สรุปกลยุทธ์ Medyceles บริษัทที่อยู่เบื้องหลังความสวยของผู้หญิงใช้พลิกวิกฤติ ดันยอดขายแตะ 1,000 ล้าน​บาท
Business

สรุปกลยุทธ์ Medyceles บริษัทที่อยู่เบื้องหลังความสวยของผู้หญิงใช้พลิกวิกฤติ ดันยอดขายแตะ 1,000 ล้าน​บาท

13 พ.ค. 2024
ในยุคที่ทุกอย่างรอบตัวเรา สามารถสั่งได้ดั่งใจ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องความสวย
ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากสวยชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า
จึงไม่แปลกที่อุตสาหกรรมความงามบ้านเรา จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด
และกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจทะเลเลือด ที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด
แต่รู้หรือไม่ว่า ท่ามกลางทะเลเลือดนี้ กลับมีบริษัทสัญชาติไทย ที่สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด
แม้จะเคยผ่านวิกฤติใหญ่ ถึงขั้นถูกระงับการจำหน่ายสินค้าหลักเป็นเวลา 3 ปี
ยอดขายตกลงกว่า 80% และจำเป็นต้องปลดพนักงานบางส่วน
บริษัทที่ว่า คือ เมดิเซเลส (Medyceles)
ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ ที่ใช้สำหรับเสริมความงามที่กำลังได้รับความนิยม ให้กับคลินิกเสริมความงามในไทย
โดยมีฮีโรโปรดักต์ ที่เชื่อว่าสาว ๆ ที่สนใจเรื่องความสวยความงามรู้จักเป็นอย่างดี
ที่มีคุณซน เย จิน นักแสดงคุณแม่ยังสาว และภรรยาคนสวยของ “ฮยอนบิน” นั่งแท่นเป็นพรีเซนเตอร์
เมดิเซเลส ทำอย่างไร ถึงสามารถพลิกวิกฤติมาสร้างโอกาสได้
แถมปีนี้ยังตั้งเป้าว่า จะทำยอดขายแตะ 1,000 ล้านบาท
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง

หากเอ่ยชื่อ เมดิเซเลส หลายคนอาจไม่คุ้นหู เพราะ เมดิเซเลสไม่ได้เป็นเจ้าของคลินิกความงาม
แต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสวยของผู้หญิง
ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ผ่านคลินิกความงามที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
จึงเป็นชื่อที่คุ้นหูในวงการแพทย์ความงาม

โดยเมดิเซเลสก่อตั้งเมื่อปี 2017 เป็นบริษัทร่วมทุนข้ามชาติระหว่างบริษัท เซเลส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เมดิท็อกซ์ คอปเปอเรชั่น (มหาชน) จากเกาหลีใต้
ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาและเวชภัณฑ์ความงามอันดับต้น ๆ ในเกาหลีใต้ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (KASDAQ) อีกด้วย
แม้เส้นทางธุรกิจของเมดิเซเลส ดูเหมือนจะราบรื่น
แต่ก็มีอันต้องสะดุด เมื่อจู่ ๆ ต้องพบกับวิกฤติใหญ่ในปี 2020
เมื่อบริษัทคู่แข่ง โจมตีคุณภาพสินค้าหลัก พร้อมรายงานไปที่องค์การอาหารและยาของเกาหลีใต้
ส่งผลให้เมดิเซเลส ถูกระงับการจำหน่ายสินค้าหลักเป็นเวลา 2 ปี
ทำให้ยอดขายตกลงกว่า 80% และจำเป็นต้องปลดพนักงานบางส่วน
ในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนั้น ถ้ารากฐานของธุรกิจไม่แข็งแรง ก็อาจจะทำให้ธุรกิจล้ม
หรือผู้บริหารและทีมงานขาดกลยุทธ์ หรือถอดใจ ก็อาจจะทำให้ธุรกิจพลิกฟื้นลำบาก
แต่โชคดีที่ ทั้งผู้บริหารและทีมงานของเมดิเซเลส ไม่เคย “ยอมแพ้” หรือ “ถอดใจ”
มีแต่คำว่า “สู้ ด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้า ธุรกิจที่ถูกซัดจนเซ จึงยังไปต่อได้
สิ่งที่ผู้บริหารและทีมงานของเมดิเซเลสทำ ในเวลานั้น คือ กลับมาวางกลยุทธ์ใหม่ เพื่อแก้วิกฤติตรงหน้า
จนได้ชื่อว่าเป็นแมวเก้าชีวิตในวงการความงาม
ลองมาดูว่า เมดิเซเลส ใช้กลยุทธ์อะไรบ้าง เพื่อฝ่าวิกฤติ
1. ซื่อสัตย์กับลูกค้า
ในช่วงวิกฤติของบริษัท แทนที่จะละทิ้งลูกค้าเพื่อเอาตัวรอด
เมดิเซเลสกลับยินดีจ่ายเงินคืนให้ลูกค้ากว่า 700 ราย เป็นเงินกว่า 110 ล้านบาท
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า รวมถึงการันตีคุณภาพสินค้าของบริษัท
ที่มีคุณภาพสูงและมีงานวิจัยรองรับที่ใช้แล้วมีความปลอดภัยสูง
2. สร้างจุดขาย ด้วยการทำการตลาดผ่านผู้เชี่ยวชาญ
เพราะรู้ดีว่า คุณภาพและความปลอดภัย คือ สิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญสูงสุด
ดังนั้น เพื่อทำให้ลูกค้าอุ่นใจและมั่นใจในสินค้าทุกตัวของบริษัท
เมดิเซเลส จึงเลือกทำการตลาด โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญเป็นกระบอกเสียงให้กับแบรนด์
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า กล้าเปิดใจ มาลองใช้สินค้าของเมดิเซเลส
3. ทำการตลาดเชิงรุกเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะวัยทำงานและคนรุ่นใหม่
แทนที่จะยึดติดกับการทำการตลาดแบบเดิม ๆ ที่เน้นการชูโปรโมชัน
เมดิเซเลส เลือกดังอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ ที่นิยมการตลาดแบบตรงจุด เข้าใจง่าย และเป็นกระแส
ด้วยการเป็นบริษัทความงามแรก ๆ ที่ไปจับมือกับแบรนด์ดังต่าง ๆ เพื่อสร้างภาพจำที่สะท้อนถึงความเป็นแบรนด์ของคนรุ่นใหม่
ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมแบรนด์ Guss Damn Good รวมถึงการโฆษณาสินค้าผ่านรถไฟฟ้า เป็นต้น
4. ใช้การตลาดออนไลน์เป็นเครื่องมือในการนำเสนอสินค้า
ในยุคที่โลกทั้งใบถูกย่อไว้อยู่แค่ปลายนิ้ว
ดังนั้น เมดิเซเลส จึงทลายกำแพงในการเชื่อมต่อกับพาร์ตเนอร์ของแบรนด์
ด้วยการจัดสัมมนาออนไลน์ให้แพทย์สามารถเข้ามาฟังได้ในช่วงโรคระบาด
รวมไปถึงการจัดอบรมทางการตลาด เพื่อให้เจ้าของคลินิกความงามได้มาอัปเดตเทรนด์ความรู้
5. เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหาร
เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของคนรุ่นใหม่ เมดิเซเลสจึงเปิดโอกาสให้ทีมงานที่เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างการเติบโตให้กับบริษัท
โดยพร้อมเปิดรับไอเดียใหม่ ๆ ที่เข้ากับยุคสมัย รวมถึงยอมรับความหลากหลายในเจเนอเรชัน และความหลากหลายทางเพศ จนทำให้พนักงานส่วนมากของเมดิเซเลสอายุต่ำกว่า 30 ปี
หลายคนอาจจะสงสัยว่า หลังจากจัดเต็มทั้ง 5 กลยุทธ์แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาเป็นอย่างไร ?
ต้องบอกว่า เมดิเซเลสมาถูกทาง
พิสูจน์ได้จากผลประกอบของบริษัท เมดิเซเลส จำกัด ที่เติบโตทั้งรายได้และผลกำไร 3 ปีต่อเนื่อง
ปี 2021 รายได้ 224 ล้านบาท กำไร 44 ล้านบาท
ปี 2022 รายได้ 409 ล้านบาท กำไร 79 ล้านบาท
ปี 2023 รายได้ 655 ล้านบาท กำไร 133 ล้านบาท
งานนี้ ต้องบอกว่า นอกจากกลยุทธ์ที่มาถูกทาง อีกหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ในปี 2023 ยอดขายกลับมาเติบโตถึง 60%
เพราะสินค้าหลักที่ถูกโจมตีจากคู่แข่งทางการค้า ได้รับการตรวจสอบ และไม่พบปัญหาด้านคุณภาพแต่อย่างใด
เรียกได้ว่า หลังจากเจอพายุโหมกระหน่ำ ตอนนี้เมดิเซเลส กำลังดื่มด่ำกับความสวยงามของฟ้าหลังฝน
แต่ขึ้นชื่อว่า โลกธุรกิจ ไม่ว่าจะเจอวิกฤติหรือความสำเร็จ ก็หยุดนิ่งไม่ได้
ดังนั้นในปี 2024 เมดิเซเลส จึงตั้งเป้าหมายใหญ่ว่า จะดันยอดขายแตะ 1000 ล้านบาทแรก ให้ได้ภายในไตรมาส 4 พร้อมก้าวสู่แบรนด์ที่มียอดขายอันดับ 1 ในตลาดไฮยาลูรอนิก แอซิด ในประเทศไทย
นอกจากนี้ยังมีแผนปล่อยสินค้านวัตกรรมโบทูลินั่มท็อกซินเจนใหม่ สู่ตลาดในปี 2026 อีกด้วย
เรียกได้ว่า เมดิเซเลส คือ อีกหนึ่งธุรกิจใกล้ตัวคนไทย ที่น่าสนใจและน่าเป็นกำลังใจให้
เพราะท่ามกลางแบรนด์ความงามที่มีอยู่มากมายในตลาด
จะมีสักกี่แบรนด์ ที่สามารถฝ่าวิกฤติและพลิกฟื้นกลับมาคว้าโอกาสได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ซึ่งเมดิเซเลส ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ด้วยสปิริตนักสู้ และการคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ คือ หัวใจที่ทำให้ธุรกิจยืนหยัดมาได้
จากนี้ เมดิเซเลส กำลังจะก้าวต่อไป พร้อมเป้าหมายที่จะสร้างยอดขาย 1,000 ล้านบาทให้เป็นจริง
ซึ่งเชื่อว่า ด้วยความมุ่งมั่น กลยุทธ์การตลาด และการไม่หยุดที่จะพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาด
เป้าหมายที่ว่าคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม…
ปิดท้ายด้วยข้อมูลน่าสนใจ เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา เมดิเซเลส ได้จัดงาน Medyceles Night at the Museum : Thank you party for valued customers 2023 ในธีมแกลเลอรีแห่งความงาม
ซึ่งมีต้นแบบมาจากพิพิธภัณฑ์ในนิวยอร์ก เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนเมดิเซเลสมาโดยตลอด
โดยงานนี้มีตัวแทนกว่า 300 คลินิกทั่วประเทศ เข้าร่วม
Reference
- เอกสารประชาสัมพันธ์ เมดิเซเลส
© 2024 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.