กรณีศึกษา MIND KOMBUCHA ปั้นสินค้าที่แปลกใหม่ ให้มีคนซื้อ
Health
&
Beauty

กรณีศึกษา MIND KOMBUCHA ปั้นสินค้าที่แปลกใหม่ ให้มีคนซื้อ

9 ต.ค. 2021
คอมบูชะ (Kombucha) เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่กำลังได้รับความนิยมในคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ โดยเฉพาะในฝั่งอเมริกาและยุโรป แต่จริง ๆ แล้ว เครื่องดื่มชนิดนี้กลับมีต้นกำเนิดมาจาก ญี่ปุ่น และยังมีประวัติอันยาวนานมากว่า 2,000 ปี
แต่สำหรับในประเทศไทย ชื่อของ “คอมบูชะ” นั้นอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าไร
และทำให้เรายังไม่ค่อยเห็นแบรนด์ใหญ่ ๆ ระดับอุตสาหกรรมของไทยที่นำคอมบูชะมาผลิตขาย เพราะอาจจะด้วยเหตุผลว่า ถ้าไม่ใช่สินค้าระดับแมสก็อาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุนในขณะตลาดยังแคบอยู่
แต่ในอีกมุมหนึ่ง กลับมีคนที่มองเห็นโอกาสในสินค้าชิ้นนี้ และคว้าโอกาสจนสามารถปั้นแบรนด์คอมบูชะได้สำเร็จ ซึ่งคนคนนั้นก็คือ คุณอัญชลี ลิ้มเล็งเลิศ หรือคุณแอน ผู้ก่อตั้งแบรนด์ MIND KOMBUCHA
แล้วเรื่องราวของ MIND KOMBUCHA น่าสนใจอย่างไร ?
และคุณแอน มีเคล็ดลับอะไรในการปั้นแบรนด์คอมบูชะ
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง..
เดิมทีคุณแอน มีอาชีพเป็นพนักงานในตลาดหลักทรัพย์ฯ
แต่หลังจากแต่งงาน เธอก็ได้ลาออก และกลายเป็นแม่บ้านเต็มตัวกว่า 2 ปี
ก่อนที่จะเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้งด้วยการเปิดร้านอาหารถึง 3 แห่ง
แต่เรื่องราวของแบรนด์ MIND KOMBUCHA นั้นเกิดขึ้นขณะที่คุณแอนเดินทางไปต่างประเทศ และพบกับเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “คอมบูชะ” ซึ่งทำมาจาก “ชาเขียว” ผสมกับ “ชาอัสสัม”
แล้วนำไป “หมักกับจุลินทรีย์” ที่ดีต่อร่างกาย
ทำให้เครื่องดื่มคอมบูชะจะมีรสชาติหวาน เปรี้ยว และซ่าเล็กน้อย
หลังจากกลับมาคุณแอนก็เริ่มวางแผนในการสร้างแบรนด์ MIND KOMBUCHA ขึ้นอย่างจริงจัง
แต่หนึ่งในอุปสรรคชิ้นใหญ่ของการปั้นแบรนด์คอมบูชะเลยก็คือ ผู้บริโภคในไทยยังไม่ค่อยรู้จักเครื่องดื่มชนิดนี้ และจะทำอย่างไรให้ลูกค้ายอมเปิดใจมาซื้อสินค้า
ซึ่งในตอนแรกคุณแอนเลือกที่จะเอาสินค้าไปให้กับร้านอาหาร, โรงแรม และคาเฟต่าง ๆ
แต่สุดท้ายก็ถูกบางรายปฏิเสธ เนื่องจากเจ้าของธุรกิจมีความกังวลเรื่องคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือ และบางรายก็ยังขาดความรู้ความเข้าใจในตัวสินค้าคอมบูชะอยู่
ดังนั้น คุณแอนจึงได้เก็บฟีดแบ็กเหล่านี้กลับมาพัฒนาสินค้าด้วยการเพิ่มต้นทุนในการผลิต จากเดิมที่เป็นโฮมเมด ก็หันมาผลิตด้วยกระบวนการมาตรฐาน ที่ผ่าน อย. และฮาลาล
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวสินค้า และทำให้ผู้บริโภคสบายใจได้ว่าสินค้าปลอดภัยจริง ๆ
เพราะเครื่องดื่มคอมบูชะ ถ้าหากผลิตไม่ดี และพลาดไปแค่นิดเดียวก็อาจทำให้มีราขึ้นในเครื่องดื่มได้
ซึ่งนั่นคงไม่เป็นผลดีกับลูกค้าแน่นอน..
ถัดมาคุณแอน ได้พยายามทำการสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ของแบรนด์ เพื่อให้คนเข้าใจว่าคอมบูชะคืออะไรและดื่มแล้วดีอย่างไร เช่น เธอได้นำสินค้า MIND KOMBUCHA รส Original ไปทำการวิจัย เพื่อพิสูจน์ว่า ใน MIND KOMBUCHA 1 ขวด จะมีพรีไบโอติกส์ ปริมาณเทียบเท่ากล้วยถึง 15 ลูกเลยทีเดียว..
แม้ว่าการผลิตสินค้าจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ช่องทางการขายก็สำคัญไม่แพ้กัน
คุณแอนมองว่า แบรนด์ไม่ควรจะพึ่งพาช่องทางการขายเพียงอันใดอันหนึ่ง เพราะถ้าหากช่องทางนั้นเกิดปัญหาขึ้นมาจะทำให้กระทบกับยอดขายโดยตรง
ดังนั้นคุณแอนจึงตัดสินใจว่า สินค้า MIND KOMBUCHA จะต้องมีขายทั้งทาง Offline และ Online
และแม้ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากขึ้น แต่ก็ยังดีกว่าการมาเพิ่มช่องทางการขายทีหลัง เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว
เพราะไม่ใช่เพียงแค่ว่า แบรนด์เท่านั้นที่จะต้องปรับตัว เมื่อมีการปรับเปลี่ยนช่องทางการขาย
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ “ผู้บริโภค” ที่อาจจะไม่พร้อมย้ายไปใช้บริการตามช่องทางการขายใหม่ของแบรนด์
ดังนั้น การมีช่องทางการขายหลาย ๆ ทาง ก็จะช่วยให้แบรนด์สร้างฐานลูกค้าในแต่ละช่องทางไว้อยู่แล้ว และพอช่องทางหนึ่งมีปัญหา ก็ยังสบายใจได้ว่า เรายังมีลูกค้าอยู่ในมืออีกข้าง..
สำหรับในปัจจุบัน
ถ้าจะพูดว่าความพยายามของคุณแอนที่ผ่านมานั้นไม่สูญเปล่าก็คงจะไม่ผิดหนัก
เพราะตอนนี้สินค้า MIND KOMBUCHA ของเธอได้ถูกวางขายในซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำมากกว่า 90 สาขา เลยทีเดียว
ซึ่งคุณแอนก็ได้ทิ้งท้ายว่า
นี่ยังไม่ถือว่าเป็นความสำเร็จในมุมมองของเธอ
จนกว่าคนทั่วไปจะรู้จักคอมบูชะในวงกว้าง เหมือนที่รู้จักน้ำเปล่า
ก็นับว่าเป็นการตั้งเป้าหมายที่น่าท้าทาย และน่าติดตามว่า MIND KOMBUCHA จะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหน และนี่คือตัวอย่างของผู้ประกอบการ ที่รู้จักสังเกต คิดค้น และนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค ที่น่าจับตา
สำหรับใครที่อยากรู้ว่าคอมบูชะมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร ? เข้าไปหาคำตอบได้ที่:
มายด์ คอมบูชะ www.mindkombucha.com
เคอร์คิวมิน ช็อต www.curcuminshot.com
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.