The Sims จากโศกนาฏกรรมบ้านไฟไหม้ สู่เกมยอดขายแสนล้าน
Business

The Sims จากโศกนาฏกรรมบ้านไฟไหม้ สู่เกมยอดขายแสนล้าน

7 ก.ค. 2021
The Sims จากโศกนาฏกรรมบ้านไฟไหม้ สู่เกมยอดขายแสนล้าน /โดย ลงทุนเกิร์ล
เด็กยุค 90 เติบโตมาพร้อมกับเกมคอมพิวเตอร์อะไรกันบ้างคะ ?
Minecraft, Final Fantasy, Mario หรือ Harvest Moon
อ่านมาถึงตรงนี้ บางคนอาจจะรู้สึกว่ามีบางชื่อตกหล่นไป
ซึ่งก็คือ The Sims เกมที่คนส่วนใหญ่ น่าจะต้องเคยผ่านตา ผ่านมือกันมาบ้าง
ไม่เพียงแต่ในวันแรกที่เปิดตัว แต่ยังสามารถครองความนิยมอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน
แล้วเกม The Sims ทำอย่างไรจึงสามารถอยู่ในใจผู้คนมากว่า 20 ปี จนตอนนี้มียอดขายเกมรวมทุกแฟรนไชส์ที่ผ่านมากว่า 1.6 แสนล้านบาท ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของเกม The Sims นั้นเริ่มมาจากคุณ Will Wright
ตัวเขานั้นได้แรงบันดาลใจการสร้างเกมมาจากการสูญเสียบ้านเพราะเหตุการณ์ไฟไหม้
เขาจึงมีความตั้งใจที่อยากจะสร้าง “บ้านตุ๊กตาเสมือนจริง” ขึ้นมา
ในตอนนั้นคุณ Will Wright ทำงานด้านการพัฒนาวิดีโอเกม อยู่ที่บริษัท Maxis
เขาจึงได้นำไอเดียนี้ ไปเสนอกับทางบอร์ดบริหาร แต่ก็ไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีนัก
จนภายหลังบริษัท Electronic Arts หรือที่เราคุ้นกันในชื่อ EA Games ก็ทำการเข้าซื้อบริษัท Maxis และเล็งเห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะสร้าง The Sims
เนื่องจากก่อนหน้านี้ Maxis เองก็ประสบความสำเร็จจากเกม SimCity ที่เป็นเกมสร้างเมืองมาแล้ว และคาดว่า The Sims เองจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแฟรนไชส์เกม Sim ได้ด้วยนั่นเอง
ในที่สุดปี 2000 เกม The Sims ภาคแรกก็ถูกปล่อยออกมาสู่สาธารณชน
โดยภาพเกมในขณะนั้นยังเป็นแบบไดเมตริก หรือภาพ 3 มิติแบบง่าย ๆ
ส่วนลักษณะเกมจะเป็นการจำลองกิจกรรมประจำวันแบบปลายเปิด ของบุคคลเสมือนหรือที่เราเรียกว่า “ซิมส์” ที่อาศัยอยู่แถบชานเมืองของ SimCity
โดยมีตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวันในการทำอาหาร กินข้าว ไปทำงาน หรือแม้แต่การพูดคุยกับคนในเมือง
ซึ่งเกม The Sims ภาคแรกก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
จนภายหลังก็มีการออกภาคเสริม หรือ DLC เพิ่มเข้ามาอีก 7 ภาค และสามารถจำหน่ายเกมได้มากกว่า 16 ล้านชุดทั่วโลก
เรื่องนี้จึงส่งผลให้เกม The Sims สามารถเดินหน้าไปต่อสู่ภาคถัด ๆ ไปได้
ถึงแม้ตัวเกมจะยังเป็นรูปแบบเดิม คือการได้ใช้ชีวิตประจำวันของบุคคลเสมือนก็ตาม แต่ในทุก ๆ ภาคที่ทางบริษัทปล่อยออกมา ตัวเกมก็จะมีการพัฒนาฟีเชอร์ต่าง ๆ และลูกเล่นใหม่ ๆ ออกมาให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ จาก The Sims เสมอ
อย่างในภาค 2 ที่ปล่อยออกมาในปี 2004 ก็ปรับรูปแบบเกมให้เป็นแบบ 3 มิติเต็มรูปแบบ และเริ่มมีการปรับให้คนมีหลายช่วงอายุมากขึ้น
รวมถึงการเพิ่ม “คุณลักษณะเฉพาะ” ของซิมส์ ให้มีอุปนิสัยเฉพาะตัว ว่าชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษ เกลียดอะไร หรือเกิดราศีไหน เป็นต้น
ต่อมาในปี 2009 ก็ได้ออกภาค 3 ซึ่งภาพของเกมก็ถูกพัฒนาให้ภาพมีความสมจริงมากขึ้น รวมถึงได้ตั้งค่าเวลาของเกมในภาคนี้ เป็น 25 ปีก่อนของ The Sims ภาคแรก
ซึ่งส่งผลให้ตัวละครประกอบภายในเกมอย่างคุณ Bella Goth จากครอบครัว Goth จากที่ในภาคแรก ๆ เธอเป็นผู้ใหญ่ ในภาคนี้เธอก็เป็นแค่วัยรุ่นชื่อ Bella Bachelor
และสำหรับภาคล่าสุดอย่าง The Sims 4 ในปี 2014 ตัวเกมก็พัฒนาไปอีกขั้น ด้วยภาพที่สมจริงยิ่งขึ้น รวมถึงฟีเชอร์การปรับแต่งตัวละครที่ละเอียดยิ่งขึ้น
เพราะสามารถปรับได้ตั้งแต่ รูปร่างที่เลือกได้เลยว่า อยากผอมส่วนไหน อวบส่วนไหน
หรืออยากยกโหนกแก้มสูง อยากจมูกโด่งก็สามารถปรับได้ตามใจชอบ รวมถึงสามารถเลือกโทนเสียง ท่าทางการเดิน ของซิมส์ได้อีกด้วย
เรียกว่าทุก ๆ การเปิดตัวภาคใหม่ The Sims ก็จะมีลูกเล่นใหม่ ๆ เสมอ และมีภาคเสริมที่ช่วยให้เกมมีองค์ประกอบใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นไปอีก
แล้วที่ผ่านมา The Sims ประสบความสำเร็จแค่ไหน ?
สำหรับ The Sims 4 นั้นตัวเกมมีผู้เล่นกว่า 20 ล้านคนทั่วโลก
ทำรายได้สูงถึง 63,815 ล้านบาท จากยอดจองเกมทั้งหมดของภาคนี้
และถ้าหากลองนับยอดรวมตลอดการขาย The Sims ทั้งแฟรนไชส์ที่ผ่านมาจนถึงปี 2019 ตัวเกมสามารถทำยอดขายได้สูงกว่า 160,000 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย
โดยโมเดลธุรกิจของ The Sims จะยังเป็นแบบ “ขายขาด”
ต่างจากเกมยุคหลัง ๆ ที่จะเปิดให้เล่นฟรี แต่ผู้เล่นสามารถเติมเงินเพื่อแลกกับความสามารถพิเศษได้ เช่น เกม FIFA ที่มี Loot Box หรือระบบกล่องสุ่ม
อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งที่ The Sims สามารถครองใจคนมานานกว่า 20 ปี ก็อาจจะเป็นเพราะ มันให้อะไรกับผู้เล่น มากกว่าแค่ความบันเทิงในการเล่นเกม
อย่างแรกคือ การได้ปลดปล่อยจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด
ตั้งแต่การสร้างตัวละคร เสื้อผ้า หน้าผม ครอบครัว รวมถึงสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยอีกด้วย
หากใครเคยเล่น The Sims ก็คงพอรู้ว่า สิ่งที่ยากกว่าการสร้างตัวละคร ก็คือการสร้างบ้าน เพราะไม่ใช่แค่สร้างขึ้นมาเฉย ๆ แต่ต้องสร้างให้ตัวละครซิมส์ของเรามีความสุขด้วย
ซึ่งการสร้างบ้านใน The Sims ก็เรียกว่า แทบจะไร้ข้อจำกัดเลยทีเดียว อยากสร้างยิ่งใหญ่ และสวยแค่ไหน
ขอแค่มีเงินก็สามารถสร้างบ้านหรูยิ่งกว่าปราสาทได้
และไม่เพียงแค่คนธรรมดา ๆ ทั่วไปที่เล่นเกม The Sims เท่านั้น
แม้แต่นักจิตวิทยาเอง ก็เคยเลือกใช้เกม The Sims 3 มาใช้ในการศึกษา เพื่อค้นหาว่าบุคคลที่เป็นคนจิตไม่ปกติและทำร้ายผู้อื่นนั้น เลือกเหยื่อจากอะไร
เพราะอย่างที่เรารู้กันว่า ในการสร้างตัวละครนั้นเราสามารถเลือก “อุปนิสัย” ของตัวละครได้
ฉะนั้นการสร้างตัวละครที่มีอุปนิสัยคล้ายกับคนที่ “จิตไม่ปกติ” นี้ ก็อาจช่วยให้สามารถคาดการณ์ได้ว่า คนกลุ่มนี้จะเลือกเหยื่อแบบไหนได้นั่นเอง ซึ่งก็เป็นเพียงการสร้างสมมติฐานเท่านั้น
จากทั้งหมดนี้ก็อาจทำให้เรามองว่าเกม The Sims เปรียบเสมือนกับ “Sandbox” หรือเหมือนกับบ่อทราย ที่ให้พวกเราได้ทดลองการใช้ชีวิต การสร้างบ้าน หรือศึกษา
บางสิ่งที่เราไม่สามารถทดลองทำได้ในชีวิตจริง ก็ให้มาทดลองทำในเกมแทน
ดังนั้นสำหรับคนที่ยังมองว่า เกมเป็นเรื่องไร้สาระ อาจจะต้องลองเปลี่ยนความคิดใหม่
แล้วลองเปิดใจเล่นเกมดูสักครั้ง ไม่แน่ว่านอกจากความสนุกแล้ว
เราอาจจะได้พบกับมุมมองใหม่ ๆ ในการใช้ชีวิตเพิ่มเติมอีกด้วย..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.