O&B แบรนด์รองเท้า ยอดขายร้อยล้าน ที่เริ่มต้นจากร้านค้าออนไลน์
Fashion
Business

O&B แบรนด์รองเท้า ยอดขายร้อยล้าน ที่เริ่มต้นจากร้านค้าออนไลน์

11 ก.ย. 2020
O&B แบรนด์รองเท้า ยอดขายร้อยล้าน ที่เริ่มต้นจากร้านค้าออนไลน์ /โดย ลงทุนเกิร์ล
O&B น่าจะเป็นชื่อแบรนด์รองเท้าที่สาวๆ หลายคนคุ้นหู
รู้หรือไม่ว่า แบรนด์นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นร้านค้าออนไลน์
และเติบโต จนสามารถทำยอดขายมากกว่า 100 ล้านบาท
แต่กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างในทุกวันนี้
เส้นทางของแบรนด์ O&B เป็นอย่างไร?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง..
O&B เป็นแบรนด์รองเท้า และกระเป๋าหนัง
เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 โดยคุณรรินทร์ ทองมา
ในช่วงแรกที่เริ่มต้นธุรกิจนี้ คุณรรินทร์ ใช้เงินลงทุนเพียง 9 หมื่นบาท
เริ่มต้นจากการเป็นร้านค้าออนไลน์ ผ่านทางเฟซบุ๊ก
แต่ร้านรองเท้าออนไลน์ ก็มีความท้าทายสำคัญ คือ
รองเท้าเป็นสินค้าที่ต้องลอง เพื่อให้พอดีกับเท้าของลูกค้าจริงๆ
ทำให้ลูกค้าหลายคนมักจะไม่กล้าซื้อรองเท้าผ่านทางออนไลน์ เพราะกลัวว่าจะใส่ไม่สบาย
ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาของ O&B ก็คือ
ลูกค้าสามารถเปลี่ยนไซซ์รองเท้าได้ภายใน 7 วัน
ดังนั้น ลูกค้าจึงไม่ต้องกังวลว่า สั่งรองเท้ามาแล้วจะใส่ไม่ได้
โดยหลังจากก่อตั้ง O&B มาแล้วกว่า 8 ปี
ดูเหมือนว่าแบรนด์รองเท้า และกระเป๋าหนังนี้ จะเติบโตไปได้ด้วยดี
รายได้ของบริษัท คริสติน่าเกรย์กรุป จำกัด เจ้าของแบรนด์ O&B
ปี 2557 รายได้ 5.1 แสนบาท
ปี 2558 รายได้ 34.5 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 145.5 ล้านบาท
ปี 2560 รายได้ 116.2 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 144.9 ล้านบาท
โดยถ้าดูจากผลประกอบการของบริษัท ก็จะเห็นว่าแบรนด์ O&B ใช้เวลาแค่ 2 ปี 
จากรายได้เพียง 5 แสน ก็เติบโตแตะระดับร้อยล้านได้อย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ถ้าดูจากรายได้ 5 ปีที่ผ่านมานี้
บริษัทจะมีรายได้เติบโตเฉลี่ยมากถึงปีละ 310.73% เลยทีเดียว
แล้ว O&B ใช้กลยุทธ์อะไรในการบริหารธุรกิจ?
จุดเด่นของ O&B ที่ทำให้ใครหลายคนจดจำแบรนด์นี้ได้ก็คือ
รองเท้ากว่า 50 เฉดสี ที่ถูกวางเรียงกันเป็นวงกลม
ซึ่งสาเหตุที่แบรนด์ O&B ตัดสินใจผลิตสินค้าออกมาหลายๆ สีแบบนี้ ก็เป็นเพราะ 
การเพิ่มเฉดสีที่ใกล้เคียงกัน จะยิ่งเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้าได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ถ้าเราสังเกตรองเท้าและกระเป๋าแต่ละรุ่นของ O&B จะเห็นว่า
ส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้ดูเรียบๆ แต่มีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย
ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความตั้งใจของคุณรรินทร์ 
ที่ต้องการให้สินค้าดูเรียบง่าย สามารถใส่ได้หลายโอกาส และไม่ตกยุค
แต่เปลี่ยนมาเน้นที่สีสัน ให้ตรงกับความชอบของแต่ละคนแทน
ในขณะเดียวกัน คุณรรินทร์ ยังเห็นว่า
เรื่องสำคัญที่ทำให้คนยอมจ่ายเงินซื้อสินค้า
ก็เป็นเพราะลูกค้าเห็นคุณค่าในสินค้านั้น
ดังนั้นคุณรรินทร์ จึงให้ความสำคัญกับการสร้าง “คุณค่า” ของแบรนด์ O&B
โดย O&B พยายามสื่อสารกับลูกค้าว่า
สินค้าของ O&B เป็นสินค้าดี มีคุณภาพ 
ผลิตจากหนังแกะ นิ่ม ใส่สบาย และดูดีทันสมัย
นอกจากนี้ เรายังมักจะเห็นเซเลบริตีชื่อดัง 
ทั้งในไทยและต่างประเทศใช้สินค้าจาก O&B อยู่บ่อยครั้ง 
อย่างเช่น Aimee Song, Lindsay Lohan, Nicky Hilton, อั้ม พัชราภา, พลอย เฌอมาลย์ หรือใหม่ ดาวิกา
ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ ที่ O&B พยายามสร้างคุณค่าให้ลูกค้า
รู้สึกเหมือนได้ใส่รองเท้าแบบเดียวกับเหล่าเซเลบริตี
ดังนั้นแม้ว่าจะมีคนทำสินค้าออกมาเลียนแบบ O&B มากเท่าไร หรือขายในราคาที่ต่ำกว่า
ก็ยังมีลูกค้าหลายคน ที่จะซื้อสินค้าของ O&B อยู่ดี
เพราะเรื่องของคุณค่า มันเลียนแบบกันไม่ได้
อีกกลยุทธ์ที่สำคัญของ O&B ก็คือ 
สร้างเชื่อมระหว่างออนไลน์ และออฟไลน์ ให้ช่วยเสริมกัน
แม้ว่า O&B จะเติบโตมาจากช่องทางออนไลน์
แต่ O&B ก็ไม่ได้ละเลยความสำคัญของช่องทางออฟไลน์
เรื่องนี้ทำให้ O&B ตัดสินใจเปิดหน้าร้าน ถึง 6 สาขา
เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทางออนไลน์ ที่อยากเห็นของจริง
ในขณะเดียวกันการพัฒนาช่องทางออนไลน์ 
ก็จะช่วยให้ลูกค้าจากหน้าร้าน ที่เคยมาลองสินค้าแล้วสนใจ
แต่สินค้าหมด หรือต้องการเวลาตัดสินใจ
ก็สามารถไปสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องกลับมาที่ร้านอีกครั้ง
พออ่านมาจนถึงตรงนี้ เราอาจคิดว่าชีวิตของคุณรรินทร์โชคดีที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้
แต่กว่าจะมีแบรนด์ O&B ในวันนี้ คุณรรินทร์ก็เคยล้มเหลวมาก่อน
โดยธุรกิจแรกที่คุณรรินทร์เริ่มทำคือ ธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก แต่สุดท้ายก็ต้องปิดกิจการไป 
เพราะตอนนั้นเธอยังขาดประสบการณ์ ทำให้มีปัญหากับช่างตัดเย็บ 
เรื่องของคุณรรินทร์ น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี 
สำหรับการไม่ยอมแพ้กับความล้มเหลว เรียนรู้ และยอมรับจากความผิดพลาด 
สุดท้ายแล้ว เราก็อาจจะประสบความสำเร็จเหมือนอย่างคุณรรินทร์ได้เช่นกัน
เรื่องราวของคุณรรินทร์ และ O&B 
ก็อาจเปรียบได้กับซินเดอเรลล่า ที่ชีวิตพลิกผันจาก “รองเท้าแก้ว”
แต่แตกต่างกันตรงที่ คุณรรินทร์ เป็นคนสร้างทุกอย่างขึ้นมากับมือ 
โดยไม่ได้อาศัยความช่วยเหลือ จากนางฟ้าหรือเจ้าชายคนใด..
Tag:O&B
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.