Lotus Bakeries บริษัท 3 แสนล้าน ผู้ผลิต Biscoff ที่มีคนรู้สูตรลับบิสกิตแค่ 6 คน
Business

Lotus Bakeries บริษัท 3 แสนล้าน ผู้ผลิต Biscoff ที่มีคนรู้สูตรลับบิสกิตแค่ 6 คน

29 ก.ค. 2026
Lotus Bakeries บริษัท 3 แสนล้าน ผู้ผลิต Biscoff ที่มีคนรู้สูตรลับบิสกิตแค่ 6 คน /โดย ลงทุนเกิร์ล
รู้ไหมว่า Lotus Bakeries เจ้าของแบรนด์บิสกิต Biscoff อายุเกือบ 100 ปี ที่หลายคนเคยเห็นตามส่วนผสมในขนมตามร้านคาเฟ หรือชั้นวางสินค้าพรีเมียม เป็นหนึ่งในหุ้นที่ทำผลงานได้โดดเด่น
และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Lotus Bakeries ปรับตัวขึ้นมาประมาณ +118% ซึ่งในบางช่วงเวลาสามารถสร้างผลตอบแทนชนะหุ้นเติบโตยอดฮิตอย่าง Novo Nordisk, ASML หรือ Hermès ได้
อะไรคือกลยุทธ์ของ Lotus Bakeries ? 
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของบิสกิตในตำนานเกิดขึ้นในปี 1932 หรือเมื่อ 94 ปีที่แล้ว โดยคุณ Jan Boone Sr. เชฟขนมหวานชาวเบลเยียม 
คุณ Boone ได้ทำขนม Speculoos หรือ บิสกิตกรอบผสมเครื่องเทศ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ชาวเบลเยียมและชาวดัตช์ ในสูตรของตัวเองมาขาย
โดยจะเป็นบิสกิตคาราเมล ที่มีรสชาติของซินนามอนที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทานคู่กับกาแฟแล้วเข้ากันมาก ๆ และตั้งชื่อแบรนด์ว่า Lotus Bakeries เพื่อสื่อถึงความบริสุทธิ์แบบดอกบัว 
เพราะขนมของเขาเน้นส่วนผสมธรรมชาติ ไม่ได้แต่งเติมอะไรมากมาย Speculoos สูตรของคุณ Boone เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนปี 1956 เกิดเป็นเครื่องหมายการค้า “Biscoff” ที่เกิดจากการนำคำว่า Biscuit กับคำว่า Coffee มารวมกันนั่นเอง
ต่อมาในปี 1974 ตระกูล Boone ได้จับมือกับตระกูล Stevens เจ้าของ Corona ร้านเบเกอรีชื่อดังในเบลเยียม ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้ Lotus Bakeries มีสินค้าที่หลากหลายขึ้น
Lotus Bakeries ได้เติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านกลยุทธ์ทั้ง
- การขยายไปตลาดต่างประเทศ
ด้วยอายุการเก็บรักษาที่นาน และการผลิตที่มีขั้นตอนน้อย ทำให้การส่งออก Biscoff ไปขายยังประเทศอื่นไม่ใช่เรื่องยากมากนัก
โดยเริ่มจากการขยายสู่ตลาดเอเชียในยุค 80 ตามมาด้วยการขยายไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งกลายมาเป็นตลาดหลักของ Lotus Bakeries มาจนถึงทุกวันนี้
- การขยายกลุ่มสินค้าของ Biscoff
นอกจากสินค้าขายดีอย่างบิสกิต Biscoff แล้ว Lotus Bakeries ยังออกสินค้าอื่นในไลน์เดียวกัน เช่น สเปรด ไอศกรีม และแซนด์วิชคุกกี้ รวมถึงการ Collab กับแบรนด์ดังอื่น ๆ ทำเมนูพิเศษ เช่น McDonald's, KitKat และ Krispy Kreme
- แตกแบรนด์ใหม่และซื้อกิจการอื่นเข้ามา
หลังจาก Biscoff ประสบความสำเร็จ Lotus Bakeries ก็มีทั้งการเปิดแบรนด์ใหม่ของตัวเอง เช่น Suzy waffles รวมถึงการซื้อกิจการของแบรนด์อื่น เช่น ขนมปังขิงแบรนด์ Annas หรือขนมเพื่อสุขภาพแบรนด์ nākd และ TREK ซึ่งทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดย Lotus Bakeries จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์บรัสเซลส์ มาตั้งแต่ปี 1988 และตอนนี้มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 333,200 ล้านบาท
โดยวันนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Lotus Bakeries มากกว่า 50% ยังคงเป็นตระกูล Boone และตระกูล Stevens 
ทีนี้เราลองมาดู ผลประกอบการย้อนหลังของ Lotus Bakeries ในช่วงที่ผ่านมา
ปี 2023 รายได้ 40,527 ล้านบาท กำไร 4,942 ล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 47,027 ล้านบาท กำไร 5,834 ล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 51,997 ล้านบาท กำไร 6,586 ล้านบาท 
การเติบโตในช่วงไม่กี่ปีมานี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะช่องทาง TikTok ที่ล่าสุดมีเมนู “ชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น” ที่ใช้ Biscoff มาเป็นตัวเพิ่มมิติทางรสชาติและเทกซ์เชอร์ความกรุบกรอบ  
จนทำให้ขนมที่มีส่วนผสมของ Biscoff เป็นที่นิยม และเปลี่ยนจากแบรนด์อายุเกือบ 100 ปี ให้กลายมาเป็นขนมที่กลุ่ม Gen Z ชื่นชอบ 
ซึ่งแน่นอนว่าการเป็นไวรัลนี้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของบริษัท แต่ Lotus Bakeries ก็เปลี่ยนเรื่องบังเอิญนี้ ให้กลายมาเป็นโอกาส 
โดยเพิ่มงบการตลาดทางช่องทาง TikTok รวมถึงการ Collab กับแบรนด์ระดับโลกเลยทำให้ผลประกอบการของ Lotus Bakeries เติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับสัดส่วนรายได้หลักของ Lotus Bakeries
- 57% มาจาก สินค้าภายใต้แบรนด์ Biscoff
- 25% มาจาก สินค้ากลุ่มขนม Healthy เช่น แบรนด์ nākd, BEAR, TREK, Kiddylicious, Peter's Yard
- 18% มาจาก สินค้าแบรนด์อื่น ๆ เช่น Lotus, Annas
จะเห็นว่าสิ่งที่ทำให้ Lotus Bakeries เจ้าของขนมบิสกิต Biscoff ขายดีมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งที่มีอายุเกือบ 100 ปี เกิดจากการขยายธุรกิจไปหลากหลายประเทศ 
การซื้อกิจการขนมเข้ามาเพื่อเสริมทัพธุรกิจขนมให้แข็งแกร่ง ไปจนถึงการคว้าโอกาสที่มาพร้อมกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ ทำให้ Biscoff ยังเป็นแบรนด์บิสกิตยอดฮิตจนถึงตอนนี้
แต่อีกสิ่งสำคัญที่ทำให้ Biscoff เป็นแบรนด์บิสกิตยอดฮิตที่หลายคนนึกถึง ก็คือ รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์
ซึ่งตอนนี้มีเพียง 6 คนเท่านั้น ที่รู้สูตรลับของ Biscoff..
References :
- Lotus Bakeries, Ft, Brusselstimes
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.