The League แอปหาคู่พรีเมียม ที่พิสูจน์มาแล้วว่า ทำให้ผู้ก่อตั้งได้คู่จริง
Business

The League แอปหาคู่พรีเมียม ที่พิสูจน์มาแล้วว่า ทำให้ผู้ก่อตั้งได้คู่จริง

4 ต.ค. 2021
The League แอปหาคู่พรีเมียม ที่พิสูจน์มาแล้วว่า ทำให้ผู้ก่อตั้งได้คู่จริง /โดย ลงทุนเกิร์ล
เคยหรือไม่คะ อยากมีแฟน แต่กลับไม่เจอคนที่ถูกใจเสียที
ซึ่งนั่นทำให้คนอื่น ๆ ก็จะมองว่าเราเลือกเยอะเกินไป
แต่สำหรับแอปพลิเคชันเดตที่มีชื่อว่า The League
การเลือกคนดี ๆ และเพียบพร้อมเข้ามาในชีวิต จะไม่ใช่เรื่องแปลก
และที่สำคัญไม่ใช่ทุกคนที่สมัครแล้วจะได้เล่นแอปพลิเคชันนี้
เพราะหากไม่ได้ถูก “คัดเลือก” เข้าไป ก็ต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายขั้นต่ำเดือนละหลักพันถึงหมื่นบาท ตามระดับสมาชิก
แล้ว The League แตกต่างจากแอปพลิเคชันหาคู่อื่นอย่างไร ?
ทำไมคนถึงยอมจ่ายราคาแพงเพื่อให้ได้ใช้งานแอปพลิเคชันนี้ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
The League คือ แอปพลิเคชันหาคู่น้องใหม่จากประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างขึ้นเพื่อคนโสดที่เพียบพร้อม ไม่ว่าจะด้านการศึกษา, หน้าที่การงาน, ฐานะ และที่สำหรับต้องการมีความรักที่จริงจัง
แต่ความพิเศษของมันก็คือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสิทธิ์เล่นแอปพลิเคชันนี้ เพราะหลังจากที่เราสมัครสมาชิกแล้ว เราจะถูกจัดอยู่ใน “Waiting List” เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบว่าเรามี “คุณสมบัติ” เพียงพอสำหรับใช้งานแอปพลิเคชันหรือไม่เสียก่อน
ซึ่งเหตุผลที่ The League จะต้องมีขั้นตอนมากมายขนาดนี้ ก็เพราะคุณ Amanda Bradford ผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชัน มีจุดประสงค์ในการต้องการสร้าง “คู่รักที่สมบูรณ์แบบ”
โดยคุณ Bradford คือ ผู้หญิงเก่งคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทั้งด้านการเรียนและการทำงาน
เธอจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ซึ่งต่างก็เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก
หลังจากเรียนจบคุณ Bradford ก็ได้เข้าทำงานต่อที่บริษัทชั้นแนวหน้าอย่าง Sequoia Capital, Salesforce และ Google
เรียกว่าเส้นทางชีวิตของคุณ Bradford เดินทางมาได้อย่างงดงามเลยทีเดียว
แต่เมื่อหันกลับมามองที่ “ความรัก” กลับสวนทางกับ “การงาน” อย่างสิ้นเชิง
เนื่องด้วยคุณ Bradford เป็นคนทำงานหนัก ทำให้เธอไม่มีเวลาประคับประคองชีวิตคู่ จนสุดท้ายก็ต้องเลิกรากับแฟนหนุ่มที่คบกันมานานถึง 5 ปี
และเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้คุณ Bradford ต้องออกไปนัดบอด และลองเล่นแอปพลิเคชันเดตติงมากมายหลังจากไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้มาเป็นเวลานาน
ซึ่งการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ในวัยนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย..
และบ่อยครั้งที่คุณ Bradford มักต้องเจอกับการเดตที่ล้มเหลว หรือคู่เดตที่ไม่ค่อยจริงจังกับความสัมพันธ์ระยะยาว และที่แย่ไปกว่านั้นคือ คนชอบมองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เก่งเกินไป
แม้การผิดหวังกับการเดตจะเป็นเรื่องไม่น่ายินดีนัก แต่เหตุการณ์เหล่านี้ก็ทำให้สาวแกร่งอย่างเธอ เล็งเห็นถึงช่องว่างทางการตลาด สำหรับกลุ่มคนที่ต้องการ “มีความรักดีควบคู่กับการงานดี ๆ”
เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้ The League เครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ใช้ “Lucky in Game” และ “Lucky in Love” จึงได้เริ่มต้นขึ้น
โดยโมเดลทดลองของ The League เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 2014 ที่เมืองซานฟรานซิสโก กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 419 คน แต่สามารถระดมทุนได้ถึง 68 ล้านบาทในรอบ Seed
ซึ่งนอกจากแอปพลิเคชันจะประสบความสำเร็จแล้ว งานนี้ยังทำให้คุณ Bradford ได้พบกับแฟนหนุ่มคนล่าสุดของเธออีกด้วย
จนในปี 2015 The League ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งที่นิวยอร์ก ให้กับแขกใน “Soho House” หรือคลับเฮาส์ส่วนตัวสุดหรู ที่เฉพาะสมาชิกเท่านั้นถึงเข้ามาใช้บริการได้
อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าทุกคนที่สมัครจะถูกจัดไปอยู่ใน “Waiting List” ก่อน
ซึ่งหากเป็นแอปพลิเคชันเดตติงอื่น ๆ ผู้สมัครก็แค่กรอกข้อมูลส่วนตัวทั่วไป 2-3 ข้อก็พร้อมใช้งานได้แล้ว แต่สำหรับ The League ผู้สมัครต้องแนบบัญชี Facebook และ LinkedIn เพื่อยืนยันตัวตน
และหลังจากนั้นทีมงานจะเข้าไปตรวจเช็กประวัติการศึกษาและสถานที่ทำงาน เพื่อยืนยันว่าคุณมีคุณสมบัติตรงตามที่แอปพลิเคชันกำหนดหรือไม่
ดังนั้นขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ของผู้สมัครนั้น บางครั้งก็ใช้เวลานานเป็นเดือน
โดยสุดท้ายจะมีผู้ที่เข้าไปใช้งานจริงเพียงแค่ 10%-20% จากผู้สมัครทั้งหมดเท่านั้น
ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีคนที่รอคิวมากกว่า 420,000 บัญชีเลยทีเดียว..
อย่างไรก็ตาม หากผ่านการคัดเลือกเข้าไป ก็จะเป็นเพียงผู้ใช้งานระดับ Guest
โดยถ้าอยากลัดคิวและขั้นตอนทั้งหมดนี้ รวมถึงได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มขึ้น ก็เพียงแค่ “จ่ายเงิน”
แต่ราคาสมาชิกของ The League ก็ราคาแรงเอาเรื่อง โดยแบ่งราคาออกเป็น 3 ระดับ เริ่มต้นจาก Member, Owner และ Investor
ซึ่งสำหรับสมาชิกทั่วไป หรือ Member ก็มีราคาเริ่มต้นที่เดือนละ 6,500 บาทแล้ว ส่วนราคาระดับ Investor ก็มีราคาสูงถึงเดือนละเกือบ 33,000 บาทเลยทีเดียว
แม้คุณ Bradford ต้องการหลีกเลี่ยงที่จะเรียกกลุ่มคนที่เล่นแอปพลิเคชันนี้ว่า กลุ่ม “คนมีฐานะ” แต่แค่ค่าสมัครสมาชิกก็คงช่วยบ่งบอกสถานะทางการเงินคร่าว ๆ ของผู้ใช้แอปพลิเคชันกันได้แล้ว
แล้ว The League มีฟีเชอร์อะไรน่าสนใจ ที่ทำให้คนยอมทุ่มเงิน หรือรอหลายเดือนเพื่อมาหาคู่ในแอปพลิเคชันนี้
อันดับแรก คือ ไม่เสียเวลา
หากเป็นแอปพลิเคชันอื่น ๆ เราก็คงนั่งปัดจนเมื่อยนิ้วจนกว่าจะเจอคนที่ถูกใจ หรือไม่ก็อาจจะเจอคนที่แมตช์กับคนอื่นไปเรื่อยเปื่อย
แต่สำหรับ The League เราจะไม่สามารถปัดซ้ายขวาได้ตามใจ เพราะแอปพลิเคชันจะคัดคนที่เราน่าจะถูกใจให้ประมาณ 3 คนต่อวันเท่านั้น
ซึ่งจำนวนคนก็ขึ้นอยู่กับระดับสมาชิก ถ้ายิ่งสูง จำนวนคนที่ระบบคัดมาก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
สอง คัดกรอง “สังคมดีมีคุณภาพ”
นอกจากแอปพลิเคชัน The League จะมีการยืนยันตัวตนโดยบัญชี LinkedIn แล้ว ทุกคนยังต้องใส่ข้อมูลส่วนตัว เช่น ประวัติการศึกษา ใส่รูป และข้อมูลกิจกรรมที่เราสนใจ
มากไปกว่านั้น The League ยังการันตีว่าจะสร้างสังคมดี ๆ บนแอปพลิเคชันอีกด้วย
โดยผู้ใช้ทุกคนจะมีคะแนนสะสม ซึ่งหากประพฤติตัว หรือพูดจาไม่ให้เกียรติฝ่ายตรงข้ามก็จะถูกลดคะแนน
และหากผู้ใช้คนไหนเข้าแอปพลิเคชันต่ำกว่า 3 ครั้งต่อเดือน ก็จะถูกปิดบัญชีทันที เพื่อป้องกันคนที่ไม่ได้เข้ามาหาคู่แบบจริงจัง
ซึ่งล่าสุดยังได้เพิ่มฟีเชอร์ “วิดีโอคอล” ที่เราสามารถพูดคุยกับคู่เดตได้ในเวลาสั้น ๆ ประมาณ 9 นาที
และถ้าต่างคนต่างกด “หัวใจ” ให้กันระหว่างที่คุย นั่นก็หมายความว่าทั้งคู่ถูก “จับคู่” กัน
เนื่องจากหลายคนอาจจะเข้ากันได้จากการคุยแช็ต แต่พอได้มาลองคุยกันแล้วอาจจะไม่ได้ถูกใจจริง ๆ ก็ได้
ซึ่ง The League ก็ไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันหาคู่เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ไว้ให้สมาชิกได้พูดคุยกันตามความสนใจด้วย เช่น ดนตรีสด, ปีนเขา, สัตว์เลี้ยง, กลุ่มสำหรับคนชอบวิ่ง และอื่น ๆ อีกมากมาย
เรียกได้ว่าเป็นแอปพลิเคชันเดต แบบเหนือชั้น ที่แค่ได้เข้ามาในแอปพลิเคชันก็ถือว่าเราได้เข้าสู่สังคมพรีเมียม
และไม่ต้องลุ้นว่าคนในแอปพลิเคชันมีตัวตนจริงหรือไม่
ถึงแม้ค่าบริการจะสูง
แต่ถ้าเราสามารถเพิ่มโอกาสในการเจอคู่ชีวิตดี ๆ
ก็อาจถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ก็เป็นได้..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.