
Business
3 วิธีปั้นแบรนด์คุกกี้เพื่อสุขภาพ จนทำรายได้ทะลุ 3,000 ล้านบาทแบบ Sweet Loren’s
7 ม.ค. 2026
3 วิธีปั้นแบรนด์คุกกี้เพื่อสุขภาพ จนทำรายได้ทะลุ 3,000 ล้านบาทแบบ Sweet Loren’s /โดย ลงทุนเกิร์ล
Sweet Loren’s คือแบรนด์คุกกี้โดหรือคุกกี้ดิบที่ต้องนำไปเข้าเตาอบก่อนทาน โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าปลีกทั่วสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึง Target, Whole Foods Market, Kroger และ Costco
โดยในปี 2024 ทางแบรนด์ทำยอดขายไปได้มากถึง 3,050 ล้านบาท และยังได้ตั้งเป้ายอดขายในปีที่ผ่านมาไว้สูงถึง 3,800 ล้านบาท เลยทีเดียว
แต่รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังแบรนด์คุกกี้พันล้านบาทที่เราเห็นกันนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณ Loren Castle หญิงสาวที่พบว่าตัวเองกำลังเจอกับโรคร้าย หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยได้เพียงไม่กี่เดือน
แล้วอะไรที่ทำให้เธอก้าวสู่บทบาทเจ้าของกิจการ จนปั้นแบรนด์คุกกี้พันล้านบาทออกมาได้ ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปในปี 2006 คุณ Castle ที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยได้เพียง 3 เดือนกลับตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Hodgkin’s Lymphoma) ระยะที่ 2
การรักษาที่กินเวลานานกว่าครึ่งปี ทำให้เธอต้องหันมาดูแลตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผู้ป่วย
แต่อุปสรรคสำคัญคือ คุณ Castle เป็นคนชอบทานขนมหวาน ซึ่งทำให้เธอได้พบว่าขนมหวานที่ใช้วัตถุดิบเพื่อสุขภาพอย่างที่เธอต้องการนั้นหาไม่ง่ายเลย
หลังจบกระบวนการรักษา คุณ Castle จึงเริ่มศึกษาเรื่องโภชนาการและลงเรียนทำอาหาร พร้อม ๆ กับคิดค้นสูตรขนมขึ้นมาโดยเน้นตอบโจทย์เรื่องสุขภาพเป็นหลัก
คุกกี้ของเธอได้ผ่านการพัฒนาและทดลองสูตรไปเรื่อย ๆ ก่อนจะเริ่มแบ่งให้ครอบครัวและเพื่อน ๆ ได้ลองทานจนติดใจ และเริ่มจริงจังถึงขั้นออกบูทขายตามตลาด ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้าหลายคนชื่นชอบขนมของเธอ
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2011 เมื่อคุณ Castle ได้เข้าร่วมการแข่งขันทำขนมอบสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในนิวยอร์ก และคว้ารางวัลใหญ่พร้อมตำแหน่งขวัญใจมหาชนพ่วงด้วย
ชัยชนะครั้งนั้นไม่ได้แค่ทำให้คนรู้จักมากขึ้น แต่ยังทำให้เธอได้รับคำแนะนำในเรื่องแบรนดิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรางวัลที่มอบให้แก่ผู้ชนะ และกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ช่วยยกระดับแบรนด์
และในปีเดียวกันนั้นเองแบรนด์ Sweet Loren’s ยังได้วางขายใน Whole Foods Market เชนค้าปลีกในสหรัฐฯ เป็นผลพวงจากการที่คุณ Castle ลงเรียนคอร์สธุรกิจ และได้พบกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็นพนักงานของเชนดังกล่าว
ซึ่งเธอได้เห็นช่องว่างสำหรับการขายคุกกี้โดที่ตอบโจทย์สายสุขภาพ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีแบรนด์ไหนที่ทำได้โดดเด่น
คุณ Castle จึงเริ่มนำเงินเก็บมาลงทุนอย่างเต็มระบบทั้งออกแบบแพ็กเกจจิง พัฒนาสินค้า และหาโรงงานผลิต จนในที่สุดก็ได้วางขายอย่างเป็นทางการ
ปัจจุบัน Sweet Loren’s ไม่ใช่แค่แบรนด์คุกกี้โฮมเมดอีกต่อไป และยังขยับขยายกลายเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ จนได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ ๆ อย่าง Mattel ออกคุกกี้โดรูปทรงหัวใจธีมบาร์บี้ ไปจนถึงคาแรกเตอร์ Hello Kitty กับคุกกี้รส Birthday Cake
นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถหาซื้อ Sweet Loren’s ได้ในร้านค้าปลีกกว่า 35,000 แห่งทั่วสหรัฐฯ และเป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์คุกกี้พร้อมอบสายสุขภาพ ตอบโจทย์คนที่มีข้อจำกัดในการทานอาหาร
โดยสินค้าของแบรนด์มีทั้งคุกกี้โด พิซซาโด และขนมอบต่าง ๆ ที่จะไม่มีส่วนผสมของนม ถั่ว และสารก่อภูมิแพ้หลักที่พบบ่อยในอาหาร อีกทั้งคนที่ทานวีแกนก็สามารถทานได้ด้วย
ความสำเร็จของ Sweet Loren’s ทำให้ผู้ก่อตั้งอย่างคุณ Castle เป็นที่พูดถึงตามหน้าสื่อ ซึ่งเธอก็ได้ออกมาแชร์กลยุทธ์ที่ช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จได้อย่างน่าสนใจ ตัวอย่างเช่น
- ให้ความสำคัญกับการคัดคนที่มี DNA เดียวกัน
คุณ Castle สร้างองค์กรด้วยวิธีคิดแบบสตาร์ตอัป ที่เน้นความคล่องตัว มีทีมงานเบื้องหลังไม่เกิน 30 คน ทำให้สามารถปรับสินค้าและกลยุทธ์ได้รวดเร็ว และยังรักษาตัวตนและทิศทางของแบรนด์ไว้ได้อย่างชัดเจน
การคัดเลือกคนมาร่วมงานจึงเป็นสิ่งที่คุณ Castle ให้ความสำคัญมากไม่แพ้ปัจจัยอื่น ๆ เพราะแค่รับคนที่จังหวะไม่ตรงกัน ก็อาจทำให้สปีดทั้งทีมช้าลง
คุณ Castle เลือกใช้วิธีนำแบบทดสอบวิเคราะห์จุดแข็งที่เรียกว่า CliftonStrengths มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดคนเข้าทำงาน โดยมองหาคนที่พร้อมปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันกับจังหวะการเติบโตของแบรนด์
- ธุรกิจที่จะไปได้ไกล ต้องอาศัยความเชื่อในไอเดียตัวเอง
ในมุมของคุณ Castle การก้าวไปสู่จุดที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ คนทำธุรกิจจำเป็นจะต้องหลงใหลในไอเดียของตัวเองให้มากพอจนสามารถผ่านความท้าทายตลอดเส้นทาง
- ทำธุรกิจอาหาร “รสชาติ” ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
แม้จะเป็นแบรนด์ขนมที่มีจุดขายในเรื่องสุขภาพ แต่รสชาติก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะถ้าทำสินค้าออกมาไม่อร่อยเทียบเท่าหรือดีกว่าขนมทั่วไป ก็จะไม่มีทางเอาชนะแบรนด์เดิม ๆ ในตลาดได้
และต่อให้แบรนด์จะมีจุดยืนหรือไอเดียแตกต่างแค่ไหน สินค้าก็ยังต้องเริ่มจากรสชาติที่คนคุ้นเคยและยอมซื้อจริง
แบรนด์ Sweet Loren’s เองก็เคยมีคุกกี้รสชาติแปลก ๆ ออกมาแต่กลายเป็นว่าไม่มีคนซื้อ เพราะความชอบของผู้บริโภคไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนได้ง่าย
Sweet Loren’s จึงให้ความสำคัญกับรสชาติคลาสสิกอย่าง Sugar Cookie, Chocolate Chunk และ Fudgy Brownie โดยทำออกมาในสูตรที่ดีกับสุขภาพไม่ทิ้งจุดยืนของแบรนด์และยังขายได้จริง
ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้คุณ Castle สามารถพาแบรนด์คุกกี้โฮมเมดของเธอมาได้ไกลในระดับนี้
แต่สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าขาดความมุ่งมั่นของคุณ Castle ในการพัฒนาขนมแต่ละชิ้นจนออกมาตอบโจทย์ผู้บริโภคสายสุขภาพ จนกลายเป็นแบรนด์ติดตลาดได้ในที่สุด..
References:
- Fortune, CNBC, The Drum