“คืนที่มืดมิด พระจันทร์ยิ่งฉายแสง” “ศรีจันทร์สหโอสถ” ตอกย้ำผู้นำ T-Beauty เปิด 3 กลยุทธ์ฝ่าวิกฤติสงครามเดินหน้าสู่ “องค์กรไทยที่คนไทยภูมิใจ”
PR News

“คืนที่มืดมิด พระจันทร์ยิ่งฉายแสง” “ศรีจันทร์สหโอสถ” ตอกย้ำผู้นำ T-Beauty เปิด 3 กลยุทธ์ฝ่าวิกฤติสงครามเดินหน้าสู่ “องค์กรไทยที่คนไทยภูมิใจ”

24 มิ.ย. 2026
บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามชั้นนำสัญชาติไทย “ศรีจันทร์ (SRICHAND)” และ “ศศิ (sasi)” ตอกย้ำความเป็นผู้นำ T-Beauty ประกาศแผนยุทธศาสตร์พลิกโฉมจาก “แบรนด์ธุรกิจเครื่องสำอาง” สู่ “องค์กรไทยที่แข็งแกร่ง น่าเชื่อถือ และเติบโตในระดับโลก” (International Brand) โชว์ฟอร์มแกร่งในปีที่ผ่านมาด้วยยอดขายทะลุ 2,055.50 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโตถึง 34% หรือคิดเป็น 274.78 ล้านบาท พร้อมประกาศจุดยืนองค์กร
ต่อความผันผวนจากวิกฤติสงครามตะวันออกกลางว่า “คืนที่มืดมิด พระจันทร์ยิ่งฉายแสง” (The Darkest Night Shines The Brightest Moon) ชี้เป็นการพลิกวิกฤติเป็นโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทยให้กับผู้บริโภคไทยว่า หากทุ่มเทฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ได้ จะเป็นการแสดงศักยภาพขององค์กรไทยว่ามีความแข็งแกร่ง พร้อมจัดทัพองค์กรรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากภาวะสงคราม เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรไทยที่คนไทยภูมิใจ
คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า “ปี 2568 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นช่วงเวลาที่ศรีจันทร์สหโอสถมีความภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะบริษัทฯ สามารถเติบโตท่ามกลาง
ความท้าทายรอบด้าน สามารถทำยอดขายทะลุ 2,055.50 ล้านบาท มีกำไรสุทธิเติบโตถึง 34% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภค
มีต่อแบรนด์ของเราผ่านความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream ที่มียอดขายอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในกลุ่ม Moisturizer for Face ประเทศไทย (ข้อมูลจาก NielsenIQ Thailand เดือน มกราคม 2567 – พฤษภาคม 2569 ) รวมถึงการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ของทั้งแบรนด์ศรีจันทร์และศศิ ซึ่งสามารถสรุปออกมาเป็น 5 ความเคลื่อนไหวสำคัญของบริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ดังนี้
เปิดตัวโลโก้องค์กรแบบใหม่: ชูตัวอักษรไทย “ศ” เป็นสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจในความเป็นไทย พร้อมยกระดับองค์กร
สู่เวทีสากล
ออกสินค้าใหม่กว่า 150 SKU : ภายใต้แบรนด์ศรีจันทร์และศศิ พร้อมพรีเซนเตอร์รวม 13 คน
ใช้นวัตกรรมจากวัตถุดิบไทย: ชูสารสกัดจากกุหลาบมอญ (Damask Rose) จากภาคเหนือของไทย โดยผ่านกระบวนการสกัดและผ่านการทดสอบเพื่อเพิ่มคุณภาพในมาตรฐานสากล
คว้า 2 รางวัลสะท้อนความเป็นองค์กรที่ครองใจคนรุ่นใหม่ : รางวัล QMAC 2026 บริษัทที่คนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด (อันดับที่ 13 จาก 55 บริษัท) โดย QGEN Consultant และรางวัล GEN Z TOP BRAND 2026 สุดยอดแบรนด์ครองใจ Gen Z แห่งปี ของ BrandBuffet
ขยายการเติบโตในตลาดต่างประเทศ: สร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นในตลาดหลัก ได้แก่ สปป.ลาว (เติบโตถึง 162%), ประเทศญี่ปุ่น (มีการพัฒนาแป้งสูตรพิเศษเจาะตลาดผิวคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะ) และฟิลิปปินส์ (ขยายช่องทางจากออนไลน์
สู่การวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า)”
คุณรวิศ กล่าวต่อ “แม้ว่าในปัจจุบันจะมีปัจจัยจากภาวะสงครามตะวันออกกลางที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งโลก แต่ศรีจันทร์สหโอสถมีความตั้งใจว่า จะใช้โอกาสที่ซ่อนอยู่ในวิกฤตินี้ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทยในสายตาของผู้บริโภค แบบเดียวกับ ‘คืนที่มืดมิด พระจันทร์ยิ่งฉายแสง’ ที่ผ่านมา ศรีจันทร์สหโอสถเคยพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้สำเร็จในวิกฤติโควิด-19 ซึ่งทำให้บริษัทมีช่องทางการขายออนไลน์ E-commerce ที่เติบโตขึ้น 62% ควบคู่กับการขยายเข้าสู่ตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ในปี 2020 ได้สำเร็จ จนผลิตภัณฑ์ครีมซอง SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream Sachet ขนาด 10ml ขึ้นแท่นยอดขายอันดับ 1 ได้ภายในเวลา 4 ปี การทุ่มเทฝ่าฟันวิกฤติในครั้งนี้จะเป็นการตอกย้ำศักยภาพขององค์กรไทยให้คนไทยมีความเชื่อมั่น มีทัศนคติที่ดี และพร้อมจะสนับสนุนแบรนด์ไทยไปด้วยกัน ในโอกาสนี้จึงอยากส่งต่อกำลังใจและแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการไทย
ทุกท่านในการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคไทยยอมรับและสนับสนุนแบรนด์ไทย และใช้โอกาสนี้ในการจัดทัพองค์กรให้แข็งแกร่ง ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว”
จากความพร้อมในการรับมือวิกฤตสู่ตัวเลขผลประกอบการอันแข็งแกร่งศรีจันทร์สหโอสถพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนแผน
ยุทธศาสตร์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายระดับสากล ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญเพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำ T-Beauty ดังนี้
พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ T-SKIN อย่างแท้จริง
พัฒนานวัตกรรมจากความเข้าใจ “T-SKIN” หรือผิวแบบคนไทย ด้วยแนวคิด “ผิวจริงในชีวิตจริง” ผิวแบบ T-SKIN ต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น แสงแดด มลภาวะ รวมถึงวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้ทั้งผู้บริโภคไทยและต่างชาติมีมุมมองต่อผลิตภัณฑ์การดูแลผิวของคนไทยในทางที่ดีเป็นพื้นฐาน สิ่งที่ศรีจันทร์สหโอสถจะพัฒนาต่อคือ การค้นคว้านวัตกรรมที่ตอบโจทย์ T-SKIN ให้ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนา
คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบคุณค่าให้ผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้นสนับสนุนสะพานเชื่อมทางวัฒนธรรม (Cultural Bridge) เพื่อให้ซอฟท์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีโลก
ศรีจันทร์สหโอสถเชื่อว่า พรีเซ็นเตอร์ไม่เพียงผู้สร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ แต่มีความสำคัญในฐานะเป็น "ตัวแทนของประเทศไทย" เป็นสะพานเชื่อมทางวัฒนธรรม (Cultural Bridge) ที่ทำให้คนรู้จักและรักประเทศไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ทำให้คนไทยได้เป็นที่รู้จักและได้แสดงความสามารถในระดับโลกไปด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดี
ต่ออุตสาหกรรมความงาม แต่ส่งผลดีต่อประเทศไทยโดยรวม ทำให้ ศรีจันทร์สหโอสถตั้งใจจะสนับสนุนพรีเซ็นเตอร์ทั้ง 13 คน จากทั้งแบรนด์ศรีจันทร์และศศิให้เป็นตัวแทนคนไทยที่เชื่อมโยงซอฟท์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีโลก
ได้แก่ กันต์พิมุกต์ ภูวกุล (แบมแบม), พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ (ใบเฟิร์น), พฤกษ์ พานิช (ซี), ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ (นุนิว), สุภัสสรา อัครทวีพัชร์ (เก้า), หฤษฎ์ บัวย้อย (เก่ง), นภัสกร ปิงเมือง (น้ำปิง) และศิลปินวง PROXIE ทั้ง 6 คน 
ได้แก่ รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์ (กัน), ปัณณธร จิรศาสตร์ (คิม), ปวริศร์ ศรีชัยชนะ (โชกุน),กร วรรณไพโรจน์ (กร), ออสการ์ เอ็ดเวิร์ด วัตราเศรษฐ์ (อองรี), วรเมธ กอนุประพันธ์ (วิคเตอร์) เป็นการสร้าง Brand love ในแบบของศรีจันทร์สหโอสถ
ที่ตอบโจทย์ทั้งเป้าหมายในการสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทยในกลุ่มผู้บริโภคในประเทศ
และต่างประเทศ ตอกย้ำภาพลักษณ์ภายใต้ศรีจันทร์สหโอสถในฐานะแบรนด์ไทยระดับสากล และสร้างความผูกพัน ในฐานะผู้อยู่เคียงข้างพรีเซ็นเตอร์บนเส้นทางการเติบโตสู่เวทีโลกขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน (Expand Market to ASEAN)
ศรีจันทร์สหโอสถให้ความสำคัญกับการขยายตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นหลัก เนื่องจากมีความใกล้ชิด
ทางภูมิศาสตร์ อีกทั้งสภาพภูมิอากาศที่ใกล้เคียงกันยังส่งผลให้ลักษณะผิวและความต้องการด้านผลิตภัณฑ์
ของผู้บริโภคมีความคล้ายคลึงกัน เอื้อต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ทางการตลาดของแบรนด์
ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยแบรนด์พร้อมต่อยอดความสำเร็จในตลาดต่างประเทศที่มีสัดส่วนเติบโต
สูงถึง 135% (เทียบปี 2024-2025) อีกทั้งยังวางแผนรุกตลาดอาเซียนขยายฐานสู่ตลาดพม่าในครึ่งปีหลัง
ของปี 2026 ก่อนจะเดินหน้าขยายตัวสู่ประเทศเวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ภายในปี 2027
การเดินหน้าผ่าน 3 กลยุทธ์หลักในการฝ่าฟันวิกฤตินี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการตอกย้ำความแข็งแกร่ง
และสร้างศักยภาพทางธุรกิจขององค์กรไทย เพื่อนำพาอัตลักษณ์ความงามไทย (T-Beauty) ไปปักหมุดความสำเร็จในเวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนศรีจันทร์สหโอสถให้เป็น “องค์กรไทยที่คนไทยภูมิใจ” ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
สั่งซื้อสินค้าศรีจันทร์ (SRICHAND) และศศิ (sasi) ได้ที่ ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารของศรีจันทร์สหโอสถได้ที่ https://srichand.co.th/ และ Social Media ของ ศรีจันทร์ (SRICHAND) และศศิ (sasi) ทุกช่องทาง
SRICHAND #sasi #ศรีจันทร์สหโอสถ #TBeauty #TSKIN
เกี่ยวกับ ศรีจันทร์สหโอสถ
ห้างขายยาศรีจันทร์สหโอสถก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2491 โดยคุณพงษ์ หาญอุตสาหะ ที่ขณะนั้นดำเนินธุรกิจขายยาได้มีการซื้อสูตรผงหอมจากหมอเหล็ง ศรีจันทร์ และเปลี่ยนชื่อร้านเป็น “ห้างขายยาศรีจันทร์สหโอสถ” โดยมีธุรกิจทางด้านเวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ และเครื่องสำอางเป็นหลัก
จนเวลาต่อมาในปี พ.ศ. 2531 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด” และเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในยุคนั้น โดยมีผงหอมศรีจันทร์ หรือแป้งพอกหน้าคุมมันเป็นสินค้ายอดนิยมท่ามกลางกลุ่มลูกค้าชาวไทย อย่างไรก็ตาม ความนิยมของผู้บริโภคได้ถดถอยไปตามกาลเวลา ผงหอมศรีจันทร์กล่องสีเหลืองฟ้าอันคุ้นตากลายเป็นเพียงที่รู้จักของคนรุ่นเก่า
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2549 คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ทายาทรุ่นที่ 3 ได้เข้ามาบริหารธุรกิจครอบครัวและเริ่มการพลิกฟื้นองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยเจตนารมณ์ที่อยากเห็นธุรกิจเก่าแก่ของครอบครัวเติบโตและเป็นที่รู้จักในระดับสากล สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ณ ขณะนั้นที่มีแนวโน้มในการเติบโตเพิ่มขึ้นทั่วโลก
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขององค์กรเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2557 จากผงหอมศรีจันทร์ที่มีประวัติอันยาวนานกว่า 66 ปี ได้รีแบรนด์เป็น “แบรนด์ศรีจันทร์”
 โดยการพัฒนาสูตรให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพเทียบเท่าเครื่องสำอางระดับโลก การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์องค์กร รวมถึงรีแบรนด์บรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย และการทำการตลาดในช่องทางใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกันก็พยายามรักษากลุ่มลูกค้าเดิมไปด้วย
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ “ศรีจันทร์” กลับมาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาดอีกครั้ง แม้จะผ่านมากว่า 78 ปี ทุกวันนี้ชื่อของศรีจันทร์
สามารถกลับมาครองใจผู้บริโภคได้ ด้วยรูปลักษณ์อันทันสมัย พร้อมคุณภาพระดับสากล แต่ยังมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าที่เหมาะกับผิวชาวไทย
และขยายความหลากหลายของสินค้า ให้มีมากกว่าเครื่องสำอางเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตของคนยุคใหม่
เส้นทางจากร้านขายยาขนาดเล็กในอดีตมาสู่องค์กรระดับประเทศ นับว่าเป็นเส้นทางอันยาวไกล แต่เรายังมุ่งมั่นพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อไป ในฐานะแบรนด์เครื่องสำอางคุณภาพของคนไทยเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.