Minor Figures สตาร์ตอัปผู้คิดค้น กาแฟนมข้าวโอ๊ตกระป๋องพร้อมดื่ม
Business

Minor Figures สตาร์ตอัปผู้คิดค้น กาแฟนมข้าวโอ๊ตกระป๋องพร้อมดื่ม

Minor Figures สตาร์ตอัปผู้คิดค้น กาแฟนมข้าวโอ๊ตกระป๋องพร้อมดื่ม / โดย ลงทุนเกิร์ล
เมื่อปี 2019 เป็นช่วงแรก ๆ ที่นมข้าวโอ๊ตเป็นกระแสอย่างมากในสหรัฐอเมริกา จนกระจายไปทั่วโลกยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแบรนด์ที่หลายคนคุ้นหูคงเป็น Oatly ที่เพิ่งเข้าตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปี 2021 ที่ผ่านมา
แต่วันนี้ลงทุนเกิร์ลขอนำเสนอ Minor Figures แบรนด์นมข้าวโอ๊ตจากสหราชอาณาจักร ที่มีกระแสมาแรงไม่แพ้กัน และยังเป็นเจ้าแรก ๆ ในตลาดที่คิดค้น “กาแฟนมข้าวโอ๊ต” พร้อมดื่มอีกด้วย
Minor Figures สร้างธุรกิจนี้มาอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง 
Minor Figures เป็นสตาร์ตอัปในสหราชอาณาจักร ก่อตั้งโดยคุณ Stuart Forsyth, คุณ Jonathan Chiu และคุณ Will Rixon ที่มีจุดเริ่มต้นจากโรงคั่วกาแฟขนาดเล็ก ๆ ภายในบ้าน เมื่อปี 2014
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ไปนำเสนอไอเดียสินค้า บน Crowdcube เว็บไซต์คลาวด์ฟันดิง ซึ่งก็มีผู้ที่สนใจและให้การสนับสนุน จนพวกเขาสามารถระดมทุนไปได้ 6.9 ล้านบาท เลยทีเดียว
แม้ว่าปัจจุบัน เมนูนมข้าวโอ๊ตของ Minor Figures จะเป็นเหมือนสินค้าชูโรงของบริษัท 
แต่จริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นความสำเร็จของ Minor Figures กลับไม่ได้เกิดจากนมข้าวโอ๊ต
แต่เป็น “กาแฟ”
โดยอาศัยช่องว่างที่ยังไม่ค่อยมีใครทำในขณะนั้น บุกเบิกตลาด “Nitro Cold Brew” หรือ “กาแฟสกัดเย็นอัดด้วยไนโตรเจน” แบบพรีเมียม ที่นำเสนอในรูปแบบบรรจุกล่องพร้อมดื่ม และวางขายตามร้านกาแฟชั้นนำ ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต
แล้ว Minor Figures ที่เป็นแบรนด์กาแฟ เริ่มเข้าสู่วงการนมข้าวโอ๊ตได้อย่างไร ? 
จากแนวโน้มที่คนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับนมที่ทำมาจากพืช โดยหนึ่งในนมทางเลือกที่กำลังมาแรง และไต่ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 ในสหรัฐอเมริกา ก็คือ “นมข้าวโอ๊ต” ซึ่งเป็นรองเพียงนมอัลมอนด์ที่ครองตลาดอยู่เท่านั้น
โดยเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้คนหันมาเลือกดื่มนมข้าวโอ๊ต ก็คือ “กระบวนการผลิตที่ยั่งยืน” และ “รสชาติ”
สำหรับกระบวนการผลิต แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นนมจากพืช จึงทำให้นมข้าวโอ๊ตมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าการผลิตนมวัว แต่นอกจากนั้นนมข้าวโอ๊ตยังใช้น้ำในกระบวนการผลิต น้อยกว่านมชนิดอื่น ๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพียงไหน สิ่งสำคัญที่สุดก็คงยังเป็นเรื่องของ “รสชาติ” 
ซึ่งรสชาติของนมข้าวโอ๊ต ก็เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจของบาริสต้า หรือคนรักกาแฟผสมนม เนื่องจากรสสัมผัสคล้าย ๆ ครีม ทำให้ไม่มีปัญหาเวลาตีฟองนม 
และที่สำคัญนมข้าวโอ๊ตยัง “ไม่มีกลิ่นฉุน” ซึ่งเป็นจุดด้อยของนมอัลมอนด์ ที่มักจะมีกลิ่นแรงจนไป  
กลบกลิ่นเมล็ดกาแฟ และทำให้รสชาติกาแฟผิดเพี้ยนได้
ซึ่งการสร้างสรรค์กาแฟรสชาติดี ก็เปรียบเสมือนหัวใจหลักของ Minor Figures  
ดังนั้น “กลิ่น” และ “รสชาติ” ของนมข้าวโอ๊ต จึงเป็น 2 จุดเด่นที่ตอบโจทย์ในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่
และในปี 2018 “Oat M*lk” นมข้าวโอ๊ตที่ทำมาเพื่อเจาะกลุ่มคนรักกาแฟโดยเฉพาะจึงได้เริ่มต้นขึ้น
โดยเริ่มวางขายในประเทศออสเตรเลีย ตามมาด้วย สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา จนถึงตลาดเอเชีย จนปัจจุบันวางขายเกือบ 25 ประเทศทั่วโลก
ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะวางขายกี่ครั้งก็หมดอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นสินค้าขายดีที่สุดของแบรนด์ไปแล้ว  
ที่สำคัญหลังจากที่วางจำหน่ายไป ก็มีคนที่ทดลองชิม และติดต่อมาขอเข้าพบเหล่าผู้ก่อตั้ง Minor Figures อย่างกะทันหัน โดยหลังจากการพบกันครั้งนั้น ก็ทำให้พวกเขาได้เงินลงทุนมาอีก 330 ล้านบาท เพื่อเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมข้าวโอ๊ตโดยเฉพาะ 
แล้วอะไรที่ทำให้ Minor Figures โดดเด่นจากนมข้าวโอ๊ตแบรนด์อื่น ๆ ? 
นอกจากตัวนมข้าวโอ๊ตแล้ว Minor Figures ยังได้ออกสินค้าใหม่เป็น “Oat Latte” และ “Oat Matcha”  หรือกาแฟผสมกับนมข้าวโอ๊ตในรูปแบบของกระป๋องพร้อมดื่ม 
ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์แรก ๆ เลยที่นำกาแฟไนโตรมาผสมกับนมข้าวโอ๊ต และนอกจากกาแฟแล้ว ก็ยังมีเครื่องดื่มชาอื่น ๆ ผสมนมข้าวโอ๊ตอีกด้วย เช่น Oat Chai Latte และ Oat Matcha Latte 
แต่นอกจากเป็นเครื่องดื่มที่แปลกใหม่แล้ว อีกจุดเด่นหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ ก็คือ “แพ็กเกจจิง” 
โดยแพ็กเกจจิงของ Minor Figures เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความโดดเด่น
ถึงแม้จะเป็นกล่องนมข้าวโอ๊ตสีขาวเรียบ ๆ ไร้ลูกเล่น แต่กลับมีตัวการ์ตูนคนใส่ชุดแมสก็อตเป็ด ยืนจิบกาแฟด้วยท่าทางเท่ ๆ ที่คอยเรียกความสนใจให้คนที่เดินผ่านไปมาสะดุดตา และอดไม่ได้ที่จะหยิบสินค้าของ Minor Figures ขึ้นมาดู
ซึ่งแพ็กเกจจิงนี้ ยังออกแบบมาได้ตรงใจกับกลุ่มลูกค้า Gen Z และ Millennials ได้เป็นอย่างดี
และสุดท้ายก็คือ ความสำเร็จ ที่มาควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม 
โดย Minor Figures จริงจังอย่างมาก ในการพัฒนาสินค้าและบริการที่ใส่ใจ ทั้งธรรมชาติและมนุษย์
อันดับแรก รับสินค้าจากเกษตรกรโดยตรง
พวกเขาเลือกข้าวโอ๊ตที่ไม่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) ที่รับมาจากสวนคนท้องถิ่นในสหราชอาณาจักร โดยหมุนเวียนเปลี่ยนแหล่งไปในทุก ๆ ปี 
นอกจากนั้นวัตถุดิบทั้งหมด เช่น เมล็ดกาแฟ, ชา และข้าวโอ๊ต ยังให้ราคาที่เป็นธรรมกับเกษตรกร โดยให้ราคาที่สูงสุดซึ่งเปลี่ยนไปตามการผันผวนของตลาด
สอง กำหนดมาตรฐานสูงสุดในการรักษาระบบนิเวศ
บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของ Minor Figures ทำจากวัสดุย่อยสลายได้ และสามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% นอกจากนั้นยังมีจุดรีฟิลนมข้าวโอ๊ตกระจายอยู่ทั่วลอนดอน สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการลดขยะตั้งแต่เริ่มต้น
นอกจากนั้น Minor Figures ได้เข้าร่วมนโยบาย “Carbon Neutral” หรือ “คาร์บอนเป็นกลาง” สำหรับชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset) ที่บริษัทผลิตออกมาให้เป็นศูนย์ มาตั้งแต่ปี 2018
โดยปัจจุบันได้ทำงานร่วมกับ Ecofye บริษัทให้คำปรึกษาเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่จะให้คำแนะนำเรื่องการจัดการองค์กรให้กระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด  
และ Minor Figures ยังผ่านการรับรอง B Corp เพื่อยืนยันว่าเป็น “บริษัทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” จาก B Lab องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ที่เคยออกใบรับรองให้แบรนด์ดัง ๆ อย่าง Patagonia, Ben & Jerry’s และ Etsy ด้วยเช่นกัน 
เรื่องราวของ Minor Figures ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าสนใจ ที่นำเอาจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่เป็นกระแสในตลาดอย่าง “นมข้าวโอ๊ต” มาพัฒนากับ “กาแฟไนโตร” ที่ตัวเองทำได้ดีอยู่แล้ว จนกลายมาเป็นผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่มีในตลาด 
References: 
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.