เรียนรู้ การสร้างธุรกิจเครื่องประดับ OBJKTS Jewelry จากเริ่มต้น สู่ยอดขายร้อยล้าน
Business

เรียนรู้ การสร้างธุรกิจเครื่องประดับ OBJKTS Jewelry จากเริ่มต้น สู่ยอดขายร้อยล้าน

6 พ.ค. 2022
เรียนรู้ การสร้างธุรกิจเครื่องประดับ OBJKTS Jewelry จากเริ่มต้น สู่ยอดขายร้อยล้าน /โดย ลงทุนเกิร์ล
คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า การเกิดขึ้นของโซเชียลมีเดีย ช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจไปได้มาก โดยเฉพาะในเรื่องของการโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ และตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น
วันนี้ลงทุนเกิร์ลจึงขอนำเสนออีกหนึ่งกรณีศึกษา ที่แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์จากการใช้โซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์
นั่นก็คือเครื่องประดับแบรนด์ OBJKTS Jewelry จากประเทศอังกฤษ
ที่ก่อตั้งมาได้เพียง 4 ปี แต่กลับสร้างยอดขาย 140 ล้านบาท
ผ่านการโฆษณาใน Facebook และ Instagram
ความน่าสนใจของ OBJKTS Jewelry ยังไม่หมดเพียงเท่านี้
เพราะคุณ Shirlene Tsang ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ปัจจุบันก็มีอายุเพียง 28 ปีเท่านั้น
เรื่องราวของ OBJKTS Jewelry เป็นอย่างไร ?
แล้วคุณ Tsang ใช้โซเชียลมีเดียอย่างไร ในการสร้างธุรกิจร้อยล้านนี้ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
OBJKTS Jewelry ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยพนักงานบริษัทสองคน คือคุณ Shirlene Tsang และเพื่อนของเธอ ส่วนเงินทุน ก็มาจากการขายธุรกิจชุดว่ายน้ำที่คุณ Tsang เคยทำ
ด้วยจำนวนเงินทุนที่ไม่ได้มีมากมาย
ทำให้ช่วงแรก ๆ ของการทำธุรกิจ
ผู้ก่อตั้งทั้งสองต้องลงแรงเอง แทบทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม คุณ Tsang เอง เคยมีประสบการณ์การทำงานด้านการตลาด ให้กับแบรนด์เครื่องประดับ ในขณะที่เพื่อนของเธอ ก็ทำงานเป็นดีไซเนอร์ให้กับเอเจนซีโฆษณา
คุณ Tsang เล่าว่า เธอเป็นคนไม่ชอบความเสี่ยง
ดังนั้นจึงเลือกสร้างเป็นธุรกิจเสริม ควบคู่กับการทำงานประจำ
โดย OBJKTS Jewelry เปิดเว็บไซต์ขายสินค้า ผ่านแพลตฟอร์มสำเร็จรูป Shopify และเริ่มทดลองหาสินค้าที่เข้ากับตลาด ด้วยการรับจากที่อื่นมาจำหน่าย เพราะความเสี่ยงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการขายสินค้าที่ออกแบบเองตั้งแต่แรก
หลังจากมีสินค้าแล้ว คุณ Tsang ก็เริ่มทำการทดสอบตลาดว่า สินค้าชิ้นไหนเป็นที่นิยม
ด้วยการใช้เงินราว ๆ 400-600 บาทต่อวัน เพื่อทดลองโฆษณากับสินค้าแต่ละชิ้น ผ่าน Facebook และ Instagram จนได้ข้อมูลเพียงพอ ถึงเริ่มหันมาขายสินค้าที่ออกแบบเอง
ซึ่งดีไซน์ต่าง ๆ ก็อ้างอิงมาจากข้อมูลการทำโฆษณาก่อนหน้านี้ ว่าลูกค้าซื้อสินค้าแบบไหนมากที่สุด
รวมถึงคอยสอบถามลูกค้าว่า สินค้ารูปแบบไหนที่ลูกค้าต้องการ
และเพื่อป้องกันการสต็อกสินค้าที่เกินความจำเป็น
ทุกครั้งที่ OBJKTS Jewelry มีสินค้าแบบใหม่ คุณ Tsang จะสั่งผลิตมาในปริมาณน้อยก่อน แล้วจึงสั่งสินค้ามากขึ้น เมื่อความต้องการของลูกค้าเพิ่มขึ้น
แต่แน่นอนว่า แค่การยิงโฆษณาไปหาลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามองเห็น และรู้จักแบรนด์มากขึ้น
อาจไม่สามารถดึงดูดใจลูกค้ามากพอให้กดซื้อสินค้า
ดังนั้น OBJKTS Jewelry จึงมีการนำเสนอโปรโมชันควบคู่ไปด้วย
อย่างการ “ซื้อ 1 แถม 2” โดยเลือกสินค้าบางชิ้นมาเข้าร่วมโปรโมชัน พร้อมกับอัดเงินค่าโฆษณาราว ๆ 14,000 บาทต่อเดือน
ซึ่งเป้าหมายในการทำโฆษณาครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้ามากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรม ความชอบของลูกค้า รวมถึงทดสอบกลยุทธ์การตลาดได้ด้วย
โดย OBJKTS Jewelry ใช้เวลาทั้งหมด 3 เดือน ในการเก็บข้อมูลของลูกค้า
จากนั้น เมื่อได้ข้อมูลสินค้าที่ลูกค้าให้ความสนใจแล้ว ก็หันไปทุ่มงบโฆษณาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า กับสินค้าขายดีนั้น
แล้วทำไมคุณ Tsang ถึงไม่เลือกโฆษณาสินค้าทุกชิ้น
แต่เลือกลงเฉพาะกับสินค้าขายดีเพียงอย่างเดียว ?
เรื่องนี้เป็นเพราะ ไม่ใช่ว่าสินค้าทุกชิ้น จะต้องขายได้เหมือนกันหมด
ยกตัวอย่าง ร้านอาหารก็มักจะมีรายการแนะนำ ที่อยู่หน้าสุดของเมนู
ดังนั้นสำหรับร้านขายของก็เช่นกัน จะมีสินค้าเรือธง ที่ช่วยชูหน้าชูตาให้กับแบรนด์
นอกจากนั้น ในส่วนของกลุ่มเป้าหมายสำหรับการโฆษณา ก็ควรมีความ “เฉพาะเจาะจง”
ซึ่งอย่างที่กล่าวไปในข้างต้น ว่าคุณ Tsang มีการทดลองโฆษณาสินค้าแบบรายชิ้น เพื่อหาว่ากลุ่มคนแบบไหน ชอบสินค้าแบบไหน
เพื่อให้การทำโฆษณาครั้งต่อไป สามารถโฆษณาสินค้าที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
เช่น แหวนอาจเป็นที่ถูกใจของผู้หญิง แต่ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคน ทุกช่วงอายุ จะชอบแหวนเหมือนกัน
ฉะนั้นถ้าหากเรารู้ว่า สินค้าชิ้นไหน คนแบบไหนชอบ
ก็จะสร้างโอกาสที่คนคนนั้นจะซื้อสินค้ามากขึ้น
ดีกว่าการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบกว้าง ๆ ที่นอกจากจะใช้งบในการโฆษณาจำนวนมากแล้ว
อาจเป็นเหมือนการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และกลายเป็นว่าดึงดูดลูกค้าคนไหนไม่ได้เลย
โดยแผนโฆษณาในครั้งนี้ส่งผลให้ OBJKTS Jewelry ทำรายได้กว่า 700,000 บาท
และมีกำไรสำหรับนำไปพัฒนาธุรกิจสู่ขั้นถัดไป จนถึงขั้นสามารถจ่ายเงินเดือนให้ตัวเองได้แล้ว
ซึ่งหลังจากที่ธุรกิจเริ่มทำกำไร คุณ Tsang จึงค่อยตัดสินใจลาออกจากงานประจำ แล้วหันมาทำธุรกิจเครื่องประดับอย่างเต็มตัว
รวมถึงจ้างพนักงาน อัปเกรดเว็บไซต์ให้น่าดึงดูดขึ้น และมีคลังสินค้าของตัวเอง
และในปีที่ผ่านมา OBJKTS Jewelry ก็ทำยอดขายไปกว่า 140 ล้านบาท
เรียกได้ว่า เรื่องราวของคุณ Tsang และ OBJKTS Jewelry ก็น่าจะตอบโจทย์ใครหลาย ๆ คน ที่อยากมีรายได้เสริม ได้เป็นอย่างดี
เพราะบางครั้ง ก็ไม่ใช่ทุกคน ที่อยากจะสร้างอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่
เพียงต้องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่
ไม่ต้องเสี่ยงมาก ไม่ต้องทุ่มจนสุดตัว
แต่ได้เติมเต็มฝันเล็ก ๆ จนกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางรายได้ ก็พอแล้ว..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.