล้านบาท เลยทีเดียว..

References:
-https://glamnetic.com/
-https://www.forbes.com/sites/alexandrasternlicht/2021/05/21/how-this-27-year-old-grew-false-eyelash-startup-glamnetic-to-50-million-in-yearly-revenue/?sh=3c6c22674f9f
-https://www.forbes.com/sites/karineldor/2020/09/15/how-eyelash-brand-glamnetic-became-a-multimillion-dollar-beauty-startup-in-one-year/?sh=14f168a52cc0
-https://medium.com/authority-magazine/the-future-of-beauty-magnetized-eyelashes-with-ann-mcferran-of-glamnetic-9c4ae98c7f96#:~:text=Ann%20McFerran%20was%20born%20in,she%20was%207%20years%20old.
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.