Wally Funk ผู้หญิงวัย 82 ปี ที่เจฟฟ์ เบโซส เชิญให้ขึ้นไปอวกาศด้วยกัน
Uncategorized

Wally Funk ผู้หญิงวัย 82 ปี ที่เจฟฟ์ เบโซส เชิญให้ขึ้นไปอวกาศด้วยกัน

22 ก.ค. 2021
Wally Funk ผู้หญิงวัย 82 ปี ที่เจฟฟ์ เบโซส เชิญให้ขึ้นไปอวกาศด้วยกัน /โดย ลงทุนเกิร์ล
เมื่อไม่กี่วันมานี้ ข่าวการเดินทางขึ้นสู่อวกาศของจรวด New Shepard จากบริษัทเอกชนอย่าง Blue Origin กลายเป็นที่ฮือฮา เนื่องจากมีผู้เดินทางคนสำคัญอย่างเจฟฟ์ เบโซส “บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก” และยังเป็นเจ้าของบริษัท Blue Origin เดินทางขึ้นไปด้วยตัวเอง
ที่น่าสนใจ คือ การเดินทางในครั้งนี้ยังเป็นที่หมายปองของเหล่ามหาเศรษฐีจากทั่วโลก
ซึ่งบริษัทได้มีการเปิดประมูลตั๋วอีก 1 ใบ ที่มีผู้เข้าร่วมเกือบ 7,600 คน จาก 159 ประเทศทั่วโลก
และราคาสุดท้ายมีมูลค่าสูงถึง 920 ล้านบาท เพื่อแลกกับการได้เดินทางไปชมอวกาศเพียงประมาณ 11 นาที
แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ หนึ่งในบุคคลที่ได้เดินทางไปในเที่ยวบินนี้ โดยไม่ต้องเข้าร่วมการประมูล ก็คือ “คุณ Wally Funk” ซึ่งเธอได้รับคำเชิญมาจากเจฟฟ์ เบโซส ให้ร่วมเดินทางไปกับเขา
และเรื่องนี้ยังทำให้คุณ Wally Funk ได้กลายเป็นบุคคลที่มีอายุมากที่สุด ที่เคยเดินทางออกนอกโลก
แล้วคุณ Wally Funk เป็นใคร และน่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
จริง ๆ แล้วก่อนหน้าที่คุณ Wally Funk จะได้เดินทางขึ้นไปท่องอวกาศ
เธอเคยเป็น “นักบิน” มาก่อน ซึ่งเธอได้รับใบอนุญาตนักบิน ตั้งแต่ตอนอายุ 16 ปี
ยิ่งไปกว่านั้น คุณ Wally Funk ยังได้รับการยอมรับในฐานะนักบินมากฝีมือ
เธอเคยชนะการแข่งขันการขับเครื่องบิน ระดับต่ำที่เสี่ยงอันตราย
นอกจากนี้ คุณ Wally Funk ยังครองสถิติอันน่าทึ่งถึง 3 สถิติ คือ
ผู้หญิงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งผู้ฝึกสอนการบินพลเรือนที่ Fort Sill กองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ในรัฐโอคลาโฮมาผู้ตรวจการหญิงคนแรกขององค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯผู้หญิงคนแรกที่ได้เป็นผู้ตรวจสอบการชนทางอากาศ ของคณะกรรมการความปลอดภัยทางการคมนาคมแห่งชาติ
แต่บทบาทที่ทำให้ผู้คนรู้จักคุณ Wally Funk อย่างกว้างขวางนั้น มาจากการเป็นหนึ่งใน “Mercury 13” หรือผู้หญิง 13 คนที่ผ่านการทดสอบการเป็นนักบินอวกาศ
ซึ่งเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปในช่วงสงครามเย็น ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดระหว่างฝ่ายสหภาพโซเวียตและสหรัฐฯ
ที่นอกจากสองมหาอำนาจจะแข่งขันกันทางเศรษฐกิจ และการทหารแล้ว
“อวกาศ” ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่ทั้งสองฝั่งแข่งขันกันอย่างเข้มข้นว่าใครจะเหนือกว่าใคร
การแข่งขันในครั้งนั้นฝ่ายโซเวียตได้นำหน้าสหรัฐฯ ไปก่อน ด้วยการส่งนักบินอวกาศขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก
ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้า ฝ่ายสหรัฐฯ จึงต้องรีบส่งมนุษย์ขึ้นไปอวกาศบ้าง
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะส่งใครขึ้นไปก็ได้ เพราะนักบินอวกาศจะต้องผ่านการทดสอบสุดหินที่เยอะมาก
และหนึ่งในการทดสอบการเป็นนักบินอวกาศที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นก็คือ Mercury 13 นั่นเอง
โดยผู้รับผิดชอบในโครงการนี้ก็คือ ดร. William Randolph Randy Lovelace แพทย์ด้านอวกาศและหัวหน้าคณะกรรมการด้านชีววิทยาศาสตร์ของ NASA
ดร. Lovelace ได้เชิญผู้หญิง 25 คนมาเข้ารับการทดสอบ และมีเพียง 19 คนที่ตอบรับคำเชิญ
โดยเขาได้ทำการทดสอบทั้งด้านจิตใจและทางร่างกาย เหมือนนักบินอวกาศผู้ชายทุกประการ
จนได้ผู้หญิงที่ผ่านการทดสอบออกมา 13 คน
ซึ่งคุณ Wally Funk ก็ไม่ได้เพียงแค่ผ่านการทดสอบธรรมดา แต่เธอยังเป็นผู้ที่ผ่านการทดสอบที่อายุน้อยที่สุดในครั้งนี้ ด้วยวัยเพียง 21 ปีเท่านั้น
แต่สุดท้ายคุณ Wally Funk ก็ไม่เคยได้ขึ้นบินสู่อวกาศจริง ๆ
เพราะเธอขาดคุณสมบัติที่ NASA และรัฐบาลสหรัฐฯ ตามหาเพียง 1 ข้อ ซึ่งนั่นก็คือ การเป็น “ผู้ชาย”
พร้อมกับประโยคปฏิเสธสุดเจ็บแสบว่า
“นักบินอวกาศหญิงเหรอ ไร้สาระสิ้นดี”
อีกทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้ออกคำสั่งว่า ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงใช้สิ่งอำนวยความสะดวกทางการทหารสำหรับการฝึกอบรม จนในที่สุดโครงการ Mercury 13 ก็ได้ปิดฉากลงในปี 1962
แต่ดูเหมือนว่า การตัดสินใจผลักผู้หญิงออกจากการเดินทางสู่อวกาศในครั้งนั้น จะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ
เพราะหลังจากนั้นเพียง 1 ปี สหภาพโซเวียตก็ได้ส่งนักบินอวกาศผู้หญิง “คนแรกของโลก” ขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ และถือเป็นอีกก้าวที่แซงหน้าสหรัฐฯ
ที่น่าเศร้าไปกว่านั้น คือ กว่าที่ NASA จะเล็งเห็นว่าผู้หญิงก็สามารถเป็นนักบินอวกาศได้ เวลาก็ได้ล่วงเลย จนคุณ Wally Funk มีอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนดไปเรียบร้อย
และเรื่องนี้ก็ทำให้เธอได้แต่เสียดายกับโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิตมาตลอด..
ซึ่งหลังจากความฝันจบลง คุณ Wally Funk ก็ได้ผันตัวไปเป็นผู้ฝึกสอนทางการบิน
และได้สอนนักบินไปแล้วมากกว่า 2,000 คน
อย่างไรก็ตาม ฝันของเธอก็เป็นจริงในที่สุด ด้วยโอกาสจากเจฟฟ์ เบโซส ที่ได้เสนอที่นั่งในเที่ยวบินแรกของบริษัท Blue Origin ให้กับเธอ
และในที่สุดเธอก็สามารถทำตามความฝันได้สำเร็จ
แม้จะต้องรอคอยนานถึง 60 ปี..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.