สรุปไฮไลท์อีเวนต์ ที่ครบทั้งสาระ ความรู้ ความสนุก และแรงบันดาลใจ กับงาน “Social Commerce Day 2022 สปาร์คพลังใจ ขายออนไลน์ให้ก้าวกระโดด” เพื่อนักขายโซเชียล
Marketing

สรุปไฮไลท์อีเวนต์ ที่ครบทั้งสาระ ความรู้ ความสนุก และแรงบันดาลใจ กับงาน “Social Commerce Day 2022 สปาร์คพลังใจ ขายออนไลน์ให้ก้าวกระโดด” เพื่อนักขายโซเชียล

9 ก.ย. 2022
ใครที่อยากขายของทางโซเชียลคอมเมิร์ซมาทางนี้ วันนี้ลงทุนเกิร์ลได้สรุปไฮไลท์เข้มข้น จากงาน “Social Commerce Day 2022 สปาร์คพลังใจ ขายออนไลน์ให้ก้าวกระโดด”
ซึ่งจัดขึ้นโดย LINE SHOPPING ผู้นำโซเชียลคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของเมืองไทยมาฝากกันแล้ว
โดยเนื้อหาครอบคลุมทุกเรื่องที่คนขายของออนไลน์จะต้องอยากรู้ เช่น
- เทรนด์โซเชียลคอมเมิร์ซในประเทศไทยเป็นอย่างไร ? ร้านค้าสามารถใช้ LINE SHOPPING ขายของอย่างไรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
- LINE SHOPPING ในฐานะผู้นำด้านนี้ มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างไร ? ให้ตอบโจทย์ร้านค้าโซเชียล
- สาระน่ารู้และ แรงบันดาลใจดี ๆ จากเวทีสัมมนา ที่ได้เชิญทั้งผู้ประกอบการร้านค้าและผู้บริหารจากแบรนด์ใหญ่ มาพูดคุยพร้อมแบ่งปันเคล็ดลับการใช้ LINE SHOPPING สร้างฐานลูกค้าและการทำการตลาดให้ธุรกิจเติบโต
- ร้านค้าโซเชียลจะใช้ LINE SHOPPING ตอบโจทย์ประสบการณ์การชอปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (OMNI Channel) ที่ลูกค้าไม่ยึดติดอยู่กับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งได้อย่างไร ?
เรียกได้ว่า ใครที่เป็น SME, ผู้ประกอบการ, ร้านค้าออนไลน์ ห้ามพลาดเนื้อหาภายในงานด้วยประการทั้งปวง
สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่ https://lin.ee/krokWah/nslu
ลงทุนเกิร์ลได้สรุปไฮไลท์เด็ด ๆ เอาไว้ไปต่อยอดในการทำออนไลน์ ไว้ให้แล้ว
โดยเนื้อหาจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย !
งาน “Social Commerce Day 2022 สปาร์คพลังใจ ขายออนไลน์ให้ก้าวกระโดด” เป็นการจัดครั้งที่ 2 ของ LINE SHOPPING
จากงานสะท้อนให้เห็นว่า Social Commerce ในไทยยังคงเติบโต และเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่ร้านค้าออนไลน์ หรือ แบรนด์ต่าง ๆ ไม่ควรมองข้าม
ซึ่ง LINE SHOPPING ถือเป็นผู้นำโซเชียลคอมเมิร์ซ ที่มาพร้อมเครื่องมือให้บริการ การบริหารจัดการและสร้างฐานแฟนในการขายแบบครบครัน
อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ใช้ LINE กว่า 53 ล้านคน สามารถค้นพบร้านค้าโซเชียลได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งเป็นอีกช่องทางในการสร้างการเติบโต และความมั่นคงให้กับโซเชียลคอมเมิร์ซในไทย
หลังจากอ่านชื่องาน หลายคนอาจเกิดคำถามว่า “ทำไมต้องสปาร์คพลังใจ ?”
เหตุผลก็เพราะ LINE SHOPPING เข้าใจร้านค้าออนไลน์ดีว่า การขายของออนไลน์นั้นไม่ง่าย เลยอยากให้งานนี้ได้ช่วยทำให้ร้านค้าเก่งขึ้น ปลดล็อกทุกข้อจำกัด พร้อมเผยศักยภาพให้แข่งขันได้
ภายในงานได้มีการเปิดโอกาสให้นักขายโซเชียลมาเติมความรู้ เพิ่มโอกาสทางการขาย หาแรงบันดาลใจ และสปาร์คพลังใจกันอย่างเต็มที่
ขายของออนไลน์ยุคนี้มีแพลตฟอร์มให้เลือกมากมาย ผู้บริโภคต้องเลือกอันที่ใช่และเหมาะกับธุรกิจของตัวเอง สำหรับ session นี้ คุณวริยา ลีระศิริ : Head of EC Merchant Development, LINE THAILAND
ก็ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับร้านค้าโซเชียล โดยการเผยถึงแนวคิดในการพัฒนาเครื่องมือจัดการร้านของ LINE SHOPPING ที่ออกแบบมาเพื่อร้านค้าโซเชียลโดยเฉพาะ พร้อมสนับสนุน 3 ด้าน ได้แก่
1) เครื่องมือจัดการร้านค้า (Tool)
- เครื่องมือการออกออร์เดอร์ผ่านแช็ต : ช่วยขจัดปัญหาการจัดการออร์เดอร์ให้ง่ายและสะดวกกับร้านค้ามากที่สุด
- เครื่องมือการทำหน้าร้านออนไลน์ : เพียงอัปโหลดรูปสินค้า ก็สามารถนำลิงก์ร้านค้าไปโปรโมตผ่านช่องทาง Social Commerce ได้เลย ลูกค้าแค่คลิกลิงก์ ก็สามารถดูรายละเอียดสินค้า พร้อมกับสั่งซื้อสินค้าได้ทันที
- เครื่องมือการออกออร์เดอร์และสต็อกหลังบ้าน : ช่วยให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการออร์เดอร์ได้อย่างง่ายดาย
- เชื่อมต่อช่องทางการชำระเงิน บัตรเครดิต บัตรเดบิต E-Wallet : ลูกค้าสามารถชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง เพิ่มทางเลือกในการจ่ายเงิน ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
2) สิทธิพิเศษให้ร้านค้า (Benefits)
เช่น LINE Points ที่ 1 Point = 1 บาท
เป็นสิทธิประโยชน์ที่ร้านค้าบน LINE SHOPPING จะได้รับ เพียงแค่สมัครช่องทางการชำระเงินผ่าน Rabbit LINE Pay
หลังจากร้านค้าสมัครแล้วก็สามารถนำ LINE POINTS ไปทำโปรโมชันกับลูกค้าต่อได้
ที่น่าสนใจคือ จากตัวเลขสถิติบอกว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมแคมเปญ LINE POINTS สามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 63% เลยทีเดียว
3) พื้นที่ในการเจอร้านค้าของคุณ (Shop Discovery)
เป็นการสนับสนุนให้ร้านค้า LINE SHOPPING ถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นบน LINE แอปฯ ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้ใช้มากกว่า 53 ล้านคน
จากเครื่องมือทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา นับว่าเป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์นักขายโซเชียลยุคใหม่เอามาก ๆ อีกทั้งใช้งานฟรี และไม่มีการเก็บค่า GP ใด ๆ ทั้งสิ้น
จะเห็นได้ว่าการขายผ่านช่องทาง Social Commerce ช่วยเพิ่มศักยภาพให้ร้านค้าได้มากมายมหาศาล
ยิ่งถ้ามีเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ร้านค้า อย่าง LINE SHOPPING ในการบริหารจัดการหลังบ้าน เพิ่มลูกเล่นในการทำแคมเปญการตลาด หรือมีพื้นที่ที่ช่วยให้ร้านได้เจอลูกค้าหน้าใหม่ ๆ ด้วยแล้ว นับว่าเป็นช่องทางที่น่าสนใจ ไม่น้อยเลยทีเดียว
คุณภิญญดาแชร์ว่า การทำ Social Commerce มีประโยชน์อย่างมากในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน
เพราะเป็นอีกช่องทางที่ช่วยส่งเสริมในการทำการตลาด อย่างการอัดโปรโมชันที่นิยมทำกัน เช่น 8.8 หรือ 9.9 ที่สามารถสร้างลูกเล่นและแคมเปญสนุก ๆ ให้กับลูกค้าได้
อีกทั้ง กลุ่มเป้าหมายในช่องทาง Social Commerce เป็นกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่
ดังนั้น จึงมีความท้าทายมากเป็นพิเศษ เพราะลูกค้าต้องการทั้งผลิตภัณฑ์ ข้อมูลที่ถูกต้อง การบริการที่ดี พร้อม ๆ กับได้รับคำปรึกษาที่ดีในเวลาเดียวกัน
สรุปแล้ว ช่องทาง Social Commerce นอกจากจะช่วยให้เกิดแคมเปญการตลาดใหม่ ๆ แล้ว ยังช่วยให้การปิดการขาย หรือการสื่อสารโดยตรงกับลูกค้าแต่ละรายทำได้ง่ายขึ้น ทำได้ทุกที่ทุกเวลา และมีความยืดหยุ่น
ซึ่งเข้ามาแก้ Pain Point ของการมีหน้าร้านเพียงช่องทางเดียว ที่มีระยะเวลาจำกัดในการเปิด นั่นเอง
คุณภวรร เล่าว่า แต่เดิมช่องการขายของ Verasu เริ่มจากช่องทางออฟไลน์ ก็คือหน้าร้านสาขาแรก อยู่ที่ถนนวิทยุ โดยเปิดมา 45 ปี รวมทั้งหมด 16 สาขา
แต่ที่ปรับกลยุทธ์มาโฟกัสในรูปแบบการขายออนไลน์ ก็เพราะ
ต้องการทำให้ประสบการณ์การชอปปิ้งของลูกค้าไร้รอยต่อให้ได้มากที่สุด
ซึ่งพอเป็นช่องทางออนไลน์ ลูกค้าก็จะได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น เช่น
- สามารถตอบปัญหากับลูกค้าผ่านแช็ตได้ตลอดเวลา
- สามารถนำเสนอข้อมูลฟังก์ชันสินค้าที่มีความซับซ้อน ให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย ผ่าน รูปหรือคลิปสาธิต เป็นต้น
- ช่วยเพิ่มศักยภาพการขาย ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ รวมถึงลูกค้ารายใหม่ ที่อยู่ในช่องทาง Social Commerce มากขึ้น
- ลดข้อจำกัดของการซื้อเครื่องครัว จะชอปผ่านออนไลน์ หรือมาทดลองสินค้าที่หน้าร้านก่อน แล้วกลับไปสั่งซื้อผ่านออนไลน์ ก็ยังทำได้
คุณศุภิสรา มองว่า ช่องทาง LINE SHOPPING มีความสำคัญมาก
เพราะในช่วงโควิด 19 LINE SHOPPING ทำให้พนักงานขายสามารถเข้าถึงลูกค้าในช่องทาง LINE ได้สะดวกขึ้น พร้อมยังช่วยให้ลูกค้าเข้าใจคุณลักษณะพิเศษของสินค้าได้ง่ายมากขึ้นด้วย

ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้​ GQ สนใจใน LINE SHOPPING ก็เพราะว่า

1) โควิด 19 เป็นตัวเร่งที่ทำให้แบรนด์หันมาใช้ช่องทาง LINE SHOPPING เพราะห้างสรรพสินค้าปิด
2) ช่วยเติมเต็มให้ประสบการณ์การชอปปิ้งของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เช่น

- แอดมินสามารถพูดคุย ให้ความรู้ ตอบปัญหาลูกค้า และปิดการขายได้ภายใน 2-5 นาที
- ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ ผ่าน LINE SHOPPING ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่คนมักใช้ LINE กันเป็นประจำอยู่แล้ว
- สามารถคิดแคมเปญสนุก ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย สร้างประสบการณ์การชอปปิ้งที่ดี ผ่านเครื่องมือ LINE SHOPPING

จะเห็นว่าช่องทาง LINE SHOPPING เป็นจิกซอว์ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การชอปปิ้งของลูกค้าให้สะดวกสบาย เพลิดเพลินไม่มีสะดุด มากขึ้นนั่นเอง
คุณบุณย์ญานุชเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่า การทำให้ลูกค้ารัก ก็คือ “การจีบสาว”
สิ่งสำคัญคือแบรนด์ต้องพยายามเข้าไปนั่งในใจของลูกค้า และสื่อสารในสิ่งที่ลูกค้าอยากฟังเท่านั้น เป้าหมายก็เพื่อทำให้เขาตกหลุมรัก และผูกพันกับแบรนด์ให้ได้นานที่สุด หรือที่เรียกว่า “จีบติด” นั่นเอง
แล้วจะทำอย่างไร ให้ลูกค้าหันมาใช้สินค้าและบริการของเรา แบบถาวร ?
ปัญหาที่เจอคือ บางครั้งแบรนด์ก็ติดกับดักกับการหาลูกค้าใหม่ตลอดเวลา ซึ่งต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่ 1 คน (Customer Acquisition Cost) นั้น มากกว่าการรักษาฐานลูกค้าเก่าหลายเท่า
ดังนั้น การเปลี่ยนลูกค้าขาจร ให้กลายเป็นลูกค้าถาวร สามารถทำได้ตาม 5 ขั้นตอน ดังนี้
1) รู้จัก : ทำให้เขารู้จัก ว่าเราคือใคร และเราก็ต้องทำความรู้จักลูกค้า และระบุให้ได้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราคือใคร
2) เข้าใจ : ทั้งเราและเขาต้องเข้าใจนิสัยใจคอของกันและกัน เขาชอบหรือไม่ชอบอะไร มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบไหน
3) ทดลองใช้ : ซึ่งก็ต้องจำแนกก่อนว่า สินค้าของเราเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคต้องคิดเยอะ ก่อนตัดสินใจซื้อ (High Involvement) หรือเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคต้องไม่ต้องคิดเยอะ ก่อนตัดสินใจซื้อ (Low Involvement) และทำให้ลูกค้าเกิดความอยากที่จะทดลองใช้สินค้าให้ได้
4) ใช้/ซื้อซ้ำ : ในข้อนี้จะเน้นที่การให้บริการ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ถ้าเราเอาชนะใจเขาได้ โอกาสที่เขาจะกลับมาซื้อซ้ำก็จะสูงตาม
5) เกิดเป็นพฤติกรรมประจำ : หรือที่เรียกว่า Customer Loyalty ซึ่งเป้าหมายของการทำธุรกิจ ทุกคนหวังให้เกิดข้อนี้
คุณจุฑามาศ ชวนให้ทุกคนคิดไปพร้อม ๆ กัน ว่า
ด้วยจำนวนแพลตฟอร์มร้านค้าที่มากขึ้น จึงนำมาซึ่งประสบการณ์การชอปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (OMNI Channel) ที่ลูกค้าไม่ยึดติดอยู่กับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง
LINE SHOPPING เข้าใจความต้องการของร้านค้าและลูกค้าเป็นอย่างดี จึงออกแบบแพลตฟอร์มออกมาให้มีความยืดหยุ่นรองรับความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า เช่น สามารถชำระเงินเข้าสู่บัญชีของร้านค้าได้โดยตรง หรือร้านค้ามีอิสระในการเลือกบริษัทจัดส่งสินค้า
ยิ่งไปกว่านั้น LINE SHOPPING ยังได้พัฒนาระบบ API เพื่อให้อิสระร้านค้าในการเชื่อมต่อระบบหลังบ้าน พร้อมผนึกกำลังกับพันธมิตร LINE SHOPPING API Partner ซึ่งล้วนเป็นผู้ให้บริการด้านอีคอมเมิร์ซชั้นนำ ที่ครอบคลุมทุกเรื่องของการจัดการหลังบ้าน เช่น
- ระบบจัดการออร์เดอร์หลังบ้าน
- ระบบคลังสินค้า
- แช็ตบอต
- โปรแกรมบัญชี
- ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ
ทำให้ร้านค้าที่ขายผ่านหลายแพลตฟอร์มสามารถจัดการข้อมูลหลังบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หมดปัญหาออร์เดอร์ตกหล่น อัปเดตสต็อกสินค้าไม่ทัน หรือ ปรับราคาสินค้าไม่ครบ
จากงานนี้จะเห็นภาพชัดขึ้นว่า LINE SHOPPING ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ร้านค้าควรมี ด้วยเครื่องมือและระบบที่ครบครันปลดล็อกทุกข้อจำกัดทางการขาย และสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำซึ่งมีคุณค่าต่อการทำธุรกิจในระยะยาว และนำมาสู่ยอดขายที่เติบโตแบบก้าวกระโดด
จากทั้งหมด อาจสรุปได้ด้วยวลีที่ว่า “Social Commerce IS A MUST”
เพราะเป็นเครื่องมือและระบบที่ครบครัน ปลดล็อกทุกข้อจำกัดทางการขาย และที่สำคัญคือ เป็นช่องทางที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า มัดใจลูกค้าได้ในระยะยาว ในแบบที่แพลตฟอร์มอื่นสู้ไม่ได้
​​สนใจเปิดร้านค้าบน LINE SHOPPING คลิกเลย https://lin.ee/pdZTikL
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.