นราวดี บัวเลิศ ผู้จุดกระแส ร้านอาหารชั้นดาดฟ้า มิชลินสตาร์ 2 ดาว
Business

นราวดี บัวเลิศ ผู้จุดกระแส ร้านอาหารชั้นดาดฟ้า มิชลินสตาร์ 2 ดาว

นราวดี บัวเลิศ ผู้จุดกระแส ร้านอาหารชั้นดาดฟ้า มิชลินสตาร์ 2 ดาว /โดย ลงทุนเกิร์ล
สำหรับประเทศไทย ร้านอาหารที่ได้รางวัลมิชลิน 2 ดาว “มีเพียง 6 ร้านเท่านั้น”
ซึ่ง 2 ใน 6 นั้น คือ ร้านอาหารฝรั่งเศส ชื่อว่า Mezzaluna และ Chef's Table ที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมเลอบัว
ถ้าใครที่ยังไม่รู้ว่า MICHELIN Star (มิชลินสตาร์) คืออะไร
MICHELIN Star คือเครื่องหมาย ที่แสดงถึงมาตรฐานร้านอาหารคุณภาพยอดเยี่ยม โดยเกิดจากไอเดียของ Michelin ผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่ของโลก ที่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้คนมีรถ อยากขับรถออกไปทานอาหารหรือไปเที่ยวนอกบ้าน
แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่
Michelin 1 ดาว คือ อร่อยที่สุดในร้านประเภทเดียวกันMichelin 2 ดาว คือ อร่อยจนควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิมMichelin 3 ดาว คือ อร่อยเลิศ เลอค่า ต่อให้ไกลแค่ไหน ก็ควรไปชิม
ที่น่าสนใจคือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทำให้ชั้นดาดฟ้าของ State Tower กลายเป็นจุดที่ต้องยอมออกนอกเส้นทางเพื่อไปเยี่ยมเยือนสักครั้ง
แถมยังโด่งดังไปทั่วโลก ผ่านเอกลักษณ์โดมสีทอง ก็คือ “คุณอีน นราวดี บัวเลิศ” โดยปัจจุบัน เธอดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เลอบัว โฮเท็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด
เส้นทางความสำเร็จของผู้หญิงคนนี้จะน่าสนใจ และให้ข้อคิดอะไรกับเราได้บ้าง ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟังค่ะ
แรกเริ่มเดิมที ก่อนที่จะมาเป็นโรงแรมเลอบัว และร้านอาหารชื่อดัง
เราต้องย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้น ที่คุณแม่ของคุณอีน ได้ตัดสินใจซื้อตึก State Tower ต่อจากนักลงทุนคนเดิม ในยุคก่อนฟองสบู่แตกเพียง 3 ปี ซึ่งตอนนั้น แถบบริเวณนี้ ถือว่าเป็นแหล่งค้าเพชรพลอยที่สำคัญ
ภายในตึก State Tower มีทั้งหมด 1,700 ห้องชุด โดยในช่วงแรกได้เปิดเป็นคอนโดมิเนียมและออฟฟิศ
สำหรับในยุคนั้น ตึกสูงนับว่ายังมีไม่มากในประเทศไทย และหลังจากที่คุณแม่ซื้อตึก State Tower มาก็เกิดความไม่ลงตัวหลายอย่าง จึงนัดกับคุณอีน เพื่อไปดูงานสร้างลิฟต์ความเร็วสูงที่เซียรส์ ทาวเวอร์ ในเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อได้ไอเดียแล้ว พวกเขาก็ได้มีการจัดโซนใหม่ทั้งหมดภายในตึก และได้มีการสร้างลิฟต์ใหม่
แต่หลังจากนั้นไม่นาน
ในปี 2540 ก็เกิดฟองสบู่แตก..
จากวิกฤติที่เกิดขึ้น ทำให้คุณอีนตัดสินใจกลับมาช่วยธุรกิจของที่บ้าน หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ด้านการจัดการธุรกิจจาก University of London ประเทศอังกฤษ
โดยคุณอีนให้คำมั่นสัญญากับคุณแม่ว่า “หนูจะขอกลับมาช่วย”
คุณอีนเริ่มต้นด้วยการขอเปิดร้านอาหาร ในหมู่บ้านยิ่งรวยนิเวศน์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจอสังหาฯ ของคุณแม่
ณ ตอนนั้น ธุรกิจอสังหาฯ เรียกได้ว่าย่ำแย่ จากพิษของเศรษฐกิจ แต่ร้านอาหารที่ชื่อว่า “รักเอย” ของคุณอีน กลับชุบชีวิตให้หมู่บ้านยิ่งรวยนิเวศน์ ขายหมดกว่า 100 หลัง ในระยะเวลาไม่นาน
ในยุคนั้นการที่ร้านอาหาร ตั้งอยู่ไกลจากถนนหลัก ถือว่าเป็นอะไรที่ปราบเซียนมาก ๆ และโซเชียลมีเดียก็ยังไม่มี
จากการบริหารร้านอาหารจนโด่งดัง พร้อมกับการทำการตลาด และการทำโฆษณาเพื่อโปรโมตโครงการ จนขายบ้านได้หมดเกลี้ยง เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า คุณอีนมีความพร้อมที่จะบริหารธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่านี้
ซึ่งสิ่งที่คุณอีนเรียนรู้จากวันนั้น ก็ได้ถูกนำมาต่อยอดเป็นโรงแรมเลอบัว และร้านอาหารชั้นดาดฟ้า (Rooftop Restaurant & Bar) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
หากจะเปรียบว่าโด่งดังขนาดไหน
ตั้งแต่โรงแรมเลอบัว เปิดให้บริการมาในปี 2548 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการกว่า 7 ล้านคน หรือคิดเป็น 2 ล้านคนต่อปี
และ The Hangover ภาค 2 ภาพยนตร์ตลกอเมริกัน ก็ได้ใช้ชั้นดาดฟ้าของโรงแรมเลอบัว เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำของภาพยนตร์
โดยจุดเด่นของโรงแรมเลอบัว คือร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้า ใจกลางกรุงเทพมหานคร การันตีด้วยรางวัลมิชลินสตาร์ 2 ดาว ซึ่งประกอบด้วยร้านอาหารทั้งหมด 4 แห่ง คือ
1) ร้าน Mezzaluna (รางวัลมิชลินสตาร์ 2 ดาว)
ร้านอาหารฝรั่งเศส แบบ Fine Dining มาพร้อมเมนู 6 คอร์ส ที่รับผิดชอบโดยเชฟญี่ปุ่น Ryuki Kawasaki
2) ร้าน Chef's Table (รางวัลมิชลินสตาร์ 2 ดาว)
ร้านอาหารฝรั่งเศส ที่รับผิดชอบโดยเชฟฝรั่งเศส ซึ่งในอดีต เชฟเคยทำอยู่ร้านอาหารมิชลินสตาร์ 3 ดาว ในฮ่องกง
3) ร้าน Sirocco ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียน ที่มีชื่อเสียงจากการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Hangover ภาค 2 และยังเป็นร้านอาหารกลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลก
4) ร้าน Breeze ร้านอาหารจีน ที่มีมุมพระอาทิตย์ตกสวยที่สุด ซึ่งรับผิดชอบโดยเชฟ Sam Pang เชฟมากประสบการณ์ที่เคยกวาดรางวัลมามากมาย รวมไปถึงรางวัลร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย โดย BBC Good Food Awards ในขณะที่เคยเป็นผู้นำที่ Hakkasan
นอกจากนั้น ก็ยังมีบาร์และร้านอาหารอีก 7 แห่ง ซึ่งได้แก่ Sky Bar, Pink Bar, lebua No.3, Distil, Café Mozu, Alfresco 64 - A Chivas Bar, Flûte, A Perrier-Jouët Bar
หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคุณอีนถึงชูร้านอาหารมากกว่าโรงแรม
เหตุผลก็เพราะว่า ในระหว่างการก่อสร้าง คุณอีนได้ขึ้นไปเห็นวิว แล้วรู้สึกประทับใจมาก
รวมถึงธุรกิจร้านอาหารในมุมมองของคุณอีน เปรียบเหมือนห้องรับแขก ที่มีไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวและคนไทย ให้ได้ดื่มด่ำ ชื่นชม และซึมซับกับบรรยากาศของวิวกรุงเทพมหานครที่ยากจะหาได้ ไปพร้อม ๆ กับรสชาติอาหารแสนอร่อย
ซึ่งในตอนนั้น ก็มีเสียงจากผู้ใหญ่หลาย ๆ คน เตือนคุณอีนว่า “อย่าเปิดเลย มันเป็นไปไม่ได้ ใครจะจอดรถแล้วกดลิฟต์ เพื่อขึ้นมาทานอาหารบนชั้นดาดฟ้า”
แต่คุณอีนก็เชื่อมั่นในความคิดและความสามารถของตัวเอง จนทำให้โรงแรมและร้านอาหารในนาม “เลอบัว” กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก
จากเส้นทางความสำเร็จของคุณอีน นราวดี บัวเลิศ
สามารถสรุปเคล็ดลับความสำเร็จได้ ดังนี้
1) อยากจุดกระแส ต้อง “แหกกฎ”
หากวันนั้น คุณอีนเชื่อคำพูดของผู้ใหญ่หลาย ๆ คน ก็อาจจะไม่เกิดเลอบัวในวันนี้
การจุดกระแสต้องอาศัยความกล้าและความเชื่อมั่น ซึ่งความกล้าและความเชื่อมั่นของคุณอีน เกิดจากการลงมือทำร้านอาหารมาก่อน และพิสูจน์เบื้องต้นได้ว่า ฉันทำได้
หลังจากนั้น คือการแหกกฎทำในสิ่งที่หลาย ๆ คนเตือน และทำในสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ ในขณะที่ในตลาดยังไม่มีใครกล้าทำ ซึ่งสามารถเรียกได้อีกอย่างว่า Unmet Need
2) ทัศนคติของผู้บริหาร สำคัญมาก
จริง ๆ แล้วคุณอีนไม่ได้คิดเรื่องรางวัลตั้งแต่แรก แต่มุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะนำประสบการณ์ที่ตัวคุณอีนเอง สะสมมาทั้งชีวิตในการเดินทางไปทั่วโลก นำกลับมาอยู่ที่ไทยและต้องทำให้ดีกว่าให้ได้
“สิ่งหนึ่งที่เรามีและฝรั่งไม่มี คือ Thai Hospitality ซึ่งหมายถึง การบริการแบบคนไทย ที่ยิ้มแย้ม เอาใจใส่ ส่งผ่านออกมาทางแววตา”
ร้านอาหารทั่วไป อาจมองว่าแค่ทำรสชาติอาหารออกมาให้อร่อย ถูกปาก ก็ถือว่าเป็นจุดสูงสุดแล้ว แต่จริง ๆ มันมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น
โจทย์ของเลอบัว คือจะทำอย่างไร ให้ภายใน 90 นาที ที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่มีความหมายและน่าจดจำมากที่สุด
ซึ่งคำว่าประสบการณ์นี้เอง เป็นสิ่งที่ทำให้เลอบัวโดดเด่นกว่าใคร และทำให้คนที่ก้าวเท้าออกจากร้านไป บอกปากต่อปากด้วยความเต็มใจ และโหยหาอยากที่จะกลับมาใช้บริการอีก ในโอกาสต่อ ๆ ไป..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.