J.K. Rowling เศรษฐีพันล้านคนแรก ที่รวยจาก “การเขียนหนังสือ”
Business

J.K. Rowling เศรษฐีพันล้านคนแรก ที่รวยจาก “การเขียนหนังสือ”

J.K. Rowling เศรษฐีพันล้านคนแรก ที่รวยจาก “การเขียนหนังสือ” /โดย ลงทุนเกิร์ล
ปี 2004 เป็นปีที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบันเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ รวมถึงหนึ่งปีหลังจากหนังสือเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับภาคีนกฟีนิกซ์ วางจำหน่ายครั้งแรก
และในปีเดียวกันนี้เอง เจ้าของบทประพันธ์อมตะเรื่องนี้ อย่าง J.K. Rowling ก็ได้รับการประเมินจาก Forbes ว่ามีสินทรัพย์รวมมากกว่า 33,000 ล้านบาท ทำให้เธอกลายเป็น Billionaire “คนแรก” ที่แหล่งรายได้มาจาก “การเขียนหนังสือ”
กว่าจะมาเป็นจักรวาล Harry Potter ที่โด่งดังไปทั่วโลก J.K. Rowling ต้องเจออะไรมาบ้าง ?
แล้วที่ผ่านมาเธอกวาดรายได้จากบทประพันธ์นี้ ไปมากน้อยเท่าไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
จริง ๆ แล้ว เราน่าจะพอรู้กันมาแล้วว่า กว่าที่ J.K. Rowling จะประสบความสำเร็จ ชีวิตของเธอลำบากมาไม่น้อย
J.K. Rowling เกิดและเติบโตที่อังกฤษ ผ่านชีวิตวัยรุ่นอย่างไม่มีความสุข โดยต้องอยู่กับแม่ที่ป่วยเป็นโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และยังมีความสัมพันธ์กับพ่อที่ค่อนข้างตึงเครียด
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉายแววมาตั้งแต่เด็ก ก็คือ ความชื่นชอบในเรื่องราวแนวแฟนตาซี
ซึ่งนอกจากการอ่านเรื่องที่คนอื่นแต่งแล้ว J.K. Rowling ในวัยเด็ก ก็มักจะเขียนแล้วมาอ่านให้น้องสาวของเธอฟังด้วย
แต่เมื่อโตขึ้นความฝันวัยเด็กก็ค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา
โดยหลังจากเรียนจบ J.K. Rowling ก็ได้เริ่มชีวิตการทำงานที่ไม่ได้เกี่ยวกับ “การเขียน”
จนกระทั่งวันหนึ่งในปี 1990 ขณะที่เธอกำลังนั่งรถไฟเพื่อเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงาน ไอเดียของเรื่องเด็กผู้ชาย ที่เข้าเรียนในโรงเรียนพ่อมด ก็ประดังเข้าสู่สมองเธอ ทำให้พอกลับถึงที่พัก J.K. Rowling ก็เริ่มต้นเขียนเรื่องนี้ออกมาทันที
แต่ในปลายปีนั้นเอง แม่ของเธอก็ได้จากไป ด้วยอาการป่วยที่เรื้อรังมานาน
แน่นอนว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อ J.K. Rowling เป็นอย่างมาก ซึ่งเธอก็ได้นำความเจ็บปวดจากเหตุการณ์นี้ มาถ่ายทอดเป็นความโศกเศร้าของ Harry Potter ในหนังสือภาคแรก
ต่อมา J.K. Rowling ได้ย้ายไปอยู่ประเทศโปรตุเกส โดยใช้เวลาตอนกลางวันเขียนหนังสือ ส่วนตอนกลางคืนก็สอนภาษาอังกฤษ
เธอได้พบรักและแต่งงานกับนักข่าวชาวโปรตุเกส แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ดูเหมือนจะไม่ราบรื่น
J.K. Rowling ถูกทำร้ายร่างกาย แท้งลูก ก่อนจะให้กำเนิดลูกสาว 1 คน
จากนั้นไม่นานเธอก็ตัดสินใจย้ายกลับไปอาศัยอยู่ใกล้ ๆ กับน้องสาวที่สกอตแลนด์ โดยพาลูกสาวและบทประพันธ์ Harry Potter ติดไปด้วย รวมถึงหย่าขาดกับสามีในเวลาต่อมา
ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไป เธอก็รู้สึกว่าชีวิตเธอล้มเหลวแทบจะทุกอย่าง
ชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลว
ตกงาน และยังต้องเลี้ยงลูกที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้
เธอถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า รวมถึงเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ
แต่ก็เป็นอีกครั้ง ที่เธอใช้ความสิ้นหวังนี้ มาถ่ายทอดลงไปในบทประพันธ์ของเธอ จนกลายเป็นต้นแบบของตัวละคร “ผู้คุมวิญญาณ” นั่นเอง
ในปี 1995 ต้นฉบับเรื่อง Harry Potter and the Philosopher's Stone หรือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ ก็เสร็จสมบูรณ์
แต่ใช่ว่าความรันทดของ J.K. Rowling จะจบลงแล้ว
เนื่องจากเธอส่งต้นฉบับไปให้สำนักพิมพ์มากถึง 12 แห่ง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธกลับมาทั้งหมด
จนในปีถัดมาเธอถึงได้รับ “ไฟเขียว” จากสำนักพิมพ์ Bloomsbury
ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องขอบคุณหนูน้อยวัย 8 ขวบ ลูกสาวของประธานบริษัท ที่พอได้อ่านบทแรกของหนังสือ ก็เรียกร้องในทันที
และเรื่องราวหลังจากนี้ เราก็คงได้รับรู้กันแล้ว..
Harry Potter โด่งดังไปทั่วโลก
ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์
กลายเป็นเกมและของที่ระลึกนับไม่ถ้วน
รวมถึงยังนำไปสร้างสวนสนุกสุดอลังการ
และที่สำคัญคือ เป็นบทประพันธ์ที่อยู่ในดวงใจ ของใครหลายคนจนถึงทุกวันนี้
อย่างหนังสือ Harry Potter and the Philosopher's Stone ฉบับปกแข็ง ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1997 ก็ได้กลายเป็นเหมือน “จอกศักดิ์สิทธิ์” ของเหล่านักสะสม เพราะตีพิมพ์ออกมาเพียง 500 เล่ม และ 300 เล่มได้ถูกแจกจ่ายไปให้กับห้องสมุดแล้ว ทำให้ปัจจุบันราคาของเวอร์ชันนั้นสูงถึง 1.3-1.8 ล้านบาทเลยทีเดียว
ส่วนในภาพรวม ในปี 2019 มีการประเมินว่าหนังสือชุด Harry Potter สามารถขายไปได้มากกว่า 500 ล้านเล่ม คิดเป็นเงินมากกว่า 2.6 แสนล้านบาท
ยอดรวมรายได้ภาพยนตร์ ที่รวมทั้ง Harry Potter และ Fantastic Beasts ก็กวาดรายได้จากการขายตั๋วไปทั้งหมด 3.1 แสนล้านบาท
เว็บไซต์ Pottermore ซึ่งปัจจุบันถูกแทนที่ด้วย WizardingWorld.com แล้ว ในปี 2019 ก็มีการรายงานรายได้ในปีนั้นว่า สูงถึง 1,440 ล้านบาทเลยทีเดียว
รวมถึง Harry Potter and the Cursed Child ละครเวที ที่กวาดรายได้ไปกว่า 66 ล้านบาท ภายใน 1 สัปดาห์ที่เปิดตัวไป
แน่นอนว่าจากตัวเลขเหล่านี้ J.K. Rowling ย่อมได้รับส่วนแบ่งไปไม่น้อย แต่ก็มีรายงานที่ระบุว่า จริง ๆ แล้วในปัจจุบัน รายได้หลัก ๆ ของเธอ มาจากส่วนแบ่งของ Wizarding World ในสวนสนุก Universal Studios ต่างหาก
โดยรายได้ในแต่ละปีของ J.K. Rowling จากการประเมินของ Forbes
ปี 2017 รายได้ 3,170 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 1,800 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 3,070 ล้านบาท
ปี 2020 รายได้ 2,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามสถานะ “Billionaire” ของ J.K. Rowling ถูกถอดออกจากอันดับของ Forbes ไปแล้วตั้งแต่ปี 2012
โดย Forbes ให้เหตุผลว่าตอนนั้นเธอมีการบริจาคสินทรัพย์เพื่อการกุศลไปกว่า 5,340 ล้านบาท และเธอยังต้องจ่ายภาษีด้วยอัตราสูง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่ได้อยู่ในทำเนียบมหาเศรษฐีพันล้านของ Forbes แล้ว แต่ทางด้านสำนักข่าวอื่น ๆ อย่าง Sunday Times Rich List ก็ยังประเมินมูลค่าทรัพย์สินของ J.K. Rowling ไว้ที่ 36,290 ล้านบาท
ซึ่งด้วยตัวเลขนี้ ทำให้ J.K. Rowling ยังสามารถใช้ชื่อ Billionaire ได้
และยังเป็นคนที่รวยกว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสียอีก..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.