
Business
“Templestay” แคมเปญดึงนักท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ขายแพ็กเกจใช้ชีวิตแบบพระในวัด
4 มิ.ย. 2026
“Templestay” แคมเปญดึงนักท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ขายแพ็กเกจใช้ชีวิตแบบพระในวัด /โดย ลงทุนเกิร์ล
อย่างที่รู้กันดีว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่โดดเด่นมากเรื่องการนำวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว
ที่เราเห็นส่วนมากก็คงจะเป็นซีรีส์ที่เกาหลี ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง จนหลายสถานที่ กลายเป็นจุดหมายในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
แต่รู้หรือไม่ว่า เกาหลีใต้ยังนำกิจกรรมทางศาสนามาเป็นจุดขายได้เช่นกัน จนเกิดเป็นโปรแกรม “Templestay” ที่ให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสถึงวิถีชีวิต จิตวิญญาณ และความเชื่อทางพุทธศาสนาแบบเกาหลี
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่รัฐบาลเกาหลีใต้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
และต้องบอกเลยว่า Templestay เป็นกิจกรรมที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวเกาหลีและชาวต่างชาติจำนวนมาก ในปี 2025 ที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมมากเป็นประวัติการณ์ถึง 349,219 คน โดย 55,515 คนเป็นชาวต่างชาติ
ว่าแต่โปรแกรม Templestay มีความน่าสนใจอย่างไร ?
ทำไมถึงดึงดูดผู้คนได้นับแสน ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
Templestay คือโปรแกรมที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้มาพักค้างคืนที่วัดพุทธในเกาหลี
โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมด้านศาสนา และลองใช้ชีวิตแบบเดียวกับพระสงฆ์ตั้งแต่ตื่นยันนอน กิจกรรมที่ทำส่วนใหญ่ก็จะเป็นการสวดมนต์ ทำสมาธิ พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับพระสงฆ์
นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมยังมีโอกาสได้ซึมซับสถาปัตยกรรม และงานศิลปะภายในวัด ซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมทางพุทธศาสนาของเกาหลีใต้ที่คงอยู่มานานนับพันปี
ขณะที่กิจกรรมไฮไลต์ของ Templestay ก็มาจากวิถีปฏิบัติทางศาสนา ที่หากมองในมุมของนักท่องเที่ยวหรือแม้แต่ชาวเกาหลีเองยังถือว่าเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ ที่ไม่ได้ทำเป็นปกติในชีวิตประจำวัน เช่น
- กิจกรรมฝึกสมาธิผ่านพิธีชงชา Da-Seon
ผู้เข้าร่วมจะได้ฝึกสมาธิ ผ่านการรับรู้ทางประสาทสัมผัสขณะชงชาและดื่มชา พร้อม ๆ กับสนทนาธรรมและเรียนรู้วัฒนธรรมพุทธของเกาหลี
- เปิดประสบการณ์ทานอาหารวัดเกาหลี
ในวัดเกาหลีจะมีธรรมเนียมการรับประทานอาหารที่เรียกว่า “Balwoogongyang” ซึ่งนับเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง เพราะขณะทานจะต้องทำตามขั้นตอนที่เป็นแบบแผน และอยู่ในความสงบ
ที่น่าสนใจคือ ในกรุงโซลมีร้านอาหารในชื่อ Balwoo Gongyang ที่นำคอนเซปต์อาหารวัดมาเสิร์ฟในรูปแบบร้านอาหารจริง ๆ ซึ่งคอนเซปต์นี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี การันตีด้วยมิชลินสตาร์ 1 ดาว ติดต่อกันถึง 3 ปี
อ่านมาถึงตรงนี้ อาจมีคำถามว่าแล้ว Templestay แทรกซึมอยู่ในวัฒนธรรมการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้
มาตั้งแต่ตอนไหน ?
เรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปในปี 2002 ซึ่งเป็นปีที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกร่วมกับญี่ปุ่น แน่นอนว่าจะต้องมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมาก
จึงเกิดไอเดียในการใช้พื้นที่วัด เป็นที่พักรองรับนักท่องเที่ยวขึ้นมา ซึ่งถือเป็นโอกาสในการเผยแพร่วัฒนธรรมดั้งเดิมของเกาหลีใต้ให้นักท่องเที่ยวรู้จักไปในตัว
ผลลัพธ์ก็เกินคาด เพราะในปีแรกของโปรแกรม Templestay มีจำนวนนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เข้าร่วมกว่า 1,200 คน
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ Templestay เป็นที่นิยม ก็มาจากคอนเซปต์ของการนำวัดมาเป็นสถานที่พักผ่อนเชิงธรรมะ ซึ่งช่วยให้ผู้คนสามารถพักผ่อน หนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน และยังได้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวพุทธเกาหลีในบรรยากาศที่เงียบสงบ
ยิ่งกว่านั้น วัดบางแห่งยังตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไม้ ล้อมรอบด้วยภูเขา บางแห่งมีวิวทะเลแบบพาโนรามา และอีกหลายแห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO
นอกจากนี้ ทางวัดยังปรับตัวด้วยการมีพระหรือล่ามที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ พร้อมพัฒนาเว็บไซต์ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และระบบจองที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติ
ที่สำคัญคือตัวโปรแกรมค่อนข้างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะอยากได้ประสบการณ์สั้น ๆ เน้นกิจกรรมผ่อนคลาย หรือปฏิบัติธรรมแบบลงลึกก็สามารถเข้าร่วมได้
เพราะโดยทั่วไป Templestay จะมีแพ็กเกจแบบวันเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากรับประสบการณ์แต่ไม่มีเวลา ให้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมสั้น ๆ ของทางวัด
หรือถ้าอยากซึมซับวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาแบบลงลึก ก็สามารถซื้อแพ็กเกจแบบพักค้างคืน ซึ่งวัดส่วนใหญ่จะมีแพ็กเกจตั้งแต่ 1-2 คืนให้เลือกตามความสะดวก
ส่วนราคาของกิจกรรม Templestay ก็มีตั้งแต่หลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงหลักพันบาท แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระยะเวลาและวัดที่เลือก
อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง Templestay ก็อาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายไปทั่วโลกอย่างทุกวันนี้
เรื่องนี้น่าคิดว่า ประเทศไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องการเป็นเมืองพุทธ ที่มีวัดวาอารามและสถานที่ปฏิบัติธรรมอยู่ไม่น้อย
ถ้ามีโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงธรรมะในลักษณะเดียวกับ Templestay ของเกาหลีใต้ ก็อาจจะเป็นโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยว และยังเป็นช่องทางสร้างรายได้ กระจายเม็ดเงินให้กับคนในพื้นที่โดยรอบได้อีกด้วย..
References :
- Templestay, The Korea Times, The Korea Herald, The Current Status and Challenges of Templestay Programs in Korean Buddhism (2023)