
Business
สรุปประเด็น “The Devil Wears Kolhapuri” รองเท้าแตะแฮนด์เมดอินเดีย ที่ Prada นำมาตีความใหม่ ขายหลักหมื่น
14 พ.ค. 2026
สรุปประเด็น “The Devil Wears Kolhapuri” รองเท้าแตะแฮนด์เมดอินเดีย ที่ Prada นำมาตีความใหม่ ขายหลักหมื่น /โดย ลงทุนเกิร์ล
แม้ภาพยนตร์เรื่อง The Devil Wears Prada 2 จะทำให้ชื่อของ Prada แบรนด์แฟชั่นลักชัวรีสัญชาติอิตาลีถูกพูดถึงอีกครั้งในช่วงนี้ แต่หนึ่งในประเด็นร้อนแรงอาจไม่ใช่แฟชั่นไอเทมในภาพยนตร์เท่านั้น
แต่เป็นเรื่องที่ Prada หยิบรองเท้าแตะ Kolhapuri อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของอินเดีย มาเป็นแรงบันดาลใจในการเปิดตัวสินค้าคอลเลกชันใหม่
ซึ่งล่าสุด Prada ได้วางขายรองเท้าแตะสไตล์ Kolhapuri ในราคาประมาณ 33,500 บาท ขณะที่รองเท้าแตะที่เป็นต้นแบบดั้งเดิมในอินเดียวางขายในราคาราว 170-340 บาท หรือต่างกันกว่า 100 เท่า
แล้วเรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
สำหรับใครที่เพิ่งได้ยินชื่อ Kolhapuri เป็นครั้งแรก รองเท้าแตะหนังแบบดั้งเดิมนี้ถูกตั้งชื่อตามเมือง Kolhapur ในรัฐ Maharashtra ประเทศอินเดีย
มีรากประวัติศาสตร์ยาวนาน เริ่มตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 12 โดยการนำหนังวัวหรือควายมาย้อมสีด้วยพืชธรรมชาติ และใช้ความชำนาญในการเย็บด้วยมือ ซึ่งเป็นกระบวนการที่อาจใช้เวลานานถึง 6 สัปดาห์
จุดเด่นคือ เป็นรองเท้าแตะพื้นแบน มีสายคล้องด้านหน้าคล้ายรูปตัว T มีคุณสมบัติทนทาน ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับสภาพอากาศร้อนในอินเดีย
ความเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้ ทำให้รองเท้าแตะ Kolhapuri กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตชาวอินเดีย ซึ่งผู้คนยังคงสวมใส่ในชีวิตประจำวันจนถึงทุกวันนี้
จนปี 2019 รองเท้าแตะ Kolhapuri ได้รับสถานะ Geographical Indication (GI) ซึ่งเป็นการรับรองว่าสินค้าที่ใช้ชื่อ Kolhapuri ต้องเชื่อมโยงกับพื้นที่และงานฝีมือเฉพาะใน 8 เขตของ Maharashtra และ Karnataka
กระทั่งปีที่ผ่านมาชนวนความร้อนแรงในโลกแฟชั่นก็ปะทุขึ้น เมื่อ Prada นำรองเท้าแตะที่มีหน้าตาคล้ายกับ Kolhapuri ขึ้นโชว์ในงาน Men's 2026 Spring Summer Show ที่มิลาน
ซึ่งในเวลานั้น แบรนด์อธิบายสินค้าสั้น ๆ ว่าเป็นเพียง “รองเท้าแตะหนัง” โดยไม่มีการอ้างอิงที่มาจากอินเดีย ทำให้ Prada ถูกวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์
ด้านหนึ่งมองว่า แบรนด์คลุมเครือในการอธิบายสินค้า ซึ่งเป็นเส้นบาง ๆ ระหว่างคำว่า แรงบันดาลใจกับการลอกเลียนแบบ
ขณะที่อีกด้านมองว่า เรื่องนี้อาจช่วยให้รองเท้าแตะ Kolhapuri เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากขึ้น และอาจช่วยให้ยอดขายรองเท้าแตะในอินเดียเพิ่มขึ้นไปด้วย
ภายหลังเมื่อกระแสวิจารณ์รุนแรงขึ้น จนองค์กรส่งเสริมภาคธุรกิจของอินเดียส่งจดหมายถึงผู้บริหารของ Prada
ทางแบรนด์ก็ได้ออกมากล่าวขอโทษ และยอมรับว่ารองเท้าแตะที่ปรากฏในแฟชั่นโชว์นั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าแฮนด์เมดดั้งเดิมของอินเดีย
ก่อนที่เรื่องราวจะพลิกจาก “ข้อถกเถียง” กลายเป็น “ความร่วมมือ” โดยบริษัทเสริมว่า คอลเลกชันทั้งหมดยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นการพัฒนาดิไซน์ และยังไม่มีชิ้นงานที่ได้รับการยืนยันว่าจะผลิตหรือจำหน่ายในเชิงพาณิชย์
อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการติดต่อหาช่างฝีมือท้องถิ่นในอินเดีย และเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน Prada เดินหน้าเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ภายใต้ชื่อ Prada Made in India x Inspired by Kolhapuri Chappals โดยระบุชัดว่าได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าแตะ Kolhapuri ผลิตโดยช่างฝีมือที่ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในอินเดียอย่าง LIDCOM และ LIDKAR
โดยรองเท้าคอลเลกชันนี้เป็นการผสมผสานระหว่าง เทคนิคดั้งเดิมของอินเดีย กับงานดิไซน์ร่วมสมัยและวัสดุระดับพรีเมียมของ Prada วางจำหน่ายในร้าน Prada กว่า 40 แห่งทั่วโลก รวมถึงช่องทางออนไลน์ของแบรนด์
นอกจากนี้ Prada ยังประกาศโครงการฝึกอบรมช่างฝีมือระยะเวลา 3 ปี สำหรับช่างฝีมือจาก 8 เขตในอินเดียที่เชี่ยวชาญการผลิตรองเท้าแตะ Kolhapuri โดยผู้เข้าร่วมโครงการบางส่วนอาจได้รับโอกาสฝึกอบรมต่อที่ Prada Group Academy ในอิตาลีด้วย
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ยังไม่จบง่าย ๆ เพราะคำถามสำคัญยังคงอยู่ที่ว่า เมื่อรองเท้าพื้นบ้านราคาไม่กี่ร้อยบาท ถูกแบรนด์ลักชัวรีนำไปเล่าใหม่ แล้วขายในราคาหลักหมื่นบาท มูลค่าที่เพิ่มขึ้นนั้น ไหลกลับไปถึงช่างฝีมือและชุมชนต้นทางมากแค่ไหน ?
อีกมุมหนึ่งที่ควรหันมาโฟกัสไม่แพ้กันอาจเป็นเรื่องของ กฎหมายการคุ้มครองสินค้าท้องถิ่นของอินเดีย
โดยมีการเปรียบเทียบว่า สินค้าภูมิปัญญาของอินเดียมีการคุ้มครองทางกฎหมายที่เข้มงวดต่ำกว่า เมื่อเทียบกับสินค้า GI อื่น ๆ จากประเทศแถบตะวันตก
ยกตัวอย่างเช่น แชมเปญ จากประเทศฝรั่งเศส ที่มีระบบคุ้มครองชื่อและแหล่งกำเนิดแข็งแรงมากในระดับสากล
ขณะที่อินเดีย ที่มีสินค้าท้องถิ่นที่ได้รับรองสถานะ GI มากกว่า 400 รายการ แต่กลายเป็นว่าสินค้าเหล่านี้ ยังคงประสบปัญหาในการสร้างการยอมรับ ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
อย่างกรณีรองเท้าแตะ Kolhapuri ไม่ใช่เรื่องแรกที่อินเดียเจอปัญหานี้ แต่ยังมีเมนูเครื่องดื่ม Golden Milk ใน Starbucks ที่มีรากฐานจากเมนู Haldi Doodh หรือนมขมิ้นของอินเดีย ไปจนถึงต่างหูทรงระฆังคว่ำ Jhumka จากอินเดีย ที่อยู่ในคอลเลกชันแฟชั่นแบรนด์ระดับโลก
นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ซึ่งเรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่ปัญหาในอินเดียเท่านั้น แต่เป็นบทเรียนที่ประเทศอื่น รวมถึงไทย ควรหันกลับมามอง เพราะถ้าหากไม่มีระบบคุ้มครองสินค้าท้องถิ่นที่เข้มงวดมากพอ
วันหนึ่งเราอาจเห็นลวดลายไทย งานคราฟต์ไทย หรือสินค้าพื้นบ้านไทย ถูกนำไปตีความใหม่โดยแบรนด์ระดับโลก แล้ววางขายในราคาหลักหมื่นหรือหลักแสนบาท
โดยที่เจ้าของภูมิปัญญาต้นทาง อาจได้เพียงการถูกเรียกว่า “แรงบันดาลใจ” เท่านั้น..
References :
-The New York Times, Bloomberg, BBC