Yogibo ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ที่ได้เกิดขึ้นมาจาก ความห่วงใยในตัวภรรยา
Business

Yogibo ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ที่ได้เกิดขึ้นมาจาก ความห่วงใยในตัวภรรยา

29 ก.ย. 2021
Yogibo ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ที่ได้เกิดขึ้นมาจาก ความห่วงใยในตัวภรรยา /โดย ลงทุนเกิร์ล
การอยู่บ้านนาน ๆ มีแนวโน้มให้เราซื้อของแต่งบ้านเยอะขึ้นคงจะเป็นเรื่องจริง
เพราะช่วงโรคระบาดปีที่ผ่านมา จำนวนคนซื้อเฟอร์นิเจอร์บนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้น จนตลาดสินค้าของแต่งบ้าน มีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว
วันนี้ลงทุนเกิร์ลจะพาไปรู้จัก Yogibo (โยกิโบ) อีกหนึ่งแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่จุดเริ่มต้นของธุรกิจ ที่มาจากความรักและห่วงใยภรรยา
แล้วเรื่องราวของ Yogibo เป็นอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Yogibo คือแบรนด์ “เก้าอี้เม็ดโฟม” หรือ “บีนแบ็ก” จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ก่อตั้งมานานกว่า 12 ปี โดยคุณ Eyal Levy นักธุรกิจหนุ่มชาวอิสราเอล
คุณ Eyal Levy ผ่านประสบการณ์ทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก ๆ เนื่องจากหลังจากเรียนจบ เขาก็เริ่มต้นทำงานกับครอบครัวในหลาย ๆ แผนก เช่น บริหารจัดงาน, การตลาด รวมถึงด้านซัปพลายเชน
หลังจากที่คุณ Levy ทำงานกับที่บ้านได้ประมาณ 3 ปี คุณพ่อของเขาก็ต้องการขายกิจการ แต่ก็ประจวบเหมาะกับที่เขาต้องการเดินออกมาจาก Comfort Zone พอดี
คุณ Levy จึงได้ย้ายมาอาศัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และเริ่มต้นทำงานเป็นพนักงานประจำในบริษัทเกี่ยวกับการแพทย์​
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่คุณ Levy ใช้ชีวิตกับครอบครัวที่ทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก เขาจึงไม่อยากทำงานเป็นเพียงพนักงานหาเช้ากินค่ำไปวัน ๆ แต่ต้องการสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง
คุณ Levy จึงเริ่มตัดสินใจมองหาแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นธุรกิจของเขาเอง
ซึ่งก็เหมือนโชคชะตาจะได้มอบโอกาสนั้นให้กับเขา
ที่สำคัญยังมาแบบ “แพ็กคู่” นั่นก็คือ “สมาชิกใหม่” และ “ไอเดีย”
โดยเรื่องราวธุรกิจของคุณ Levy ได้เริ่มต้นขึ้น หลังจากภรรยาของเขาตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง
แม้การมีสมาชิกใหม่จะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่มันก็ทำให้ภรรยาของเขาพบกับปัญหาการนอนหลับไม่สบาย เนื่องจากอาการปวดหน้าท้องและหลัง เพราะต้องคอยรับน้ำหนักลูกน้อย
ดังนั้น 2 สามีภรรยาจึงพยายามเซิร์ชหาสินค้าบนอินเทอร์เน็ต ที่สามารถช่วยซัปพอร์ตท้องและหลังของภรรยา เพื่อที่จะทำให้เธอรู้สึกสบายตัวขณะนอนหลับ
แต่หลังจากที่คุณ Levy ท่องโลกออนไลน์ ค้นหาสินค้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าเป็นเวลานาน ก็ไม่พบเฟอร์นิเจอร์สักชิ้นที่ตอบโจทย์ปัญหานี้เลย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณ​ Levy ค้นพบ กลับเป็นเหล่าแม่ ๆ ที่กำลังตั้งครรภ์อีกหลายครอบครัว ที่ประสบกับปัญหานี้เช่นกัน
นอกจากนั้นการปวดหลังก็ดูเหมือนจะเป็นปัญหาทั่วไปของหลาย ๆ คน ไม่ใช่เพียงแต่คนที่กำลังท้องเท่านั้นด้วย
คุณ Levy จึงนำ Pain Point เหล่านี้ มาสร้างเป็นธุรกิจ “เก้าอี้เม็ดโฟม” หรือ “บีนแบ็ก” ที่ผลิตจากผ้าที่มีความยืดหยุ่น และสามารถปรับรูปทรงตามสรีระร่างกายได้
โดยสินค้าชิ้นแรกถูกนำไปตั้งอยู่ในชั้นใต้ดิน ทำให้มีเพื่อน ๆ ที่แวะเวียนมาได้ทดลองนั่ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็รู้สึกประทับใจกับความสบายของมัน ทำให้คุณ Levy มั่นใจว่าสินค้าตัวนี้ต้องตอบโจทย์ใครหลาย ๆ คน
และแล้ว Yogibo ก็ถูกก่อตั้งขึ้นช่วงกลางปี 2009 ร่วมกับเพื่อนของเขา ด้วยเงินตั้งต้นประมาณ 9 แสนบาท
โดยเริ่มจากการขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์, ออกบูทตามอีเวนต์ต่าง ๆ หรือแม้แต่เคาะตามประตูบ้านเพื่อขายสินค้าก็ทำมาแล้ว
เนื่องจากคุณ​ Levy ยังทำงานประจำอยู่ ดังนั้นความตั้งใจแรกของเขาจึงเริ่มขาย Yogibo ผ่านทางออนไลน์ และขายสินค้าให้กับ “พ่อค้าปลีก” และ “ตัวแทนจำหน่าย” ดังนั้นเขาจึงลงทุนไปกับการทำวิดีโออธิบายสรรพคุณของสินค้า
แต่หลังจากที่ขายสินค้าโดยไม่มีหน้าร้านนานกว่า 7 เดือน เขาก็ได้ค้นพบว่าสิ่งที่เป็นแรงจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า ก็คือ “ประสบการณ์” ที่ลูกค้าจะได้รับ
แม้ว่าคุณ​ Levy จะผลิตคอนเทนต์วิดีโอดีเพียงใด แต่หากลูกค้าไม่เคยได้ลองนั่ง หรือสัมผัสบีนแบ็กของจริง ลูกค้าก็เข้าไม่ถึงความสบายของสินค้าอยู่ดี
ดังนั้นในปีถัดมา Yogibo จึงขยับขยายและเปิดโชว์รูมในห้างสรรพสินค้าที่แรก ในรัฐแมสซาชูเซตส์ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาชมและทดลองนั่งสินค้าของจริง
ซึ่งในตอนนั้นมีสินค้าตั้งโชว์ไม่ถึง 10 แบบด้วยซ้ำ แต่ Yogibo ได้รับเสียงตอบรับที่ดี จนลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าซ้ำ ๆ และเริ่มถามหาสินค้าแบบใหม่ ๆ ทำให้คุณ Levy ตัดสินใจเริ่มพัฒนาสินค้าไลน์ใหม่ทันที
จนกระทั่งปี 2014 ก็ถือเป็นการเติบโตครั้งใหญ่ของ Yogibo เนื่องจากสามารถขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มต้นจากประเทศในแถบเอเชีย, ลาตินอเมริกา ก่อนที่จะขยายไปประเทศทางยุโรป
แล้วอะไรที่ทำให้ Yogibo ประสบความสำเร็จและขยายไปสู่หลายประเทศทั่วโลก ?
ตั้งราคา “สมเหตุสมผล”
แม้ในวันแรกที่ Yogibo เปิดตัว จะมีแบรนด์บีนแบ็กในตลาดอยู่แล้ว แต่หลาย ๆ แบรนด์กลับผลิตสินค้าออกมาได้สุดโต่ง เช่น ถ้าราคาถูกคุณภาพก็ต่ำแบบไม่ได้มาตรฐานไปเลย แต่ถ้าอยากได้ของคุณภาพดี ราคาก็สูงลิบลิ่ว
ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ Yogibo ที่ผลิตบีนแบ็กคุณภาพดี ในราคาเหมาะสม จึงสามารถเข้ามาแย่งตลาดตรงนี้ไปได้
พัฒนา “ลิขสิทธิ์เฉพาะ”
จริง ๆ แล้ว ปัญหา “ปวดหลัง” ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่คุณแม่ตั้งครรภ์เท่านั้น เพราะเป็นปัญหาเบสิกของหลาย ๆ คน ยิ่งเป็นชาวออฟฟิศที่นั่งทำงานเป็นเวลานานแล้ว มักจะเจอกับปัญหา “การปวดหลังเรื้อรัง”
Yogibo จึงพัฒนา “เม็ดบีดส์” ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ ซึ่งมีขนาดเล็กมาก ๆ จนไม่ทำให้เรารู้สึกถึงเนื้อสัมผัสหยาบ ๆ เวลานั่ง รวมทั้งยังช่วยปรับรูปร่างได้ตามสรีระร่างกายของเรา หรือปรับให้กลายเป็นเก้าอี้, เบาะ, โซฟา หรือเตียงนอนให้ตรงตามทุกอิริยาบถการใช้งาน
เรียกได้ว่าหากเรากระโจนเข้าใส่ Yogibo ก็สามารถโอบอุ้มทุกส่วนของร่างกายเราได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังมีน้ำหนักเบา ทำให้สามารถโยกย้ายไปโซนต่าง ๆ ของบ้านได้สะดวก
พัฒนารูปทรงที่ “หลากหลาย”
อย่างที่กล่าวไปว่าไม่ว่าใครก็สามารถนั่งใช้ประโยชน์จากบีนแบ็กได้
Yogibo จึงพัฒนารูปทรงและสีสันที่หลากหลายมากขึ้น ให้มีขนาดเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย อย่างเช่น Yogibo Max บีนแบ็กไซซ์ใหญ่พิเศษ ที่สามารถรองรับคนหุ่นพลัสไซซ์
ซึ่งปัจจุบัน Yogibo ยังเพิ่มไลน์สินค้ามากกว่า 500 แบบ เช่น ถาดสำหรับวางแล็ปท็อป, หมอนอิง, หมอนพกพาเวลาไปเที่ยว, พรม ไปจนเบาะสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย
นอกจากบีนแบ็กของ Yogibo จะเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนที่บ้านแล้ว ยังถูกนำไปใช้ในด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น การนำไปตั้งในห้องกระตุ้นพัฒนาการ (Sensory Room) หรือห้องที่สร้างมาเพื่อพัฒนาประสาทสัมผัสของเด็ก หลาย ๆ แห่งในสหรัฐอเมริกา หรือแม้บริเวณตึกสนามกีฬา, NBA, NFT และตามสนามบิน
และนี่คือเรื่องราวธุรกิจของ Yogibo ที่เริ่มต้นจาก Pain Point เล็ก ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม สู่ธุรกิจที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ใครหลาย ๆ คน
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.