เข้าใจวิกฤติทางเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นจริง ผ่านซีรีส์ Finding The Rainbow สุดท้าย.. ที่ปลายรุ้ง
Entertainment

เข้าใจวิกฤติทางเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นจริง ผ่านซีรีส์ Finding The Rainbow สุดท้าย.. ที่ปลายรุ้ง

11 ธ.ค. 2022
VIU x ลงทุนเกิร์ล
“Finding The Rainbow สุดท้าย.. ที่ปลายรุ้ง”
ซีรีส์ใหม่ที่ทาง VIU Original Thailand ทุ่มทุนสร้าง ให้เป็นฟิล์มซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่สุดแห่งปี
โดยวางแผนฉายกว่า 18 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก
ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เปิดตัวซีรีส์
ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงนำ อย่าง นิชคุณ หรเวชกุล, ออม สุชาร์ และก็อต อิทธิพัทธ์
หรือจะเป็นโปรดักชันส์สวย ๆ ที่ไปถ่ายทำไกลถึงสหรัฐอเมริกา
แต่รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ ยังเป็นเรื่องราวรักโรแมนติก ที่เล่าเรื่องโดยมีวิกฤติเศรษฐกิจ และประวัติศาสตร์สำคัญทั้งของไทยและของโลก มาช่วยเพิ่มความน่าสนใจ และชวนให้น่าติดตาม
ครอบคลุมเรื่องการเมือง, การเงิน และเศรษฐกิจโลก ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ชมทุกประเทศ ให้เข้าถึงซีรีส์ได้
แล้วเราสามารถเรียนรู้อะไรจากซีรีส์เรื่องนี้ได้บ้าง ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Finding The Rainbow สุดท้าย.. ที่ปลายรุ้ง คือ เรื่องราวความรักที่ต้องแย่งชิง ผ่านเกมธุรกิจ
ระหว่างเฟิร์น (ออม สุชาร์) กับชายหนุ่ม 2 คน ได้แก่ วิลสัน (นิชคุณ) และนนท์ (ก็อต อิทธิพัทธ์)
รวมถึงอุปสรรคอีกมากมายที่ต้องฝ่าฟัน ทำให้ชีวิตของพวกเขาแปรผัน ไม่ต่างจากดัชนีบนกระดานหุ้น
โดยสิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้สอดแทรกอย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือ “เหตุการณ์สำคัญระดับโลก”
ทั้งวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และประวัติศาสตร์สำคัญของไทยและของโลก ในช่วงเวลากว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็น “วิกฤติต้มยำกุ้ง” เมื่อปี 2540
หากใครเกิดทันยังจำได้ หรือเคยได้ยินมาบ้างว่า วิกฤตินี้เปรียบเหมือนคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับการลอยตัวค่าเงินบาท ส่งผลให้หลายบริษัทต้องประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง และหนี้สินที่เพิ่มขึ้นในชั่วข้ามคืน
ธุรกิจจำนวนมากต้องเลิกกิจการ ขณะที่อีกหลายรายก็ต้องขายกิจการให้กับเจ้าใหญ่ จนทำให้คนตกงานกันไปทั่วหน้า
หลายครอบครัวต้องแบกรับภาระหนัก บางคนต้องออกจากโรงเรียนกะทันหัน บ้านถูกยึดเพื่อขายทอดตลาด
ซึ่งในซีรีส์ วิกฤตินี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ที่ทำให้นางเอกอย่างเฟิร์น ต้องแยกจากนนท์ เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นิวยอร์ก จนได้พบกับวิลสัน
หรือจะเป็น “วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์” ในปี 2550
โดยเป็นวิกฤติสินเชื่อ ที่มีสาเหตุหลักมาจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา
ซึ่งทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาชะลอตัว และกระทบไปทั่วทั้งโลก
อย่างในบ้านเรา ก็ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบจากไทยที่นำไปผลิตและส่งออกยังสหรัฐอเมริกาลดลงไปด้วย
ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่กระทบตัวละครหลัก อย่างวิลสันและนนท์ จนแทบจะล้มละลายไม่ต่างกัน
ไปจนถึง “เหตุการณ์ 9/11”
มหันตภัยก่อการร้ายช็อกโลก โจมตีแบบพลีชีพทางอากาศ โดยมีเครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
ทั้งนี้ เหตุการณ์ 9/11 ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาอย่างมหาศาล
โดย GDP ของนิวยอร์ก ลดลงกว่า 900,900 ล้านบาท ภายใน 3 เดือนหลังเกิดเหตุการณ์
ที่สำคัญกว่านั้น เหตุการณ์นี้ยังพรากชีวิตผู้คนไปเกือบ 3,000 คน ยังไม่รวมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 6,000 คน
ซึ่งเหตุการณ์ร้ายแรงนี้ ก็ทำให้ตัวละครหลักในซีรีส์คนหนึ่ง กลายเป็นบุคคลสูญหายไปเลยทีเดียว
นอกจากเรื่องราวความรักของตัวละครหลักทั้ง 3 คน ให้เราได้ตามลุ้นแล้ว
ยังมีเรื่องราวมิตรภาพของกลุ่มเพื่อนอย่าง วิน (สิงโต ปราชญา), กล้วย (อุล ภาคภูมิ) และนัท (ฝน นลินทิพย์) ที่เข้ามาเติมสีสัน แฝงมุมมองต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจไม่แพ้กัน
อ่านมาถึงตรงนี้ ต้องบอกว่าทั้งหมดที่เล่ามายังเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของซีรีส์เรื่อง “Finding The Rainbow สุดท้าย.. ที่ปลายรุ้ง” เท่านั้น
ลองมารับชมผ่านสายตาคุณเองได้ที่ >> https://bit.ly/3XIlyDg
รับรองว่าทุก ๆ ตอน จะทำให้ทุกคนได้เข้าใจเหตุการณ์สำคัญ
ในฉบับที่เต็มอิ่มไปกับความบันเทิงแบบครบรส แน่นอนค่ะ..
Tag:VIU
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.