เลิกงงในดงสกินแคร์ MizuMi นำร่อง T-Beauty เปิดตัว “MiMi AI Beauty Advisor” ปรึกษาาเรียลไทม์ผ่าน AI Technology พูดได้ 3 ภาษา
Health & Beauty

เลิกงงในดงสกินแคร์ MizuMi นำร่อง T-Beauty เปิดตัว “MiMi AI Beauty Advisor” ปรึกษาาเรียลไทม์ผ่าน AI Technology พูดได้ 3 ภาษา

30 มิ.ย. 2026
เชื่อว่าในชีวิตของสาว ๆ หลายคน ต้องมีครั้งหนึ่งที่ไปยืนงงอยู่หน้าเคาน์เตอร์เวชสำอาง ท่ามกลางสกินแคร์มากมาย แต่ไม่รู้ว่าตัวไหนที่จะเหมาะกับผิวของเรา
ซึ่งปัญหานี้ MizuMi ในฐานะแบรนด์สกินแคร์ไทยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนวัตกรรม ก็ได้คิดค้นโซลูชันช่วยผู้บริโภค ด้วยการเปิดตัว “MiMi AI Beauty Advisor”
แช็ตบอตอัจฉริยะที่เข้ามายกระดับประสบการณ์การเลือกซื้อสกินแคร์ให้ง่ายขึ้น โดยตอนนี้ทุกคนสามารถสแกน QR Code ใช้งานได้ที่หน้าชั้นวางสินค้าของ MizuMi ในบิวตีสตอร์สาขาที่ร่วมรายการ
แล้ว MiMi AI Beauty Advisor จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของผู้บริโภคอย่างเราได้อย่างไรบ้าง ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ที่ผ่านมาเวลาที่เราจะเลือกซื้อสกินแคร์สักชิ้น หลายคนมักจะเริ่มต้นจากการอ่านรีวิวโซเชียลมีเดียเพื่อศึกษาข้อมูลไปก่อนล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องไปยืนเคว้งที่หน้าร้าน
แต่หากต้องการคำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ผู้บริโภคก็มักต้องสอบถามพนักงานขาย หรือ Beauty Advisor ภายในร้าน แต่ก็ใช่ว่าทุกที่จะมีพนักงานสแตนด์บายให้ข้อมูลได้อย่างทั่วถึง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ MizuMi ตัดสินใจนำ AI เข้ามาช่วย และเปิดตัว “MiMi AI Beauty Advisor” แช็ตบอตที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และแนะนำสินค้าที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานรายคนได้แบบเรียลไทม์
โดยสามารถไปสแกน QR Code ใช้งานน้อง MiMi ได้ที่ชั้นวางสินค้าของ MizuMi ในบิวตีสตอร์บางสาขา ที่ตอนนี้ถูกพัฒนาให้กลายเป็น Smart Beauty Consultation Point จุดให้คำปรึกษาด้านความงามอัจฉริยะ
แล้วน้อง MiMi AI Beauty Advisor ทำอะไรได้บ้าง ?
1. MiMi สามารถโต้ตอบคำถามทั่วไป โดยเราสามารถถามรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า ส่วนผสม สูตร หรือคุณสมบัติต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์​ MizuMi
หรือหากไม่รู้จะเริ่มตรงไหน สามารถเล่าปัญหาผิวหรือสภาพผิวที่เผชิญอยู่ เช่น เป็นสิว ผิวแห้งในวัย 40 ปี จากนั้น AI ก็จะช่วยคัดผลิตภัณฑ์ของ MizuMi ที่เหมาะสมที่สุด พร้อมบอกวิธีใช้งานอย่างละเอียด
2. MiMi รองรับการส่งรูปภาพเข้ามาประกอบการสอบถาม ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปสินค้าที่มีอยู่เพื่อถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือจะส่งรูปปัญหาผิวจริงของเราเพื่อให้ AI ช่วยวิเคราะห์
ซึ่งหลังจากประมวลผลแล้ว AI ก็จะแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ พร้อมสรุปจุดเด่น สรรพคุณ และวิธีใช้แบบ Interactive เพื่อให้เราเข้าใจผลิตภัณฑ์ได้ง่ายที่สุด
3. ใช้งานผ่านปุ่มคำถามทางลัด หรือ Bubble Shortcut เพื่อเลือกหัวข้อที่สนใจอย่างรวดเร็ว เช่น ให้แนะนำกันแดดหน้า กันแดดตัว มาสก์หน้า หรือสูตรสำหรับผิวแพ้ง่าย
เมื่อเลือกกดหัวข้อที่สนใจแล้ว น้อง MiMi ก็จะแนะนำสินค้ายอดฮิตมาให้ แล้วเราก็สามารถกดดูข้อมูลเชิงลึกผ่านลูกเล่นอย่าง Flip Card สลับการ์ดดูหน้า-หลัง หรือกดขยายรูปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ที่สำคัญคือทุกคำตอบของน้อง MiMi ผู้ใช้งานสามารถกดถูกใจ หรือไม่ถูกใจได้ ระบบจะนำข้อมูลส่วนนี้ไปปรับปรุงและพัฒนาการตอบคำถามของน้อง MiMi ให้แม่นยำและตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้นในอนาคต
และทั้งหมดนี้ คือความสามารถของน้อง MiMi ที่ตอนนี้ ทุกคนสามารถไปลองใช้ได้ที่หน้าชั้นวางสินค้าของ MizuMi ได้ที่บิวตีสตอร์บางสาขาที่เข้าร่วมรายการ
สุดท้ายต้องชื่นชมว่านี่คือการเดินเกมกลยุทธ์ที่น่าสนใจของ MizuMi เพราะสามารถยกระดับ Customer Experience ได้อย่างตรงจุด
แทนที่จะปล่อยให้ลูกค้ายืนเลือกอย่างโดดเดี่ยว แบรนด์กลับดึงเทคโนโลยีมาช่วยปิดการขายและให้ข้อมูลที่ลูกค้าต้องการได้ทันที ณ จุดขาย แถมจุดนี้ยังเป็นกลยุทธ์ที่ถูกใจคนรุ่นใหม่สาย Introvert ที่รู้สึกกระอักกระอ่วนกับการมี BA เข้ามาขายสินค้าโดยตรง ทำให้เลือกซื้อสินค้าได้อย่างสบายใจมากขึ้น
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ การคิดเผื่อไปถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ด้วยการทำให้น้อง MiMi รองรับถึง 3 ภาษา ทั้งไทย อังกฤษ และจีน
ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย และต้องการช็อปปิงสกินแคร์ไทยกลับไป แต่มักติดปัญหาเรื่องการสื่อสารกับพนักงานหน้าร้าน
ต่อไปสามารถถาม “MiMi AI Beauty Advisor” เองได้เลย
ที่จุดวางสินค้า MizuMi ในร้านค้าชั้นนำ Watsons, EVEANDBOY และ Beautrium
หรือที่ลิงก์นี้ https://mizumibeautyadvisor.com/
ซึ่งก็คงเป็นอีกข้อพิสูจน์แล้วว่านอกจากจะเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจคุณภาพแล้ว MizuMi ก็ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบประสบการณ์ของลูกค้าในทุกขั้นตอนของ Customer Journey อีกด้วย..
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.