
Business
เส้นทาง Yayoi Kusama จากเด็กสาวผู้เจ็บปวดจากภาพหลอน สู่ศิลปินผู้สร้างจักรวาลลายจุด
27 ส.ค. 2026
เส้นทาง Yayoi Kusama จากเด็กสาวผู้เจ็บปวดจากภาพหลอน สู่ศิลปินผู้สร้างจักรวาลลายจุด /โดย ลงทุนเกิร์ล
ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความใจหายให้คนทั่วโลก เมื่อคุณ Yayoi Kusama เจ้าแม่ลายจุด ศิลปินหญิงทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค ได้จากไปอย่างสงบในวัย 97 ปี เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา
หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพคุณป้าผมสีส้มสุดเปรี้ยว และผลงานฟักทองลายจุดที่สร้างมูลค่ามหาศาล
แต่รู้ไหมว่า เบื้องหลังลายจุดที่คนทั้งโลกหลงรัก คือการต่อสู้กับบาดแผลในจิตใจและการคัดค้านจากครอบครัวมาตลอดชีวิต
เส้นทางชีวิตของคุณ Kusama จะเป็นอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
คุณ Kusama เกิดในวันที่ 22 มีนาคม 1929 อาศัยอยู่ในเมืองมัตสึโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น
ตั้งแต่เด็ก เธอก็มีความฝันว่าอยากเป็นศิลปิน และชอบถือสมุดไปวาดรูปในสวน
จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณ Kusama ในวัยเด็กก็เริ่มเห็นภาพหลอนของดอกไม้ที่พูดได้ ทำให้เธอตกใจกลัว และกลายเป็นความหวาดกลัวที่หลอกหลอนเธอตลอดมา ซึ่งเรื่องนี้ดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอ
แม้ว่าคุณ Kusama จะเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะ แต่กลับเป็นครอบครัวที่เต็มไปด้วยปัญหา เพราะพ่อของเธอนอกใจแม่ ส่วนแม่ของเธอมักจะใช้ให้เธอไปสืบดูพ่อ และทำร้ายร่างกายเธอเพื่อระบายอารมณ์
นอกจากนั้น แม่ของเธอยังไม่พอใจที่เธอวาดรูป ทั้งแย่งผลงานจากมือเธอ และฉีกทำลายทิ้ง
เพราะสมัยนั้น ผู้หญิงถูกตั้งความหวังว่า จะต้องแต่งงานและมีลูก ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นคู่ที่ผู้ใหญ่เลือกให้ ไม่ได้เกิดจากความรัก
คุณ Kusama จึงถูกบังคับให้เรียนการบ้านการเรือน เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว และแต่งงานกับคนที่แม่หาให้
อย่างไรก็ตาม คุณ Kusama ยังคงวาดภาพต่อไป โดยเฉพาะการวาดสิ่งที่เธอเห็นจากภาพหลอน เนื่องจากเธอรู้สึกว่านี่เป็นการช่วยให้เธอผ่อนคลายจากอาการตกใจกลัวได้
ลวดลายเหล่านี้เอง ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ในงานศิลปะของคุณ Kusama
อย่างประติมากรรมฟักทองขนาดใหญ่ของเธอ ที่ขายได้ราคาสูงถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก็เกิดมาจากรูปวาดของเธอในวัย 11 ปีที่เห็นฟักทองพูดได้ ขณะที่เธอกำลังเก็บผลของมันกับคุณตา
ในปี 1958 คุณ Kusama ตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดเพื่อหนีปัญหาทุกอย่างไปที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
ตอนนั้นความรู้ภาษาอังกฤษของเธอน้อยมาก ประกอบกับมีเงินติดตัวไม่เท่าไร ชีวิตในช่วงแรกของคุณ Kusama จึงยากลำบากมาก
การเดินทางมาสหรัฐอเมริกาในครั้งนั้น จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะในสมัยนั้นวงการศิลปะของนิวยอร์กครองโดยศิลปินชาย พูดให้เห็นภาพก็คือ ไม่ค่อยมีใครยอมแสดงและขายผลงานของศิลปินหญิง
นอกจากนั้น คุณ Kusama ต้องทนจากการถูกแอบอ้าง และเลียนแบบผลงาน จากเพื่อนศิลปินชายของเธออยู่หลายครั้ง
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เธอเคยตัดสินใจจะจบชีวิต แต่โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือทันเวลา และด้วยการสนับสนุนของคนรอบตัว เธอจึงมีกำลังใจกลับมาสู้อีกครั้ง
หลังจากนั้น เธอเริ่มแสดงผลงานตามสถานที่ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นงาน Venice Biennale, Central Park รวมถึงชั้นล่างของพิพิธภัณฑ์ MoMA ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการแสดงผลงานเพื่อเรียกร้องเรื่องสันติภาพ
อย่างไรก็ตาม ผลงานบางชิ้นของเธอมีความล่อแหลมทางเพศ ทำให้เกิดเป็นเรื่องอื้อฉาว และถูกครอบครัวกล่าวหาว่า ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
ภาพหลอนเริ่มกลับมาหลอกหลอนคุณ Kusama ด้วยความเครียด ประกอบกับการเดินทางกลับบ้านเกิด ทำให้คุณ Kusama คิดจะจบชีวิตอีกครั้ง
โชคดีที่เธอยังมีความคิดอยากจะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อไป คุณ Kusama จึงตัดสินใจเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลทางจิตเวช
ด้วยสภาพแวดล้อมที่สงบภายในโรงพยาบาล ทำให้คุณ Kusama สามารถกลับมาสร้างสรรค์ผลงานได้อีกครั้ง โดยการเผชิญหน้ากับเรื่องราวในอดีต และระบายมันออกมาผ่านงานศิลปะ
ซึ่งที่ผ่านมา เธอได้จัดนิทรรศการที่ประสบความสำเร็จ มานับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
รวมถึงปัจจุบัน เธอมีพิพิธภัณฑ์เป็นของตัวเองด้วย
หนึ่งในผลงานของเธอสามารถขายได้สูงถึง 7.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของศิลปินหญิงที่ยังมีชีวิตอยู่
อีกทั้งยังเคยร่วมงานกับแบรนด์ดัง ๆ ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Lancôme, Marc Jacobs ไปจนถึงแบรนด์รถยนต์ Audi
เรียกได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เธอไม่ได้หยุดเดินบนเส้นทางศิลปะ และยังคงสร้างสรรค์ผลงานต่อไปเรื่อย ๆ
ปิดท้ายด้วยคำพูดของคุณ Kusama ที่อาจจะเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังต่อสู้ในจุดยืนของตัวเองอยู่
“ฉันตัดสินใจจะถ่ายทอดความคิดผ่านงานศิลปะ และจะทำต่อไป จนฉันหมดลมหายใจ แม้ว่าจะไม่มีใครเห็นงานของฉันก็ตาม”
วันนี้ความพยายามของคุณ Kusama ก็บรรลุผลแล้ว และผลงานของเธอกำลังถูกจับจ้องด้วยสายตาของคนนับล้านทั่วโลก..
ลงทุนเกิร์ลขอไว้อาลัยกับการจากไปของคุณ Yayoi Kusama
Rest In Peace