วิเคราะห์ ทำไมซีรีส์เกาหลี ลดตอนเหลือ 8-12 อีพี แต่ซีรีส์จีนยังยาว 40-50 อีพี
Business

วิเคราะห์ ทำไมซีรีส์เกาหลี ลดตอนเหลือ 8-12 อีพี แต่ซีรีส์จีนยังยาว 40-50 อีพี

25 พ.ค. 2026
วิเคราะห์ ทำไมซีรีส์เกาหลี ลดตอนเหลือ 8-12 อีพี แต่ซีรีส์จีนยังยาว 40-50 อีพี /โดย ลงทุนเกิร์ล
เมื่อก่อนสายซีรีส์เกาหลี คงจะชินกับการดูซีรีส์เรื่องหนึ่งยาว ๆ 20-24 ตอน และบางเรื่องที่เป็นแนวประวัติศาสตร์หรือครอบครัว ก็อาจลากยาวถึง 50-60 ตอน
แต่ปัจจุบัน หากซีรีส์เกาหลีมีความยาวถึง 12 อีพี ก็เริ่มนับเป็นความยาวแบบ New Normal แล้ว เพราะหลายเรื่องในยุคนี้ ถูกย่อเหลือเพียง 10-12 ตอนเท่านั้น และบางเรื่องอาจมีแค่ 8 ตอนด้วยซ้ำ
ต่างกับซีรีส์จีนที่ฮิตตีคู่กันมา แม้จำนวนตอนจะไม่ได้เยอะเท่ายุคก่อน แต่หากเทียบกับซีรีส์เกาหลีตอนนี้ ก็ยังนับว่าเยอะกว่ามากอยู่ดี
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง 
ย้อนกลับไปเมื่อก่อน โมเดลธุรกิจของซีรีส์เกาหลีผูกอยู่กับสถานีโทรทัศน์ มีตารางออกอากาศตามเวลา หากซีรีส์เรื่องไหนได้รับความนิยม ผู้จัดและช่องก็มักอยากให้ออกอากาศนาน ๆ เพื่อรักษาเรตติง 
ยิ่งเรตติงสูง ช่องโทรทัศน์ก็ยิ่งกอบโกยรายได้จากโฆษณาระหว่างพักได้มากขึ้น ซีรีส์เกาหลีเมื่อก่อนเลยมีถึง 24 ตอน ก่อนจะลดเหลือ 20 ตอน จนสุดท้ายก็มาลงตัวที่จำนวน 16 ตอน เป็นรูปแบบที่ใช้กันยาวนานหลายปี เพราะยาวพอจะสร้างกระแส แต่ไม่ยาวจนต้นทุนสูงเกินไป 
แต่พอเข้ายุคนี้ พฤติกรรมของคนดูเปลี่ยนไป คนหันมาชอบเรื่องราวที่เดินเรื่องเร็ว กระชับ และตรงเข้าประเด็นเร็ว ๆ เหมือนกับละครแนวตั้ง
ยิ่งพอมีแพลตฟอร์มสตรีมมิง อย่าง Netflix และ Disney+ ก็ทำให้คนเริ่มคุ้นกับการดูแบบยิงยาวรวดเดียวจบได้ ซึ่งมันก็มักจะมีไม่กี่ตอน ย่อยง่าย และน่าติดตามกว่า 
พอคนเริ่มติดซีรีส์ที่จำนวนตอนน้อย ๆ สถานีโทรทัศน์เกาหลีใต้ก็ต้องปรับตัวตามเทรนด์ อย่างล่าสุดช่อง KBS สถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ก็ประกาศว่าโปรเจกต์ซีรีส์เรื่องใหม่ใช้รูปแบบ 12 ตอนเช่นกัน 
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือซีรีส์เกาหลียุคนี้ ไม่ได้พึ่งพาแค่ค่าโฆษณาในประเทศ แต่ยังมีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ให้แพลตฟอร์มสตรีมมิง หรือการผลิตคอนเทนต์ออริจินัลร่วมกัน 
ซึ่งสิ่งที่แพลตฟอร์มสตรีมมิงให้ความสำคัญมาก คือ Engagement ของผู้ชม เช่น คนกดดูหรือไม่ คนดูต่อเนื่องไหม และคนดูจนจบหรือเปล่า เพราะหากเรื่องไหนคนดูจบไม่ถึง 50% ก็จะไม่ได้สร้างภาคต่อ 
ดังนั้น การทำซีรีส์ให้จำนวนตอนสั้นลง หรือแบ่งออกเป็น 2 Part จะช่วยให้การเล่าเรื่องกระชับขึ้น ไม่ยืดเยื้อเกินจำเป็น และเพิ่มโอกาสที่ผู้ชมดูรวดเดียวจบได้ง่ายกว่า
แล้วทำไมซีรีส์จีน ที่อยู่ในยุคสตรีมมิงเหมือนกัน ยังมีจำนวนตอนยาว ๆ อยู่ ?
ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้ว ซีรีส์จีนก็กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกัน แต่ที่หลายปีมานี้ซีรีส์จีนยังมีจำนวนตอนที่ยาวมากถึงขนาด 40-50 ตอนขึ้นไป เป็นเพราะโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง 
ในอดีต แพลตฟอร์มจีนจะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้บริษัทผู้ผลิตตามจำนวนตอน ยิ่งซีรีส์มีตอนเยอะ ผู้ผลิตก็ยิ่งได้กำไรมาก แถมยังใส่โฆษณาระหว่างตอนได้มากขึ้นอีก ก็เลยพยายามยืดเรื่องให้ยาว ๆ 
จนสำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติของจีน (NRTA) ต้องออกกฎระเบียบ จำกัดให้ซีรีส์โทรทัศน์มีความยาวสูงสุดไม่เกิน 40 ตอน และหากมีภาคต่อ แต่ละซีซันต้องเว้นระยะห่างกัน 1 ปี
แต่เมื่อปัจจุบันที่คนจีนจำนวนมากหันไปดูละครแนวตั้ง หรือ Mini-Series กันหมด เพราะยาวแค่ตอนละ 1 นาที แถมเนื้อเรื่องยังแซ่บ เร้าร้อน ดรามาสะใจ และจบไว
ปี 2025 ทางการจีนจึงยอมประกาศผ่อนปรนให้ทำยาวกว่านั้นได้ตามความเหมาะสม เพื่อช่วยอุตสาหกรรมซีรีส์ขนาดยาวที่ซบเซาลง และส่งเสริมให้ค่ายหนัง ผลิตคอนเทนต์ให้หลากหลาย 
แต่สิ่งสำคัญจริง ๆ ที่จีนแตกต่างออกไป คือในขณะที่สตรีมมิงอย่าง Netflix มีโมเดลจ่ายเงินเพื่อดูทุกเรื่องในครั้งเดียว แต่บางแพลตฟอร์มสตรีมมิงจีนยังมีโมเดลหารายได้แบบหลายชั้น เช่น 
- สมาชิกทั่วไป/ฟรี จะดูได้แค่บางตอน และต้องดูโฆษณา หรือถูกจำกัดคุณภาพวิดีโอ
- สมาชิก VIP ไม่มีโฆษณา ดูความละเอียดสูงได้ และดูตอนใหม่ได้ก่อนสมาชิกทั่วไป
- Fast-Track แม้เป็น VIP แล้ว ก็สามารถจ่ายเพิ่ม หากอยากปลดล็อกตอนล่วงหน้าที่ยังไม่ออกอากาศ
- Paid Extras หรือ Special Ending ที่บางเรื่องเปิดให้จ่ายเพิ่ม เพื่อดูตอนพิเศษ หรือตอนจบเพิ่มเติม
โมเดลแบบหลายชั้นนี้ ทำให้แพลตฟอร์มจีนมีแรงจูงใจในการแบ่งตอนถี่ ๆ อย่างที่เห็นตอนละประมาณ 40 นาที แล้วค่อย ๆ ทยอยปล่อย เพื่อให้คนลงแดง และยอมซื้อ Fast-Track หรือแพ็กเกจเสริมต่าง ๆ
อีกเรื่องที่ต่าง คือซีรีส์เกาหลีที่ดังมาก ส่วนใหญ่มักเป็นแนวชีวิตยุคปัจจุบัน แต่ซีรีส์จีนที่ดังที่สุดมักเป็นแนวเทพเซียน ประวัติศาสตร์ ชิงไหวชิงพริบในวัง ซึ่งเนื้อหามักจะสร้างมาจากนิยายที่มีความยาวหลายเล่มจบ 
การจะเล่าเรื่องราวความรักสามภพสามชาติ หรือการแก้แค้นที่ซับซ้อนภายใน 12 ตอนแบบซีรีส์เกาหลีนั้นจึงทำได้ยาก เพราะมันจะเสียอรรถรสในการปูเรื่องไป
นอกจากนี้ อีกเหตุผลที่ไม่พูดไม่ได้ คือประเทศจีนมีประชากรเยอะกว่าเกาหลีใต้ ดาราจีนหลายคนมีฐาน Fandom ที่ใหญ่มาก เห็นได้จากภาพแฟน ๆ ไปยืนรอดาราที่ชื่นชอบหน้าสตูแต่งหน้ากันล้นหลาม 
ซึ่งหากพระเอกนางเอกดัง แฟนคลับก็ยิ่งอยากดูไอดอลที่พวกเขาชื่นชอบหลาย ๆ ตอน แพลตฟอร์มเองก็อยากเลี้ยงกระแสให้นานที่สุด เพื่อโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น
สุดท้าย นี่อาจกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมซีรีส์ทั่วโลกในอนาคต เพราะตอนนี้พฤติกรรมของหลายคนทั่วโลก ชอบอะไรที่สั้น กระชับ ไม่ต้องปูเรื่องยาวแบบโทรทัศน์ยุคเดิม
แม้แต่อุตสาหกรรมซีรีส์จีนเอง ก็ยังเริ่มปรับตัวมาสร้างซีรีส์ความยาวระดับกลางที่ 21-28 ตอน เพื่อตอบรับเทรนด์และรักษาคนดูไว้ 
แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ก็เป็นดาบสองคมในมุมธุรกิจ เพราะเมื่อจำนวนตอนน้อยลง พื้นที่สร้างรายได้จากโฆษณาก็ลดลงตามไปด้วยเช่นกัน..
References : - Korea Times, Koreaboo, Korea.net, KrASIA, The Wall Street Journal
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.