Jelly Belly Candy ธุรกิจลูกกวาด 153 ปี ผู้ผลิตลูกอมทุกรสของเบอร์ตี้บอตส์
Business

Jelly Belly Candy ธุรกิจลูกกวาด 153 ปี ผู้ผลิตลูกอมทุกรสของเบอร์ตี้บอตส์

26 เม.ย. 2022
Jelly Belly Candy ธุรกิจลูกกวาด 153 ปี ผู้ผลิตลูกอมทุกรสของเบอร์ตี้บอตส์ /โดย ลงทุนเกิร์ล
สาวกพ่อมดน้อยแฮร์รี่ พอตเตอร์ คงคุ้นเคยกับ “ลูกอมทุกรสของเบอร์ตี้บอตส์” ซึ่งมีทั้งรสปกติ ไปจนถึงรสขี้มูก หรือรสอ้วก และขนมอย่าง “ช็อกโกแลตกบ”
ซึ่งรู้หรือไม่ว่า เราไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อขนมเหล่านี้ในโลกเวทมนตร์อีกต่อไป
เพราะบริษัท Jelly Belly Candy สามารถรังสรรค์ขนมเหล่านี้ ออกมาในท้องตลาดของมักเกิลแล้ว
ที่สำคัญเจ้า Jelly Belly jelly beans ยังสามารถช่วยผสานรอยร้าว ของตระกูล Goelitz ผู้ก่อตั้งบริษัทอีกด้วย
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นทั้งหมด เกิดขึ้นในปี 1867 โดยคุณ Gustav และคุณ Albert สองพี่น้องตระกูล Goelitz ได้อพยพจากประเทศเยอรมนี มาอยู่อาศัยกับคุณลุงที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
ที่นี่เองที่ทำให้คุณ Gustav เรียนรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจขายลูกกวาด และในปี 1869 เขาก็ได้เข้าซื้อร้านขายไอศกรีมและลูกกวาด ในเมืองเบลล์วิลล์ รัฐอิลลินอย รวมถึงเริ่มผลิตลูกกวาดแฮนด์เมดของตัวเอง
หลังจากนั้นคุณ Albert ผู้เป็นน้องชาย ก็จะบรรจุสินค้าใส่เกวียน และนำไปขายในชุมชน
ซึ่งจากนั้นธุรกิจเล็ก ๆ ก็กลายเป็น Goelitz Brothers Candy Company ธุรกิจของครอบครัว ที่มีรุ่นลูกของทั้งสองคน เข้ามาร่วมด้วย
แต่หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ทั้งสองพี่น้องตระกูล Goelitz จึงต้องจำใจขายธุรกิจลูกกวาดไป
และเรื่องนี้ยังส่งผลให้คุณ Gustav ทำใจไม่ได้ จึงสิ้นใจในเวลาไม่กี่ปีหลังจากนั้น
ส่วนคุณ Albert ก็ออกไปทำงานกับบริษัทลูกกวาดรายอื่น จนเสียชีวิตลงด้วยวัย 80 ปี
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของตระกูล Goelitz ก็ยังไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้
เพราะทายาทรุ่นที่ 2 อย่างคุณ Adolph ลูกชายของคุณ Gustav ก็เข้ามาชุบชีวิตให้กับธุรกิจลูกกวาดแบบดั้งเดิมของครอบครัว รวมถึงได้ก่อตั้ง Goelitz Confectionery Company ร่วมกับคุณ William Kelley เพื่อนของเขา
โดยมีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออย่าง “บัตเตอร์ครีม” ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีขนม Corn Candy ที่เป็นรูปทรงพีระมิด 3 ชั้น ชั้นละสี คือสีขาว, สีส้ม และสีเหลือง ทำให้ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตยาก เพราะตอนนั้นกระบวนการผลิตยังต้องใช้มือทั้งหมด
และด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตขนมชนิดนี้ Corn Candy จึงกลายเป็นสินค้าหลักของบริษัทไปอีกหลายทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเติบโต ประกอบกับทายาทที่เป็นผู้หญิง มีการแต่งงานกับตระกูลอื่น ทำให้สายตระกูลครอบครัว Goelitz แตกออกไป จนสุดท้ายก็มีการแยกตัวออกมาอีกบริษัท ชื่อ Herman Goelitz Candy Company ซึ่งก็มีผลิตภัณฑ์หลักเป็น Corn Candy เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเข้าสู่มือทายาทรุ่นที่ 3 ของครอบครัว หรือในช่วงทศวรรษ 1960
การที่บริษัทพึ่งพาผลิตภัณฑ์เดียวมากเกินไป ก็เริ่มส่อแววไม่ดี
เพราะตอนนี้ บริษัทลูกกวาดอื่น ๆ ก็สามารถผลิต Corn Candy ออกมาได้แล้ว
ทำให้ตระกูล Goelitz ทั้งสองบริษัท ต้องเร่งหาสินค้าใหม่ ๆ มาดึงดูดลูกค้า
โดยทางฝั่ง Goelitz Confectionery Company มี Jelly Beans ออกมา
ส่วน Herman Goelitz Candy Company ก็ได้ออก Chocolate Dutch Mints
แต่ต่อมาไม่นาน ทั้งสองบริษัทก็ต้องเผชิญกับภาวะน้ำตาลแพง ทำให้ต้องดิ้นรนอย่างหนัก กว่าจะรอดพ้นวิกฤติครั้งนั้นมาได้
ซึ่งเรื่องราวก็ดำเนินมาถึงปี 1975 ทางฝั่ง Herman Goelitz Candy Company ก็ได้ออกสินค้า Jelly Beans ที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน โดยอาศัยการผสมผสาน ระหว่างสูตรขนมของตุรกี แล้วเคลือบด้วยกระบวนการแบบเดียวกับ Jordan Almonds ของฝรั่งเศส
แรก ๆ ก็ยังมีเพียงรสผลไม้ปกติ จนกระทั่งปีถัดมา ที่บริษัทเริ่มออกรสชาติแปลกใหม่ เช่น รูตเบียร์ หรือครีมโซดา ภายใต้ชื่อแบรนด์ Jelly Belly jelly beans
Jelly Belly jelly beans ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ภายในระยะเวลาไม่นาน
สุดท้าย Herman Goelitz Candy Company ก็ผลิตไม่ทันความต้องการ
จึงต้องหันไปหา Goelitz Confectionery Company จนทั้งสองบริษัท ได้กลับมาร่วมกันผลิตอีกครั้ง
ที่สำคัญขนมชนิดนี้ ยังได้ไปโดนใจคุณ Ronald Reagan ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จนออกมาพูดว่า Jelly Beans ช่วยให้เขาเลิกบุหรี่ได้ รวมถึงยังส่งขนมนี้ ไปเป็นของขวัญให้กับเหล่านักบินอวกาศด้วย
บริษัทขนมของครอบครัว Goelitz จึงได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ
รวมถึงชื่อเสียงของ Jelly Belly jelly beans ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นไปด้วย
ในขณะเดียวกัน Jelly Belly jelly beans ก็ถูกพัฒนาให้มีรสชาติที่หลากหลายควบคู่กันไปด้วย
ซึ่งก็ประจวบเหมาะว่า ลักษณะของขนมชนิดนี้ ดันไปคล้ายกับ “ลูกอมทุกรสของเบอร์ตี้บอตส์” ในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์
ทำให้ในปี 2000 Jelly Belly jelly beans ก็ได้นำแรงบันดาลใจนี้ มาพัฒนาเป็นขนมรสชาติแปลก ๆ ออกมา เช่น ดิน เบคอน และผักโขม
รวมถึงเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Jelly Belly Candy Company ในเวลาต่อมา..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
สำหรับบางคนที่สงสัยว่าบริษัทรู้ได้อย่างไร ว่ารสชาติอย่างเช่น ขี้หูหรืออ้วก เป็นแบบไหน ต้องมีพนักงานบริษัทเป็นตัวทดลองก่อนหรือไม่
คำตอบก็คือ Jelly Belly Candy ไม่ได้ใจร้ายถึงขั้นให้พนักงานของพวกเขามาทดลองจริง ๆ
แต่เป็นการนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้
นั่นก็คือ “Gas chromatography” เทคนิคที่ใช้แยกสารต่าง ๆ โดยอาศัยความแตกต่างระหว่างการกระจายตัวของสารแต่ละตัว จากนั้นบริษัทจึงนำข้อมูลเหล่านี้ มาหารสชาติที่เทียบเคียงกันได้
ถึงแม้จะดูเข้าใจยาก
แต่อย่างน้อยก็สบายใจได้ว่า ไม่มีใครต้องตักอ้วกหรือแคะขี้หูจริง ๆ มาลองชิม..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.