เบื้องหลัง “norda” รองเท้าวิ่งเทรล ราคาแตะหลักหมื่น ที่คนยอมจ่าย
Business

เบื้องหลัง “norda” รองเท้าวิ่งเทรล ราคาแตะหลักหมื่น ที่คนยอมจ่าย

9 ก.ย. 2026
เบื้องหลัง “norda” รองเท้าวิ่งเทรล ราคาแตะหลักหมื่น ที่คนยอมจ่าย /โดย ลงทุนเกิร์ล
ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้หลายคนลุกขึ้นมาออกกำลังกาย ก็คือโอกาสในการจัดเต็มแฟชั่น Outdoor ตั้งแต่แว่นตา เสื้อผ้า ไปจนถึงรองเท้า
และหนึ่งในแบรนด์รองเท้าที่หลาย ๆ คนจดไว้ใน Wishlist และถูกพูดถึงอย่างมากในตอนนี้ ก็คือ “norda” รองเท้าวิ่งเทรล ที่บางรุ่นมีราคาสูงแตะหลักหมื่นบาท
คำถามคือทำไมคนถึงยอมจ่ายแพงขนาดนั้น ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
norda เป็นแบรนด์สัญชาติแคนาดา ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2020 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2021 โดยสองสามีภรรยานักวิ่งอย่างคุณ Nick และคุณ Willa Martire
ด้วยความที่ทั้งคู่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมรองเท้ามานาน จึงมีความฝันว่า “อยากทำรองเท้าวิ่งเทรลที่ดีที่สุดในโลก” ทั้งใส่สบาย มีประสิทธิภาพสูง และยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ยอมลดสเปกหรือตัดลดต้นทุน
จนกระทั่งช่วงเกิดวิกฤติโควิด-19 ทั้งคู่จึงอาศัยจังหวะนี้ดึงคอนเน็กชันในวงการรองเท้าที่สั่งสมมาทั้งชีวิต นัดประชุม Zoom กับทั้งนักกีฬา ช่างฝีมือ และผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุทั่วโลก เพื่อท้าทายขีดจำกัดเดิม ๆ ในการทำรองเท้า
สุดท้าย พวกเขาก็ฉีกทุกกฎด้วยการจับ 2 วัสดุระดับโลกมาผสานไว้ในรองเท้าคู่เดียว ซึ่งจะกลายเป็นนวัตกรรมสำคัญที่สร้างชื่อให้ norda โด่งดังมาจนถึงตอนนี้
แก้ปัญหารองเท้าขาดง่ายด้วย Bio-Dyneema®
รองเท้าวิ่งเทรลทั่วไปมักจะพังหรือขาดตรงผ้า Upper ก่อนเสมอ เมื่อโดนกิ่งไม้ หิน หรือขอบปูนบาด
norda จึงเลือกใช้ Bio-Dyneema® เส้นใยสังเคราะห์ที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแรงกว่าเหล็กถึง 15 เท่า แต่เบาจนลอยน้ำได้ และมักถูกนำไปใช้ทำเสื้อเกราะกันกระสุน เชือกสมอเรือบรรทุกน้ำมัน และอุปกรณ์ปีนเขาระดับโปร
นำมาทอเป็น Upper แบบชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ทำให้ได้ทั้งความทนทาน น้ำหนักที่เบา ไม่ซึมน้ำ และไร้รอยต่อที่จะฉีกขาดง่ายจากตะเข็บ
พัฒนาพื้นรองเท้าสูตรพิเศษร่วมกับ Vibram®
นอกจาก Upper ที่แข็งแกร่งแล้ว รองเท้าเทรลที่ดีต้องยึดเกาะดี และไม่เป็นภาระกับนักวิ่ง
norda จึงจับมือกับ Vibram® ผู้ผลิตพื้นรองเท้าชั้นนำจากอิตาลี เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นรองเท้าขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเฉพาะแบรนด์ตัวเอง โดยโจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้พื้นรองเท้าเบาลง แต่ยึดเกาะได้ดีขึ้น เพราะโดยทั่วไป ยางที่เกาะพื้นดีมักจะมีน้ำหนักมาก
norda จึงนำเทคโนโลยี Vibram Litebase® มาช่วยลดน้ำหนักของฐานพื้นลงถึง 30% ควบคู่กับการใช้ยาง Vibram Megagrip® ที่ขึ้นชื่อเรื่องการยึดเกาะสูงสุดทั้งบนพื้นเปียก ลื่น และพื้นแห้ง
พร้อมออกแบบวางตำแหน่งปุ่มยางขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ทำงานร่วมกับรูปเท้าและโครงสร้างรองเท้าอย่างสมบูรณ์แบบ
ผลลัพธ์ที่ได้คือ รองเท้าผ่านการทดสอบจริงจากผู้ก่อตั้ง บนเส้นทางเทรลรอบเมืองมอนทรีออล ในประเทศแคนาดา
โดยสามารถทนทานต่อสภาพอากาศสุดขั้วตั้งแต่ติดลบ -35°C ไปจนถึงร้อนจัด +35°C และใส่วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานรองเท้าเทรลทั่วไปที่ใส่วิ่งได้ราว 400-500 กิโลเมตร
จนในปี 2025 เว็บไซต์วิ่งของฝรั่งเศส Jolie Foulée ได้ขนานนามรองเท้าคุณภาพสูง น้ำหนักเบา และทนทานของ norda ว่าเป็น “Lamborghini แห่งการวิ่งเทรล” เลยทีเดียว
และสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือดิไซน์ที่ผสานแฟชั่นและฟังก์ชันอย่างลงตัว เพราะ norda เลือกที่จะไม่ใส่โลโกขนาดใหญ่ หรือลวดลายฉูดฉาดแบบรองเท้าสปอร์ตทั่วไป
แต่เน้นรูปทรงที่คลีน ๆ เรียบหรู ที่สำคัญคือเน้นใช้โทนสีธรรมชาติกับรองเท้า
ซึ่งสิ่งนี้ผู้ก่อตั้งได้แรงบันดาลใจมาจากปรัชญาดิไซน์ของกล้อง Leica ที่เน้นความเรียบหรู เหนือกาลเวลา และปล่อยให้คุณภาพของวัสดุเป็นตัวพูดแทน
รองเท้าของ norda จึงสามารถแมตช์กับเสื้อผ้าได้หลากหลาย ทั้งสายสตรีตแวร์ สไตล์ Gorpcore รวมไปถึงใส่ในชีวิตประจำวันได้ง่าย ๆ จนได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มนักวิ่งเทรลและสายแฟชั่น
จากข้อมูลของ Yahoo Finance เผยว่า อัตราการเติบโตด้านยอดขายในช่วง 5 ปีแรกของ norda นั้นพุ่งแรง ใกล้เคียงกับผลงานช่วง 5 ปีแรกของแบรนด์เปลี่ยนโลกอย่าง HOKA และ On Running รวมกันเลยเดียว
แถมยังใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี ปักหมุดในร้านรีเทลและแฟชั่นไฮเอนด์ระดับโลก ทั้ง Kith, END. Clothing, SSENSE, Mr Porter และ Dover Street Market ได้สำเร็จ
ความฮอตนี้ ยังไปเตะตา Ermenegildo Zegna Group กลุ่มทุนแฟชั่นระดับโลก เจ้าของเดียวกับ Thom Browne และ Tom Ford จนตัดสินใจเข้าถือหุ้น 25% ของ norda ในปี 2023 พร้อมข้อตกลงเปิดทางให้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นได้ในอนาคต
และล่าสุด เดือนธันวาคม ปี 2025 ประกาศใช้สิทธิ์เพิ่มเงินลงทุนอีก 7.5% ส่งผลให้ Zegna ขยับสัดส่วนการถือหุ้นรวมใน norda เพิ่มขึ้นเป็น 32.5%
เรื่องราวของ norda จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ในยุคที่ผู้บริโภคมองหาทั้งประสิทธิภาพและคุณค่า สินค้าจะราคาเท่าไร อาจไม่ใช่คำถามแรกอีกต่อไป
เพราะหากแบรนด์ตอบโจทย์ได้ครบทั้งนวัตกรรม ดิไซน์ และปรัชญา “Buying less, not more” ผู้บริโภคยุคใหม่ก็พร้อมจะควักเงินจ่าย เพื่อแลกกับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ..
References :
norda, Yahoo Finance, Urbanindustry
© 2026 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.