“Pep+” การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครบวงจรของ PepsiCo สู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรม
Business

“Pep+” การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครบวงจรของ PepsiCo สู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรม

30 พ.ย. 2022
PepsiCo x ลงทุนเกิร์ล
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ราคา” อาจไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือกซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว
เนื่องจากผู้คนนิยมหันมาบริโภคสินค้า จากบริษัทที่ยึดถือหลักความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจกันมากขึ้น
เรื่องนี้ ส่งผลให้หลายบริษัท ต่างหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น
รวมถึงมีความมุ่งมั่น ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
“PepsiCo” ก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้เช่นกัน
จึงได้เดินหน้าโครงการ Pep+ (PepsiCo Positive) เปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครบวงจรอย่างยั่งยืน
PepsiCo Positive คืออะไร ?
ทำไมถึงเป็นจิกซอว์สำคัญ ที่ PepsiCo มองว่าจะเข้ามาสร้างการเติบโตให้บริษัท ?
ผู้ที่เฉลยคำตอบนี้ได้ดีที่สุด คือ คุณ Monica Bauer ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็น Vice President of Corporate Affairs ของ PepsiCo
ล่าสุดเธอได้เดินทางมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก และได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับทางทีมลงทุนเกิร์ล
โดยเธอได้ฉายภาพให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ใหม่ของ “PepsiCo” และแบ่งปันมุมมองต่อการเป็นผู้บริหารหญิงเก่งในองค์กรระดับโลกไว้อย่างน่าสนใจ
คุณ Bauer กล่าวว่า PepsiCo, Inc. หรือ “PepsiCo” คือ บริษัทอาหารและเครื่องดื่ม อายุ 124 ปี
และดำเนินกิจการในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก
โดย PepsiCo เป็นที่รู้จักในนามเจ้าของผลิตภัณฑ์ชื่อดัง ที่หลายคนคุ้นเคย
ไม่ว่าจะเป็น Pepsi, Lay’s, 7UP, Lipton, Gatorade, Cheetos, Quaker หรือ Aquafina ฯลฯ
ที่ผ่านมา หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ ที่ทำให้ PepsiCo ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอันดับต้น ๆ ของโลก และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ก็คือ การวางตัวเป็น “Local Player”
“ถึงแม้เราจะเป็นแบรนด์ระดับโลก แต่เวลาเข้าไปทำตลาดในประเทศต่าง ๆ เรามองว่าเราเป็น Local Player หรือ Local Company เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการทำงานร่วมกับคนในประเทศนั้น ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการจ้างพนักงานที่เป็นคนในประเทศนั้น ๆ
การใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรในประเทศนั้น ๆ เพื่อให้พนักงานทุกคน รวมถึงเหล่าผู้ผลิต รู้สึก “เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร”
สำหรับในประเทศไทย PepsiCo มีการจ้างงานคนไทย กว่า 10,000 คน
และมีการทำงานร่วมกับเกษตรกรไทยกว่า 4,000 คนทั่วประเทศเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม การเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก ก็อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่บางกระบวนการ อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
แต่อย่างน้อย PepsiCo ก็ไม่ได้ละเลยที่จะหาทางแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น ด้วยการวางกลยุทธ์ที่สามารถสร้างความเติบโตทางธุรกิจ ในรูปแบบที่มีความยั่งยืนมากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ลูกค้ามีทางเลือกที่ดีกว่า ให้กับตนเองและโลก
นี่จึงเป็นที่มาของ​การประกาศวิสัยทัศน์ที่สำคัญ อย่าง “PepsiCo Positive” หรือยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครบวงจร
ที่มีการนำเรื่องของความยั่งยืน เข้าไปอยู่ในยุทธศาสตร์ของธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจยั่งยืนขึ้น​
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น คุณ Bauer ค่อย ๆ ฉายภาพให้เห็นความน่าสนใจของโครงการ “PepsiCo Positive” ซึ่งจะผลักดัน 3 โครงสร้างหลัก ให้สำเร็จภายในปี 2573 ดังนี้
1. การเกษตรเชิงบวก (Positive Agriculture)
ที่ผ่านมา “PepsiCo” มีการทำงานร่วมกับเกษตรกรในทุกส่วน ภายใต้ระบบพันธสัญญา
เพื่อยกระดับสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น
รวมถึงการจัดหาพืชผล และวัตถุดิบหลักที่ยั่งยืนมาใช้มากขึ้น เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมของบริษัททั้งหมด
นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งปันเทคนิค และความรู้ด้านเทคโนโลยี ตลอดจนนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับเกษตรกร
เช่น การจัดการน้ำ หรือการสร้างผลผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับดิน น้ำ และการปล่อยสารเคมี
ที่น่าสนใจก็คือ PepsiCo มีการสร้าง “Demo farm” หรือฟาร์มในฝัน
ที่รวมเอาเทคโนโลยีชั้นนำมาไว้ในฟาร์ม เช่น ระบบโดรน ระบบน้ำหยด หรือการใช้ปุ๋ยที่ดีที่สุด
เพื่อให้เกษตรกรเห็นว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ จะพัฒนาผลผลิตได้อย่างไร และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกร ในการสร้างผลผลิตที่ดีขึ้น
เรียกได้ว่า นอกจากจะเป็นการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรแล้ว ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร รวมถึงส่งผลต่อเม็ดเงินในธุรกิจอีกด้วย
2. ห่วงโซ่คุณค่าเชิงบวก (Positive Value Chain)
คุณ Bauer กล่าวว่า PepsiCo ได้วางเป้าหมายในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ ไว้ชัดเจน ดังนี้
- เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero emissions) ภายในปี 2583
โดยในปี 2564 PepsiCo ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปแล้วกว่า 25%
- เป้าหมายการใช้น้ำสุทธิเป็นบวก (Net Water Positive) หรือการนำน้ำไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และไม่มีเหลือทิ้ง ภายในปี 2573
โดยตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน PepsiCo มีการลดการใช้น้ำไปแล้วกว่า 18%
นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายในการใช้บรรจุภัณฑ์ เพื่อความยั่งยืน รวมถึงการลดการใช้พลาสติกใหม่ และเปลี่ยนมาใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์พลาสติกมากขึ้นอีกด้วย
3. ทางเลือกเชิงบวก (Positive Choices)
PepsiCo มีความตั้งใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพมากขึ้น ด้วยการลดองค์ประกอบบางอย่าง ที่ไม่จำเป็นต่อสุขภาพ เช่น ไขมัน โซเดียม และน้ำตาล แต่เพิ่มสารอาหารต่าง ๆ เข้าไปแทน
เช่น 7UP Free Plus Fiber เครื่องดื่มอัดลม ที่ปราศจากน้ำตาล ที่มีการเพิ่มไฟเบอร์ลงไป
ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ
รวมถึงการขยายการวางตำแหน่งในตลาด สำหรับผลิตภัณฑ์จำพวกถั่ว และเมล็ดพืชมากขึ้น เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น
มาถึงตรงนี้ คงพอเห็นภาพแล้วว่า​ PepsiCo มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อสิ่งดี ๆ อยู่เสมอ
สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ว่า “Bring joy and smile to everyone” หรือการนำความสุข และโมเมนต์ที่สร้างรอยยิ้มไปสู่ทุกคน ตั้งแต่เกษตรกร พนักงานในบริษัท ไปจนถึงผู้บริโภค
ที่น่าสนใจและน่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมหาศาล คือ แนวคิด “PepsiCo Positive” จะนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ภายใต้ 23 แบรนด์ของบริษัท
นอกจาก PepsiCo จะให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมแล้ว
คุณ Bauer ยังบอกด้วยว่า PepsiCo ยังให้ความสำคัญเรื่องความเท่าเทียมในองค์กร
ถึงขั้นมีการกำหนดเป้าหมายว่า ภายในปี 2568 พนักงานของ PepsiCo ในระดับผู้จัดการขึ้นไป จะต้องมีสัดส่วนของผู้หญิงและผู้ชาย อยู่ที่ 50/50
ทั้งหมดนี้ เพราะ PepsiCo เชื่อในความแตกต่าง และความหลากหลาย
เพราะเชื่อว่า ความหลากหลายจะนำมาซึ่งนวัตกรรม และนวัตกรรมจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีกว่า
ที่น่าสนใจก็คือ คุณ Bauer ซึ่งทำงานกับ PepsiCo มา 17 ปี และมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมในองค์กร
โดยเธอเป็นหนึ่งในผู้เขียนหนังสือเรื่อง “A Woman’s Guide to Power, Presence and Protection: 12 Rules for Gaining the Credit, Respect and Recognition You Deserve”
โดยหนังสือเล่มนี้ คุณ Bauer ได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ทำงานจริง
ตอนที่เธอยังเป็นอยู่ในระดับพนักงาน และมักจะเจอกับปัญหาเกี่ยวกับความเป็นผู้นำ และกรอบของวัฒนธรรมที่ ไม่ได้สนับสนุนให้ผู้หญิงแสดงความคิดเห็นใด ๆ
ซึ่งเนื้อหาในหนังสือ คุณ Bauer ได้แชร์มุมมองในการการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิง
ทั้งการสร้างความมั่นใจ การสร้างความเชื่อที่ถูกต้องในสังคมการทำงาน และการเห็นคุณค่าในตัวเอง
“ฉันเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง และทุกครั้งที่มีโอกาส ฉันก็จะพยายามส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิงเหล่านั้นอยู่เสมอ”
มาถึงตรงนี้ คงเห็นภาพแล้วว่า สิ่งที่ทำให้ PepsiCo เป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับโลก
ที่ยังยืนหยัดในสมรภูมิธุรกิจที่ไม่ต่างจาก Red Ocean ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด คือ วิสัยทัศน์และเป้าหมายของ PepsiCo ที่ไม่ได้มองแค่ตัวเลขหรือผลกำไร
แต่มีเป้าหมายใหญ่ คือ การสร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อส่งมอบความสุขไปสู่ทุก ๆ คนบนโลกใบนี้อย่างแท้จริง..
จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไม PepsiCo ถึงกลายเป็นบริษัทอันดับต้น ๆ ของโลกมากว่า 100 ปี
Reference
-สัมภาษณ์โดยตรง คุณ Monica Bauer Vice President of Corporate Affairs ของ PepsiCo
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.