สร้างแบรนด์อย่าง Alice + Olivia ที่เริ่มจาก การทำกางเกงใส่เอง
Business

สร้างแบรนด์อย่าง Alice + Olivia ที่เริ่มจาก การทำกางเกงใส่เอง

12 ต.ค. 2021
สร้างแบรนด์อย่าง Alice + Olivia ที่เริ่มจาก การทำกางเกงใส่เอง /โดย ลงทุนเกิร์ล
“คุณจะออกแบบเสื้อผ้าอย่างไรก็ได้ จะจินตนาการเสื้อไว้สวยแค่ไหนก็ได้
แต่สุดท้ายแล้ว ลูกค้าจะต้องรู้สึกดีที่ได้ใส่ชุดตัวนั้น และใส่เสื้อตัวนั้นแล้วสวยที่สุด
จนสามารถเดินออกจากร้านได้โดยที่ไม่รู้สึกเสียดายอะไรเลย”
นี่คือประโยคของดีไซเนอร์สาวชื่อคุณ Stacey Bendet ได้เคยกล่าวเอาไว้ในบทสัมภาษณ์
และเป็นสิ่งที่ทำให้แบรนด์ Alice + Olivia สามารถอยู่มาได้ยาวนานกว่า 19 ปี
ที่น่าสนใจคือ ในตอนแรกที่แบรนด์เปิดตัวมานั้น แบรนด์ Alice + Olivia มีสินค้าเพียงแค่กางเกงเท่านั้น
แต่ปัจจุบันไม่ว่าจะทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ รวมไปถึงการร่วมมือกันกับแบรนด์ต่าง ๆ
อย่าง Maybelline หรือ Starbucks ก็ยังให้ความสนใจและร่วมมือกับแบรนด์ Alice + Olivia
แล้วเส้นทางของ Alice + Olivia น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ผู้ที่ก่อตั้ง Alice + Olivia ก็คือคุณ Stacey Bendet
โดยหากย้อนกลับไปในวัยเด็กของคุณ Stacey Bendet เธอก็เป็นคนที่ชื่นชอบการประดิษฐ์อยู่แล้ว และเนื่องจากคุณพ่อของเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตผ้าลูกไม้ ทำให้หลาย ๆ ครั้งเศษผ้าลูกไม้ที่เหลือ ก็จะถูกคุณ Stacey Bendet นำเอามาใช้ตัดทำเสื้อผ้าให้ตุ๊กตา หรือเอามาทำเป็นของแต่งบ้าน
เรียกว่าคุณ Stacey Bendet มีหัวในการออกแบบตั้งแต่อายุยังน้อย
หลังจากที่เธอเรียนจบ เธอก็ได้ตัดสินใจที่จะเปิดเว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่องแฟชั่น ร่วมกับเพื่อนที่ชื่อคุณ Rebecca Matchett เพื่อรวบรวมแบรนด์เสื้อผ้าต่าง ๆ มาขาย
ซึ่งในขณะที่คุณ Stacey Bendet พยายามมองหากางเกงแบบใหม่ ๆ ที่โดดเด่น มาวางขายในแพลตฟอร์ม แต่ด้วยความที่ในยุคนั้นกางเกงที่เป็นที่นิยมส่วนใหญ่ มักจะเป็นกางเกงยีน มากกว่ากางเกงผ้าชนิดอื่น ๆ ทำให้เธอหาแบบที่ถูกใจไม่ได้
สุดท้ายคุณ Stacey Bendet และคุณ Rebecca Matchett จึงตัดสินใจที่จะลงมือออกแบบ และทำกางเกงขึ้นมาเองเสียเลย
และในปี 2002 แบรนด์ Alice + Olivia ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น..
โดยที่มาของชื่อ Alice + Olivia ก็มาจากการนำชื่อคุณแม่ของทั้ง 2 คน มารวมกันนั่นเอง
ซึ่งหลังจากที่สองสาวได้สวมกางเกงที่ออกแบบเอง ผลงานกางเกงของพวกเธอก็กลายเป็นที่หมายตาของใครหลายคน จนถึงขั้นมีเพื่อนชวน ให้พวกเธอนำกางเกงที่ออกแบบ ไปโชว์ในงานแฟชั่นโชว์ที่เพื่อนจะจัด
แต่ในเมื่อมีแต่ท่อนล่าง แล้วจะทำอย่างไรกับท่อนบน ?
เรื่องนี้ก็ได้คุณ Stacey Bendet ที่ก่อนหน้านี้ เคยทำเว็บไซต์เกี่ยวกับร้านดอกไม้เอาไว้ด้วย
ดังนั้นเธอจึงแก้ปัญหาด้วยการขอความช่วยเหลือจากร้านดอกไม้ โดยนำดอกไม้มาให้นางแบบถือไว้เพื่อบดบัง ร่างกายท่อนบนที่ไม่ได้ใส่เสื้อ และจะมีเพียงแค่กางเกงที่ใส่ตอนเดินแบบเท่านั้น
ซึ่งการเดินแบบในครั้งนี้ ก็ทำให้คุณ Stacey Bendet ได้พบกับคุณ Andrew Rosen ผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นชื่อ Theory ซึ่งต่อมาได้ตัดสินใจร่วมทุนและกลายเป็นพาร์ตเนอร์กับคุณ Stacey Bendet จนมาถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนี้ คุณ Rebecca Matchett ก็ได้แยกตัวออกไปพอดี
แต่ Alice + Olivia ที่ได้พาร์ตเนอร์อย่างคุณ Andrew Rosen เข้ามาเสริมทัพ ก็มีการเพิ่มสินค้าประเภทใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น เช่น เสื้อคลุม รองเท้า กระเป๋าถือ เครื่องประดับ รวมถึงแว่นตา และส่งผลให้กลายเป็นแบรนด์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่เติบโตจนถึงทุกวันนี้
ซึ่งจากความสำเร็จของแบรนด์ Alice + Olivia
คุณ Stacey Bendet ก็ได้ให้ข้อคิดไว้ด้วยกัน 3 ข้อ
อย่าหยุดที่จะเรียนรู้
คุณ Stacey Bendet เล่าว่าในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มทำ Alice + Olivia กับคุณ Andrew Rosen เปรียบเสมือนกับการไปเรียนในทุก ๆ วัน
คุณ Stacey Bendet ต้องเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจไปรอด เพราะแม้ว่าในตอนแรกกางเกงของเธอจะประสบความสำเร็จ แต่มันไม่เพียงพอที่จะทำให้แบรนด์เติบโต
ซึ่งคุณ Andrew Rosen ได้เคยกล่าวกับเธอว่า “ถ้าเสื้อผ้าสวย แต่ขายไม่ได้ มันก็ไม่ใช่ธุรกิจหรอก” และประโยคนี้เองที่ทำให้เธอต้องหมั่นเรียนรู้ที่จะทำให้ Alice + Olivia สามารถเติบโตต่อไปได้
มีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร
กลุ่มเป้าหมายของ Alice + Olivia คือกลุ่มลูกค้า “ผู้หญิง” แม้จะดูเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่
แต่ Alice + Olivia ก็มีเป้าหมายที่อยากจะทำสินค้าให้กับผู้หญิงโดยเฉพาะ
ทำให้เมื่อต้องการจะออกสินค้าใหม่ เธอจึงให้ความสำคัญกับสิ่งที่ผู้หญิงอยากได้ หรือต้องการ
โดยในการออกแบบของ Alice + Olivia นั้นจะคำนึงถึงผู้หญิงอยู่ทั้งหมด 4 แบบ คือ
ผู้หญิงแบบเวิร์กกิงวูแมนที่สนใจแฟชั่น
ผู้หญิงเมืองกรุงที่รักแฟชั่น
ผู้หญิงแบบโบฮีเมียน
และผู้หญิงที่มักจะชอบเปลี่ยนสไตล์ไปทุก ๆ ฤดูกาล
ซึ่งแม้ว่าจะมีสไตล์แฟชั่นที่หลากหลาย แต่คุณ Stacey Bendet ก็มีจุดยืนที่ยึดถือมาโดยตลอด นั่นก็คือ “จะไม่ออกแบบเสื้อผ้าที่ตัวเองไม่อยากใส่”
คุณภาพสินค้า ที่สัมพันธ์กับราคา ทำให้ลูกค้ารู้สึก “คุ้มค่า”
“ฉันเคยเจอคนหนึ่งที่ต้องจ่ายเงินถึง 260,000 บาท เพื่อซื้อชุดเดรสสุดอลังการ
ซึ่งเป็นชุดที่ฉันสามารถทำได้เหมือนกันในราคาแค่ 40,000 บาท”
จากเรื่องนี้ก็ส่งผลให้เธอ ตัดสินใจว่าเสื้อผ้าที่เธอผลิตนั้นจะไม่ใช่แค่สวย และนำออกมาวางขายให้ได้ราคาสูง ๆ เท่านั้น แต่จะต้องมีคุณภาพด้วย
โดยเธอมุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงที่ต้องการเสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูง คุณภาพระดับโอตกูตูร์ แต่ยังไม่มีรายได้มากพอที่จะซื้อเสื้อผ้าในระดับนั้น
และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้สินค้าของ Alice + Olivia นั้นจะมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น
โดยที่เธอจะตั้งราคาในแบบที่เธอมองว่ามัน “สมเหตุสมผล” และ “คุ้มค่า”
ปัจจุบัน Alice + Olivia กลายเป็นแบรนด์ที่มีลูกค้าเป็นเหล่าคนดังระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Meghan Markle, Michelle Obama, Beyoncé, Gwyneth Paltrow, Gigi Hadid หรือ Jessica Alba
รวมถึงมีหน้าร้านกว่า 35 แห่งตามเมืองหลวงในประเทศต่าง ๆ และยังมีสินค้าวางขายในห้างสรรพสินค้าทั่วโลกอีกกว่า 800 แห่ง
Alice + Olivia นับว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ไม่เพียงแค่โด่งดังในเรื่องแฟชั่น
แต่เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการสื่อสารภาพลักษณ์ “ผู้หญิง” ที่ชัดเจน
รวมถึงสามารถสร้างซิกเนเชอร์อย่าง เด็กผู้หญิงผมดำ ใส่แว่นกันแดด ปากสีแดงเด่น
ให้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่ไม่ว่าใครที่ได้เห็นจะนึกถึง Alice + Olivia อย่างแน่นอน..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.