การ์ด Pokémon ฉันเลือกนาย ! จากของเล่นวัยเด็ก สู่ของสะสมหลักล้าน
Investment

การ์ด Pokémon ฉันเลือกนาย ! จากของเล่นวัยเด็ก สู่ของสะสมหลักล้าน

26 พ.ค. 2026
การ์ด Pokémon ฉันเลือกนาย ! จากของเล่นวัยเด็ก สู่ของสะสมหลักล้าน /โดย ลงทุนเกิร์ล
หากนึกถึงของเล่นวัยเด็กของผู้หญิง หลายคนอาจเติบโตมากับตุ๊กตา Barbie หรือเจ้าหญิง Disney 
แต่สำหรับเด็กผู้ชายจำนวนไม่น้อย ความทรงจำเหล่านั้นอาจเป็น “การ์ด Pokémon” ที่เคยแลก เคยสะสม หรือแอบพกใส่กระเป๋านักเรียนไปอวดเพื่อนทุกวัน
แล้วใครจะคิดว่าวันนี้ การ์ด Pokémon บางใบจะข้ามเส้นจากของเล่นวัยเด็ก มาเป็นของสะสมที่มีมูลค่าสูง จนเปลี่ยนชีวิตคนสะสมให้กลายเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน
เรื่องราวของการลงทุนในการ์ด Pokémon น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของ Pokémon เกิดขึ้นในปี 1996 ในรูปแบบวิดีโอเกมของ Nintendo Game Boy
จากวิดีโอเกม ก็ต่อยอดไปสู่การ์ดเกม การ์ตูนอานิเมะ ภาพยนตร์ และสินค้าลิขสิทธิ์จำนวนมหาศาล
ความสำเร็จที่กว่า 30 ปีนี้ เกิดจากการสร้างจักรวาลของตัวละครให้ไปโผล่ในทุกที่ จน Pokémon ไม่เคยหายไปจากกระแสเลย แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
ยิ่งในตอนนี้ที่การ์ด Pokémon ถูกพูดถึงอย่างมากอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่โตมากับ Pokémon ในวัยเด็ก และเริ่มกลับมาซื้อการ์ดอีกครั้งเมื่อมีรายได้เป็นของตัวเอง
ส่วนหนึ่งมาจากปรากฏการณ์ Nostalgia Economy หรือกลยุทธ์การตลาดที่หยิบจับความทรงจำอันแสนหวานในวัยเด็กมาสร้างมูลค่า
แต่ตลาดนี้ไม่ได้มีแค่นักสะสมเท่านั้น ยังมีนักลงทุนหน้าใหม่ รวมถึงนักลงทุนระดับ Ultra-High Net Worth ที่เริ่มมองการ์ด Pokémon เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่อาจสร้างผลตอบแทนได้ไม่แพ้สินทรัพย์กระแสหลัก
หากเรามาดูตัวเลขผลตอบแทนของการ์ด Pokémon ในฐานะสินทรัพย์ จะพบสถิติที่น่าสนใจมาก
- ข้อมูลย้อนหลัง 10-20 ปี การ์ดระดับ Holy Grail เช่น Charizard 1st Edition PSA 10 การ์ด Pokémon Charizard รุ่น Base Set พิมพ์ครั้งแรก ปี 1999 ที่ผ่านการรับรองสภาพสมบูรณ์ที่สุด (PSA 10 Gem Mint) ซึ่งมีความหายากสูงสุดและมูลค่าสูงมากในตลาดนักสะสม ราคาประมูลสูงถึงหลักหลายล้านบาทต่อใบ
- ข้อมูลจาก Card Ladder แพลตฟอร์มติดตามราคาการ์ดสะสมเผยกับ Fortune ว่าช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มูลค่าของการ์ด Pokémon พุ่งทะยานขึ้นถึง 3,261%
- ในปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียว ราคาเฉลี่ยของการ์ด Pokémon พุ่งสูงขึ้นเกือบ 46% ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับดัชนีหุ้นใหญ่อย่าง S&P 500 ที่มักมีผลตอบแทนเฉลี่ย 12% ต่อปีแล้ว ก็ถือว่าชนะไปอย่างขาดลอย
เหตุการณ์ที่ทำให้ตลาดนี้ยิ่งร้อนแรง คือตอนที่ยูทูบเบอร์ชื่อดังอย่างคุณ Logan Paul ได้ขายการ์ดหายากระดับตำนานอย่าง Pikachu Illustrator ด้วยราคาทำลายสถิติโลก ประมาณ 540 ล้านบาท เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดยเขาซื้อมาในปี 2021 ด้วยราคาประมาณ 173 ล้านบาท นั่นหมายความว่า การ์ดใบนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่า ภายในเวลาไม่กี่ปี
อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่การ์ดหายากระดับตำนานเท่านั้นที่ทำเงินได้ แต่การซื้อขายแบบเก็งกำไรระยะสั้นในตลาดการ์ด Pokémon ก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้นเช่นกัน
โดยแฟน ๆ เรียกคนกลุ่มนี้ว่า Scalpers หมายถึงคนที่ไม่ได้ซื้อการ์ดเพราะชอบหรือผูกพันกับ Pokémon แต่ซื้อเพื่อหวังไปขายต่อในราคาที่สูงกว่าราคาขายปลีกหลายเท่า
คนกลุ่มนี้มักใช้บอตกวาดซื้อการ์ดทันทีที่สินค้าวางขายออนไลน์ จนทำให้เว็บไซต์ของผู้ค้าปลีกรายใหญ่ล่ม สินค้าในตลาดขาดแคลน และแฟนตัวจริงที่อยากได้การ์ดไปสะสม ต้องยอมจ่ายในราคาที่แพงขึ้น
ภาพเหล่านี้ยิ่งทำให้ตลาดการ์ด Pokémon ดูหอมหวานในสายตาหลายคน แต่โลกของการลงทุนย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง
โดยผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเตือนว่า การ์ดเหล่านี้มีสภาพคล่องต่ำกว่าสินทรัพย์ทางการเงินทั่วไป และมูลค่าของมันผูกติดอยู่กับสภาพของการ์ด หากการ์ดมีรอยขีดข่วน มุมบิ่น สีซีด มูลค่าของมันอาจลดฮวบลงทันที
ในตอนนี้ การ์ด Pokémon จึงเป็นได้หลายอย่าง ทั้งของสะสม งานศิลปะ หรือสินทรัพย์ ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ซื้อ
บางคนทำเพื่อการลงทุน ขณะที่บางคนทำเพื่อความสนุก และบางครั้ง กระแสบนโซเชียลมีเดียก็อาจนำไปสู่การตัดสินใจทางการเงินที่ผิดพลาดได้เช่นกัน
เช่น รายการพอดแคสต์ด้านการเงินรายการหนึ่ง มีผู้ฟังคนหนึ่งโทรเข้ามาเล่าว่า เขาแอบภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ ใช้บัตรเครดิตจนเป็นหนี้กว่า 850,000 บาท ภายใน 4 เดือน
เมื่อถูกถามว่าใช้เงินไปกับอะไร เขาตอบว่า ซื้อการ์ด Pokémon เพื่อหวังเอาไปขายต่อออนไลน์ แต่สุดท้ายกลับเป็นหนี้ก้อนใหญ่ ที่ไม่มีใครอยากสะสม..
References :
- CNBC, Fortune, CNN, Yahoo Finance, Daddy ARM's Collectibles
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.