ใครเป็นคนคิด “ผัดไทยในน้ำซุป” เมนูที่คนไทยเห็นแล้วอยากส่ายหัว
Business

ใครเป็นคนคิด “ผัดไทยในน้ำซุป” เมนูที่คนไทยเห็นแล้วอยากส่ายหัว

13 ส.ค. 2021
ใครเป็นคนคิด “ผัดไทยในน้ำซุป” เมนูที่คนไทยเห็นแล้วอยากส่ายหัว /โดยลงทุนเกิร์ล
แต่ละชาติ มีรสชาติ “ถูกปาก” ที่แตกต่างกัน 
ดังนั้นเวลาที่เอาอาหารของชนชาติอื่นมาประยุกต์ จึงอดไม่ได้ที่จะทำการดัดแปลง เพื่อให้รสชาติเข้ากับปากคนในประเทศตัวเองมากที่สุด
แต่การดัดแปลงที่มากเกินไป ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้อาหารผิดเพี้ยนไปจากต้นตำรับ จนเจ้าของเห็นแล้วอยากส่ายหัว 
เช่น พิซซาใส่สับปะรด, การหักเส้นสปาเกตตี หรือเมนูแกงเขียวหวานที่ Jamie Oliver เชฟชื่อดังใส่สารพัดผักจน Uncle Roger ยูทูบเบอร์ชื่อดังชาวมาเลเซียรับไม่ได้ 
และล่าสุด “อาหารไทย” ที่เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของบ้านเราอย่าง “ผัดไทย” กลับถูกนำไปดัดแปลงโดย Dr. Mcdougall’s Right Foods บริษัทอาหารสำเร็จรูป จนกลายเป็นเมนู “Pad Thai Noodle Soup” หรือ “ผัดไทยในน้ำซุป” 
แต่เบื้องหลังของ Dr. Mcdougall’s Right Foods กลับก่อตั้งโดยคุณหมอ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโภชนาการ ที่สามารถช่วยคนที่ป่วยจากโรคเรื้อรังได้
แล้วทำไมคุณหมอถึงมาทำธุรกิจอาหาร ?
แบรนด์ Dr. Mcdougall’s Right Foods น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Dr. Mcdougall’s Right Foods คือแบรนด์อาหารสำเร็จรูป ที่มีมากถึง 40 เมนู ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นเจ้าตลาดของอาหารเพื่อสุขภาพในรูปแบบถ้วย 
และบริษัทก็กำลังเดินทางเข้าสู่ปีที่ 20
โดยทุกเมนูของ Dr. Mcdougall’s Right Foods ล้วนเป็นอาหารสำหรับชาววีแกน ปรุงจากวัตถุดิบที่มีพืชเป็นส่วนประกอบทั้งหมด ปราศจากการตัดต่อพันธุกรรมและกลูเทน รวมทั้งยังมีโซเดียมน้อยสุด ๆ จนเรียกได้ว่าอาหารทุกถ้วย ถูกปรุงแต่งน้อยที่สุดจนใกล้เคียงกับธรรมชาติ
ซึ่งสูตรอาหารทั้งหมด ก็มาจากหนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ หรือคุณหมอ John McDougall ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นบิดาของการ “รักษาสุขภาพด้วยธรรมชาติ”
และถ้าหากใครเคยศึกษาวิธีการรับประทานแบบ Plant-Based ก็คงจะรู้จักชื่อของคุณหมอ  McDougall เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะเป็นคุณหมอแล้ว เขายังเป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ด้วย 
รวมทั้งยังเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังหนังสือทานอาหารเพื่อสุขภาพ ชื่อดังหลาย ๆ เล่ม ไม่ว่าจะเป็น “The Starch Solution” หรือ “The McDougall Program”
ซึ่งจุดเริ่มต้นธุรกิจอาหารวีแกนของคุณหมอ McDougall นั้น เกิดมาจากปัญหาสุขภาพที่เขาต้องเผชิญตั้งแต่อายุได้เพียง 18 ปี 
โดยเขาเคยเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดในสมอง จนส่งผลให้เขาเป็นอัมพฤกษ์ซีกซ้ายไป 2 สัปดาห์
แม้ว่าหลังจากนั้น เขาจะรักษาตัวจนกลับมาเป็นปกติได้ แต่อาการป่วยจากโรคร้ายในครั้งนั้น ก็ได้จุดประกายให้เขาอยากศึกษาต่อหลักสูตรการแพทย์ และได้เข้าศึกษาปริญญาตรีที่ Michigan State University’s College of Human Medicine ในที่สุด
ก่อนจะมาเป็นแพทย์ฝึกงานที่ Queen's Medical Center เมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวาย ในปี 1972  และได้ทำงานที่ St. Helena Hospital ในเวลาต่อมา
ในขณะที่เขาทำงานที่โรงพยาบาล เขาก็ได้พบกับคนไข้ที่ป่วยโรคเรื้อรังหลายรูปแบบ ซึ่งบางครั้งหลาย ๆ คน ก็เพียงต้องการใบสั่งยาเพื่อให้อุ่นใจ ทั้ง ๆ ที่ร่างกายของพวกเขาไม่ต้องการยาเลยด้วยซ้ำ 
ดังนั้นเขาจึงศึกษาและคิดค้นหลักสูตรการรับประทานอาหารที่ถูกโภชนาการ ร่วมกับคุณ Mary McDougall ภรรยาของเขา ซึ่งได้พบรักกันตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ ปี 1 จนเกิดเป็น “McDougall Program” คอร์สคุมอาหารตัวแรก ในปี 2002 
โดยวิธีของเขา 90% จะเน้นการรับประทานอาหารจากพืชที่มีแป้งสูง เช่น มันฝรั่ง, ถั่ว, ข้าวโพด และข้าว รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากธัญพืชต่าง ๆ ส่วนอีก 10% จะเป็นผักและผลไม้ 
ซึ่งเขาอ้างว่า หากปฏิบัติตามหลักสูตรนี้ จะสามารถลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ ได้มากถึง 44% 
เรื่องนี้ทำให้คุณหมอ McDougall ได้รับเชิญไปบรรยายในโรงพยาบาลหลาย ๆ แห่ง
โดยปัจจุบันเขาได้นำโปรแกรมนี้มาทำเป็นธุรกิจอย่างจริงจัง โดย McDougall Program เป็นคอร์สควบคุมอาหารใน 12 วัน ที่ราคาเกือบ 1 แสนบาทเลยทีเดียว
แต่ในอีกด้านหนึ่งคุณหมอ McDougall ก็ยังคงทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้ด้านโภชนาการ 
มีการระดมเงินตั้งองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ศึกษาเกี่ยวกับการรักษาโรคด้วยอาหาร  
เปิดเว็บไซต์ ให้ความรู้และขายคอร์ส ซึ่งก็มีผู้เข้าชมมากถึง 7-8 ล้านครั้งต่อเดือน 
รวมทั้งนำความรู้เรื่องการทานอาหารเพื่อสุขภาพ ไปทำเป็นรายการโทรทัศน์ 
และยังมีการต่อยอดทางธุรกิจ นำสูตรอาหารจาก McDougall Program มาผลิตเป็นอาหารสำเร็จรูปในแบรนด์ Dr. Mcdougall’s Right Foods ซึ่งมีวางขายในกว่า 4,000 ร้านค้า
ดังนั้นถึงแม้ว่า Dr. Mcdougall’s Right Foods จะนำเอาเมนูผัดไทยของไทยมาประยุกต์ แบบผิดเพี้ยนไปบ้าง 
แต่เราก็ต้องยอมรับว่าเมนูนี้ ถูกพัฒนามาอย่างถูกหลักโภชนาการ, สารอาหารครบถ้วน และเต็มเปี่ยมไปด้วยวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของหลักสูตรการควบคุมอาหารของคุณหมอ McDougall ก็ยังมีความสุดโต่งอยู่บ้าง 
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่า McDougall Program จะถูกนำไปเป็นประเด็นในการถกเถียง ว่าวิธีนี้มีประสิทธิภาพจริง ๆ หรือไม่ และหากทำไปในระยะยาวจะส่งผลต่อการขาดสารอาหารหรือไม่ 
เพราะแม้ว่าจะมีหลายคนที่ประสบความสำเร็จจากคอร์สนี้ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันแน่ชัด ที่พิสูจน์ได้ว่าผลสำเร็จนั้น เกิดจากการทำตาม McDougall Program เพียงอย่างเดียว 
ซึ่งท้ายที่สุดนี้ หากใครต้องการทานอาหารตามสูตรของคุณหมอ McDougall ก็คงจะต้องศึกษาให้ดีก่อน เพราะไม่ว่าอาหารนั้นจะมีประโยชน์มากแค่ไหน แต่หากรับประทานมากเกินหรือน้อยเกินไป ก็อาจกลายเป็นโทษได้เหมือนกัน
References:
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.