Bruno Mars ศิลปินที่เดินตามความฝันตั้งแต่ 4 ขวบ
Entertainment
Business

Bruno Mars ศิลปินที่เดินตามความฝันตั้งแต่ 4 ขวบ

Bruno Mars ศิลปินที่เดินตามความฝันตั้งแต่ 4 ขวบ /โดย ลงทุนเกิร์ล
ถ้าถามว่าศิลปิน Rhythm & Blues หรือ R&B ที่โด่งดังที่สุดตอนนี้คือใคร ? 
แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ Bruno Mars
ที่ไม่กี่เดือนก่อน ได้เปิดตัวเพลง Leave the Door Open
ซึ่งถูกเล่นไปแล้วกว่า 283 ล้านครั้งบนยูทูบ 
และได้ขึ้นแท่นติดอันดับ 4 บน Billboard Hot 100 ชาร์ตเพลงอันดับ 1 ของโลก
เขาเป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากในยุคนี้
และมีทรัพย์สินมากกว่า 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,400 ล้านบาท 
แต่เรื่องที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็คือ Bruno Mars มีเชื้อสายมาจากชาวเอเชีย
แถมช่วงหนึ่งของชีวิต ยังเคยถูกจับเรื่องคดียาเสพติดมาก่อน
แล้วเส้นทางของศิลปินแห่งยุคคนนี้น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ก่อนอื่นก็ต้องบอกก่อนว่า Bruno Mars ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา
เพราะจริง ๆ แล้ว เขามีชื่อว่า “Peter Gene Hernandez” 
ซึ่งเกิดและเติบโตที่เมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา 
พ่อของเขาเป็นลูกครึ่งเปอร์โตริโกและยิวอัชเคนาซิ อาศัยอยู่ที่รัฐนิวยอร์ก
ส่วนแม่ของเขาเป็นชาวฟิลิปปินส์ที่ย้ายมาอยู่ที่รัฐฮาวาย 
ทั้งคู่ได้แต่งงานแล้วมีลูกด้วยกันทั้งหมด 6 คน
และเด็กชาย Peter หรือ Bruno Mars ก็คือหนึ่งในนั้น 
จะเรียกว่าครอบครัวนี้ มีดีเอ็นเอของความเป็นศิลปินก็ไม่ผิด
เพราะทั้งคุณพ่อและคุณแม่ของ Peter ต่างก็เป็นนักดนตรี 
คุณพ่อเป็นมือกลอง
คุณแม่เป็นนักเต้น Hula 
แล้วตอนนี้หลายคนก็น่าจะสงสัยแล้วว่าชื่อ Bruno Mars มีที่มาอย่างไร ? 
ก็ต้องบอกว่าทั้งคำว่า Bruno และ Mars ไม่ได้ถูกใช้มาพร้อมกัน
สำหรับ Bruno นั้น มาจากการที่คุณพ่อของเขาได้ตั้งให้เป็นชื่อเล่น
ตามนักมวยปล้ำ Bruno Sammartino เพราะว่าทั้งคู่หน้าตาและลักษณะคล้ายกัน
ในขณะที่ Mars มาจากการที่สาวในโรงเรียน
ชอบพูดกับเขาว่ามาจากอีกโลกแน่เลย 
เขาเลยเลือกใช้ชื่อ Mars ที่แปลว่าดาวอังคารเสริมท้าย
รวมกันเป็น Bruno Mars เพื่อจะทำให้ชื่อของเขามีเสน่ห์มากขึ้น
สรุปแล้ว ชื่อนี้มีที่มาจากการที่เขาหน้าคล้ายนักมวยปล้ำและถูกสาวในโรงเรียนหาว่ามาจากนอกโลก..
กลับมาที่ชีวิตในวัยเด็กของ Bruno Mars
เด็กหนุ่มคนนี้หลงรักการร้องเพลงและการเต้นตั้งแต่เด็ก 
คุณพ่อของ Bruno จะคอยส่งเขาเข้าไปประกวดในการแข่งขันและคอนเสิร์ต 
โดยเด็กชายคนนี้มีสไตล์การแต่งตัวคล้ายกับ Elvis Presley
แล้วก็มักจะร้องเพลงของ Elvis Presley และ Michael Jackson อีกด้วย
และด้วยเสียงอันไพเราะบวกกับท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์
ทำให้เขาได้รับฉายา “Little Elvis” ตั้งแต่มีอายุได้เพียง 4 ปีเท่านั้น
ในช่วงเวลาเดียวกัน หนุ่มน้อย Bruno ได้เข้าร่วมวงดนตรีแรกของครอบครัว
ที่มีนามว่า The Love Notes ซึ่งเขาต้องออกไปตระเวนเล่นดนตรี 5 ครั้งต่อสัปดาห์ 
หลังจากที่ Bruno เรียนจบมัธยมในปี 2003 
เขาได้เดินทางไปยังลอสแอนเจลิส เพื่อไปเดินตามความฝันของเขา
นั่นก็คือการเป็นศิลปิน และหลังจากนั้นเพียงปีเดียว 
เขาก็ได้ตัดสินใจสมัครงานกับค่าย Motown Records 
ที่นั่น Bruno ได้พบเจอกับคนที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
ซึ่งคนนั้นคือ Philip Lawrence นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์
เพราะหลังจากนั้น Bruno ได้มีโอกาสร่วมงานกับโปรดิวเซอร์มากประสบการณ์อย่าง Ari Levine
และได้ทำงานร่วมกับค่าย Atlantic Records ซึ่งถือเป็นค่ายเพลงที่ใหญ่มาก 
และเป็นบริษัทในเครือของ Warner Music Group 
จนกระทั่งในปี 2009 Bruno, Philip และ Ari ได้ร่วมงานกัน
จัดตั้งค่ายโปรดักชันในชื่อ “The Smeezingtons”
ด้วยความสามารถของทั้งสามคนทำให้ค่ายเติบโตอย่างรวดเร็ว
และได้ร่วมกับศิลปินออกเพลงที่ติด Top Chart ของ Billboard เช่น 
- Right Round (Flo Rida) 
- Nothin’ on You (B.o.B featuring Bruno Mars) 
ในปีถัดมาก็มาถึงคิวของ Bruno ที่ได้เปิดตัว
เพลง “Just the Way You Are” ซึ่งติดอันดับ 1 ใน Billboard Hot 100
และในปีนั้น Bruno ก็ได้รางวัลเพลงพ็อปยอดเยี่ยมแห่งปี
ทำให้เขากลายเป็นนักดนตรีที่เป็นที่รู้จักของคนทั้งโลกไม่ใช่แค่ที่สหรัฐอเมริกา
แต่การประสบความสำเร็จในชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อยก็ไม่ได้มีแต่ด้านบวกเสมอไป 
เพราะ Bruno ได้หลงระเริงกับวงการบันเทิงและเลือกที่จะหันเข้าหายาเสพติด
จนถูกตำรวจจับกุมตัว
แต่โชคยังดีที่ เขายังกลับมาสานฝันของเขาต่อ 
ซึ่งนอกเหนือจากการที่เขาเป็นนักร้องเองแล้ว
อีกสิ่งที่ Bruno ชื่นชอบเป็นอย่างมาก ก็คือการแต่งเพลง
ซึ่งเขาก็ได้แต่งเพลงให้กับศิลปินดังหลายคนในสหรัฐอเมริกา 
แถมเขายังมีส่วนสำคัญในการคิดคอนเทนต์รวมถึงมิวสิกวิดีโอ
ปัจจุบัน Bruno Mars ก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินระดับโลก ที่ครอบครองทรัพย์สิน
มูลค่ารวมกันกว่า 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5,400 ล้านบาท 
เรื่องราวทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าหากเรามีความฝัน
ที่จะทำอะไรก็ตาม ก็ขอให้มุ่งมั่นและตั้งใจทำมันจนกว่าจะสำเร็จ
อย่างที่ Bruno Mars รู้ว่าตัวเองชื่นชอบดนตรีตั้งแต่ 4 ขวบ
และหลังจากนั้นก็แน่วแน่กับเส้นทางนี้มาโดยตลอด
และอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ ชีวิตเราในบางครั้ง 
อาจจะมีการตัดสินใจที่ผิดพลาดไปบ้าง
แต่เมื่อเราพลาดแล้ว เราก็ต้องไม่หนีปัญหา ยอมรับ และต้องปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น
หากในวันที่ Bruno Mars โดนตำรวจจับกุมข้อหามีสารเสพติดในครอบครอง
เขากลับตัวได้ไม่ทันและเลือกที่จะไม่ปรับปรุงตัวเอง 
วันนี้ โลกของเราก็อาจจะไม่ได้มีเพลงของศิลปิน
ที่ชื่อว่า Bruno Mars ให้เราได้รับฟังก็เป็นได้..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.