ทำไมกำไรสุทธิ ถึงนำกำไรทั้งบริษัทในกลุ่ม มารวมกันไม่ได้
Business

ทำไมกำไรสุทธิ ถึงนำกำไรทั้งบริษัทในกลุ่ม มารวมกันไม่ได้

25 พ.ย. 2022
[Advertorial]
เวลานักลงทุนจะตัดสินใจซื้อหุ้นตัวใด หนึ่งสิ่งที่นักลงทุนหลาย ๆ คนให้ความสำคัญ ก็คือ “งบการเงิน”
ซึ่งงบการเงิน หมายถึง รายงานฐานะทางการเงิน หรือผลประกอบการทางการเงิน ของบริษัทในรอบระยะเวลาหนึ่ง อาจจะเป็นรอบ 3 เดือน, 6 เดือน หรือ 1 ปี
เพื่อให้ผู้ถือหุ้นหรือผู้ลงทุน ได้ทราบถึงผลการดำเนินงานของบริษัท และนำมาวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตในอนาคต ประกอบการตัดสินใจลงทุน ดังนั้น งบการเงินจึงมีผลอย่างมากต่อราคาหลักทรัพย์
แต่หลายครั้งเราจะพบว่า มีการนำเสนองบการเงินอย่าง งบกำไร-ขาดทุน ด้วยตัวเลขที่สูงเกินจริงไปมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ
เหตุการณ์นี้น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
โดยทั่วไป งบกำไร-ขาดทุน จะเริ่มจาก “รายได้”
หากยกตัวอย่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ “PTT”
หนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประกอบธุรกิจด้านพลังงานและปิโตรเคมีอย่างครบวงจร
ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีการส่งต่อข้อความในโลกออนไลน์ว่า
“กลุ่ม ปตท. ได้รับกำไรของปี 2564 จำนวน 4.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 253% จากปี 2563”
แต่ถ้ามาตรวจสอบจริง ๆ แล้ว ปี 2564 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 2,287,758 ล้านบาท
มาต่อกันที่ “กำไรสุทธิ”
ซึ่งการคำนวณกำไรสุทธิ เกิดจากการนำรายได้ มาลบ ต้นทุนขาย, ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร, ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย รวมถึงภาษี
หรือพูดง่าย ๆ ว่า กำไรสุทธิ จะมาจาก รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย
และถ้าตัวเลขกำไรสุทธิมีค่าติดลบ ก็แปลว่ากิจการของบริษัทนั้นขาดทุน นั่นเอง
สำหรับ ปี 2564 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 108,363 ล้านบาท
โดยตัวเลขข้างต้น ประกอบด้วยผลการดำเนินธุรกิจที่รวมจาก ปตท. เอง และบริษัทในกลุ่ม ปตท. ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วม
แล้วตัวเลขกำไร 4.13 ล้านล้านบาท ตามที่มีการส่งต่อกันในโลกออนไลน์ มาจากไหน ?
หากลองพิจารณาจากข้อมูลงบการเงิน จะพบว่า 4.13 ล้านล้านบาท คือ รายได้รวม ในปี 2564 ของทั้ง 7 บริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ประกอบด้วย
- บมจ.ปตท. หรือ “PTT”
- บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ “PTTGC”
- บมจ.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ “PTTEP”
- บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ “OR”
- บมจ.ไออาร์พีซี หรือ “IRPC”
- บมจ.ไทยออยล์ หรือ “TOP”
- บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ หรือ “GPSC”
ซึ่งบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ก็มีสัดส่วนการถือหุ้นในแต่ละบริษัทในกลุ่ม ปตท. แตกต่างกันออกไป เช่น
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 PTT ถือหุ้น 75% ใน OR และถือหุ้น 48.05% ใน IRPC
มาถึงตรงนี้ เราก็คงสรุปได้ไม่ยากว่า รายได้ 4.13 ล้านล้านบาท ไม่ใช่กำไรของกลุ่ม ปตท. ในปี 2564
และการรวมสัดส่วนกำไรของทั้ง 7 บริษัทในกลุ่ม ปตท. ยังขึ้นอยู่กับสัดส่วนการถือหุ้นของ ปตท. ในแต่ละบริษัทอีกด้วย
ดังนั้น การนำตัวเลขรายได้ของทุกบริษัทมารวมกัน
แล้วบอกว่าเป็นกำไรของทั้งกลุ่ม ปตท. ในปี 2564 นั้น
จึงถือว่าเป็นการคำนวณที่ผิดหลักการบันทึกของบัญชี
ที่สำคัญ ยังทำให้นักลงทุนเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน อีกด้วย..
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.