
Lifestyle
จาก “เจอไอเทมที่ใช่” สู่ “เจอคนที่ชอบเหมือนกัน” 15 ปี BEAUTRIUM กับ Beauty Story ที่พาเรามาเจอกัน
8 ต.ค. 2026
เคยไหม เวลาเจอ Beauty Item ที่ถูกใจมาก ๆ เรามักนึกถึงใครสักคนขึ้นมาทันที
ลิปสีนี้เพื่อนน่าจะชอบ
สกินแคร์ตัวนี้น่าจะเหมาะกับคนที่กำลังมีปัญหาผิวแบบเดียวกัน
หรือน้ำหอมกลิ่นนี้ ถ้ามีใครอยู่ข้าง ๆ ก็คงอยากยื่นให้ลองดม
สกินแคร์ตัวนี้น่าจะเหมาะกับคนที่กำลังมีปัญหาผิวแบบเดียวกัน
หรือน้ำหอมกลิ่นนี้ ถ้ามีใครอยู่ข้าง ๆ ก็คงอยากยื่นให้ลองดม
น่าสนใจว่า ทั้งที่ Beauty เป็นเรื่องของความชอบเฉพาะตัว แต่หลายครั้งสิ่งที่เราชอบกลับไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเรา เพราะยิ่งเจอของที่ใช่ ก็ยิ่งอยากเล่า อยากแนะนำ หรืออยากให้ใครอีกคนได้ลองเหมือนกัน
ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา BEAUTRIUM เติบโตมาพร้อมกับโลก Beauty ที่เปลี่ยนแปลงไป
จากวันที่การค้นหาสินค้าใหม่ ๆ ยังมีช่องทางไม่มากนัก
สู่วันที่ความงามกลายเป็นทั้งเรื่องของตัวตน บทสนทนา
และพื้นที่ให้คนที่มีความชอบคล้ายกันได้มาเชื่อมโยงกัน
สู่วันที่ความงามกลายเป็นทั้งเรื่องของตัวตน บทสนทนา
และพื้นที่ให้คนที่มีความชอบคล้ายกันได้มาเชื่อมโยงกัน
แล้วตลอดช่วงเวลานี้ Beauty เปลี่ยนไปอย่างไร และอะไรทำให้เรื่องของความสวยค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องที่เชื่อมคนเข้าหากัน ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน วิธีที่คนส่วนใหญ่รู้จักเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ใหม่ ๆ ยังมีช่องทางไม่มากเท่าปัจจุบัน
เราอาจรู้จักสินค้าจากโฆษณา จากเคาน์เตอร์ จากแบรนด์ที่คุ้นเคย หรือจากเพื่อนที่ใช้แล้วบอกว่าดี
ภาพของ Beauty Shopping ในช่วงนั้นจึงยังผูกกับหน้าร้านค่อนข้างมาก
เห็นได้จากงานวิจัยเกี่ยวกับผู้ซื้อเครื่องสำอางในกรุงเทพฯ ช่วงปี 2012-2013 ซึ่งพบว่า
สถานที่ซื้อเครื่องสำอางหลักของกลุ่มตัวอย่างคือเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า
ขณะที่สื่อโฆษณาและกระแสจากศิลปินเกาหลีก็มีส่วนต่อการรับรู้และตัดสินใจซื้อ
สถานที่ซื้อเครื่องสำอางหลักของกลุ่มตัวอย่างคือเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า
ขณะที่สื่อโฆษณาและกระแสจากศิลปินเกาหลีก็มีส่วนต่อการรับรู้และตัดสินใจซื้อ
ในช่วงเวลานั้น แนวคิด “ONE PLACE, MANY BEAUTY” ของ BEAUTRIUM
คือการรวบรวมสินค้า Makeup, Skincare, Hair, Body, Perfume และผลิตภัณฑ์ความงามหลากหลายประเภทไว้ในที่เดียว เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงตัวเลือกที่หลากหลายได้สะดวกขึ้น
คือการรวบรวมสินค้า Makeup, Skincare, Hair, Body, Perfume และผลิตภัณฑ์ความงามหลากหลายประเภทไว้ในที่เดียว เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงตัวเลือกที่หลากหลายได้สะดวกขึ้น
แต่วันนี้ แค่เลื่อนฟีดในโซเชียลมีเดียไม่กี่นาที ก็มีทั้งสินค้าใหม่ เทรนด์ใหม่ และแบรนด์จากหลายประเทศผ่านเข้ามาให้เห็นแทบตลอดเวลา
สิ่งที่เปลี่ยนจึงไม่ใช่แค่จำนวนตัวเลือก แต่รวมถึงวิธีคิดก่อนเลือกซื้อด้วย
เมื่อก่อนเราอาจเริ่มจากคำถามว่า ช่วงนี้อะไรฮิต แต่วันนี้หลายคนอยากรู้ละเอียดกว่านั้น ทั้งส่วนผสมเหมาะกับผิวไหม สีนี้เข้ากับเราหรือเปล่า หรือถ้าเป็นน้ำหอม กลิ่นนี้สะท้อนบุคลิกแบบที่เราชอบหรือไม่

ภาพนี้ยิ่งชัดขึ้นเมื่อมองพฤติกรรมของผู้บริโภคไทยในช่วงหลัง
ข้อมูลจาก Kantar Thailand พบว่า
ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพผิวและประสิทธิภาพของสินค้ามากขึ้น ขณะเดียวกันก็พร้อมเปิดรับและทดลองแบรนด์ใหม่ ๆ มากกว่าเดิม
ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพผิวและประสิทธิภาพของสินค้ามากขึ้น ขณะเดียวกันก็พร้อมเปิดรับและทดลองแบรนด์ใหม่ ๆ มากกว่าเดิม
สอดคล้องกับข้อมูลของ Mintel ที่พบว่า ผู้บริโภคไทยราว 48% มีแนวโน้มที่จะลอง Beauty Brand ใหม่ ๆ
จึงไม่น่าแปลกที่วันนี้ บนโต๊ะเครื่องแป้งของคนหนึ่งคนอาจมีทั้ง K-Beauty, J-Beauty, C-Beauty, T-Beauty ไปจนถึง Local, Indie หรือ Niche Brand วางอยู่ด้วยกัน เพราะสิ่งที่สำคัญอาจไม่ใช่ว่าแบรนด์นั้นมาจากไหน หรือเป็นแบรนด์ที่คุ้นเคยแค่ไหน แต่คือมันตอบโจทย์เราได้หรือเปล่า
เมื่อมีตัวเลือกมากขึ้น วิธีเลือก Beauty ของแต่ละคนจึงยิ่งต่างกันออกไป เพราะของที่ใช่ก็อาจเปลี่ยนไปตามความชอบ สภาพผิว หรือแม้แต่อารมณ์และช่วงเวลาของชีวิต
จากจุดแข็งของ Multi-brand Store ที่รวบรวมสินค้าหลายประเภท
BEAUTRIUM จึงค่อย ๆ พัฒนาบทบาทสู่การเป็น Trend Destination
ให้ลูกค้าเข้ามาเดินชม ค้นหา ทดลอง และเลือกซื้อสินค้า ไม่ใช่เพียงแวะมาเพื่อซื้อของที่ตั้งใจไว้เท่านั้น
BEAUTRIUM จึงค่อย ๆ พัฒนาบทบาทสู่การเป็น Trend Destination
ให้ลูกค้าเข้ามาเดินชม ค้นหา ทดลอง และเลือกซื้อสินค้า ไม่ใช่เพียงแวะมาเพื่อซื้อของที่ตั้งใจไว้เท่านั้น
เพราะความต้องการด้านความงามเปลี่ยนไปได้ในแต่ละวัน บางวันเราอาจอยากแต่งหน้าจัดเต็ม แต่อีกวันขอแค่งานผิวธรรมชาติ บางคนสนุกกับการลองของใหม่อยู่เรื่อย ๆ ขณะที่อีกหลายคนพอเจอของที่เข้ากับตัวเองแล้ว ก็พร้อมใช้ชิ้นเดิมไปนาน ๆ
ตรงนี้เองที่ทำให้ความหมายของ Beauty ในวันนี้กว้างกว่าสมัยก่อนเพราะไม่ได้หมายถึงการพยายามทำให้ตัวเองเข้าใกล้ภาพแบบใดแบบหนึ่ง แต่เป็นการเลือกสิ่งที่เข้ากับชีวิตและความชอบของตัวเอง

และเมื่อ Beauty มีตัวเลือกมากขึ้น การเลือกก็ไม่ได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย เพราะต่อให้ข้อมูลสินค้าอยู่ห่างแค่ปลายนิ้ว หลายครั้ง สิ่งที่ช่วยให้เราตัดสินใจได้จริงกลับเป็นประสบการณ์จากคนอื่น
เราอาจอยากเห็นว่าลิปสีหนึ่งเมื่ออยู่บนหน้าคนจริงเป็นอย่างไร อยากฟังรีวิวจากคนที่มีสภาพผิวใกล้เคียงกัน หรือฟังใครสักคนเล่าว่าน้ำหอมกลิ่นหนึ่งให้อารมณ์แบบไหน
ประสบการณ์เหล่านี้ไม่ได้ช่วยแค่ให้เราเลือกสินค้าได้ง่ายขึ้น แต่ยังทำให้ Beauty กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนพูดคุย แลกเปลี่ยน และบอกต่อกันได้ด้วย
โดยข้อมูลจาก Mintel พบว่า ในกลุ่ม Millennials ไทย 26% มีส่วนร่วมกับการรีวิวสินค้า และ 23% มีส่วนร่วมใน Online Beauty Community
โดยข้อมูลจาก Mintel พบว่า ในกลุ่ม Millennials ไทย 26% มีส่วนร่วมกับการรีวิวสินค้า และ 23% มีส่วนร่วมใน Online Beauty Community
เมื่อวิธีค้นหาและเลือก Beauty ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ความคาดหวังที่มีต่อร้าน Beauty ก็เปลี่ยนตาม
โดยเฉพาะหลังปี 2020 ที่ E-Commerce, Social Commerce และ Marketplace เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น Customer Journey ของผู้ซื้อ Beauty ก็ไม่ได้เป็นเส้นตรงแบบ เห็นของ ไปที่ร้าน ลอง แล้วซื้อ เหมือนเดิมอีกต่อไป
ข้อมูลจาก U.S. International Trade Administration ชี้ว่า ช่วงการระบาดทำให้การซื้อของออนไลน์ในไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และปัจจุบัน Social Commerce กับ Marketplace กลายเป็นส่วนสำคัญของพฤติกรรมการซื้อออนไลน์ไปแล้ว
วันนี้เราอาจเห็นสินค้าจากคลิป ไปอ่านรีวิวต่อ แล้วกดซื้อ Online หรือเห็นรีวิวมานาน ก่อนจะตัดสินใจเดินไปลองของจริงที่ร้านก็ได้ หรือบางครั้งตั้งใจมาหาลิป แต่กลับชอบน้ำหอมกลิ่นหนึ่ง หรือมาลองสินค้าที่เคยเห็นในรีวิว แล้วได้เจออีกชิ้นที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า
พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ BEAUTRIUM ขยายการเข้าถึงจากหน้าร้านไปสู่ Website, Application, Marketplace และ Quick Commerce รวมถึง GrabMart เพื่อให้ลูกค้าค้นหาและซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้นตามช่องทางที่ตนเองเลือก ขณะเดียวกัน หน้าร้านก็ยังคงมีบทบาทในฐานะพื้นที่ให้ผู้บริโภคได้ทดลอง เปรียบเทียบ และค้นพบสินค้าใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง
ที่น่าสนใจคือ แม้วันนี้เกือบครึ่งของ Beauty Shopper ไทยจะซื้อสินค้าผ่านช่องทาง Online แล้ว แต่ข้อมูลของ Worldpanel ยังพบว่า Traffic ของร้าน Offline สูงกว่า Online ถึง 8 เท่า
สะท้อนว่า แม้ Online จะเติบโตขึ้น แต่หน้าร้านก็ไม่ได้หมดบทบาทไป
เพียงแต่บทบาทของมันกำลังเปลี่ยน
จากพื้นที่ที่คนเข้ามาเพื่อซื้อของอย่างเดียว ไปสู่พื้นที่ที่ช่วยให้คนได้ลอง เปรียบเทียบ และค้นพบของที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น
เพียงแต่บทบาทของมันกำลังเปลี่ยน
จากพื้นที่ที่คนเข้ามาเพื่อซื้อของอย่างเดียว ไปสู่พื้นที่ที่ช่วยให้คนได้ลอง เปรียบเทียบ และค้นพบของที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น
นี่คือที่มาของแนวคิด Discovery-led Retail ของ BEAUTRIUM ที่ต่อยอดจากการรวบรวมสินค้าหลากหลายประเภท ไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ช่วยให้ลูกค้าค้นพบ Beauty Item ที่เหมาะกับตัวเอง

เมื่อคนรัก Beauty มีความต้องการละเอียดและหลากหลายขึ้น สิ่งที่ BEAUTRIUM นำเสนอก็ต้องปรับตาม ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกของสินค้า หรือประสบการณ์ที่ช่วยให้ลูกค้าได้ลอง เปรียบเทียบ และค้นหาสิ่งที่เข้ากับตัวเองได้ง่ายขึ้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา BEAUTRIUM จึงไม่ได้มีแค่การเพิ่มของใหม่ ๆ ให้เลือก แต่ยังสร้างกิจกรรมที่ทำให้คนได้สัมผัสโลก Beauty ในหลายมิติมากขึ้น
อย่าง House of Perfume ที่เปิดพื้นที่ให้คนที่สนใจเรื่องกลิ่นได้เข้ามาลองและทำความรู้จักน้ำหอมมากขึ้น หรือ Asian Beauty Fest ที่พาแบรนด์ความงามจากหลายประเทศมาเจอกับผู้บริโภค รวมถึง Pop-up และ Brand Activation ต่าง ๆ ที่ทำให้คนได้สัมผัสสินค้าและพูดคุยกับแบรนด์ใกล้ชิดขึ้น



กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ประสบการณ์ Beauty ก้าวไปไกลกว่าการเลือกซื้อสินค้า เพราะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลอง ทำความรู้จักกับแบรนด์ และแลกเปลี่ยนความสนใจกับคนที่ชอบเรื่องเดียวกัน ขณะเดียวกัน แบรนด์ก็ได้ใกล้ชิดกับผู้ใช้จริงมากขึ้น
จากพื้นที่ที่รวบรวมสินค้า BEAUTRIUM จึงต่อยอดสู่การสร้างประสบการณ์ที่ทำให้คนรัก Beauty ได้ค้นพบและแบ่งปันสิ่งที่ตัวเองชอบร่วมกัน
ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา โลกของ Beauty เปลี่ยนแปลงไปมาก ตั้งแต่วิธีค้นหาสินค้า เทรนด์ความงามที่หลากหลายขึ้น ไปจนถึงช่องทางและประสบการณ์ในการเลือกซื้อ และ BEAUTRIUM ก็เติบโตมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น จากพื้นที่ที่รวบรวมสินค้าความงามหลากหลายประเภท สู่การเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ค้นพบและทดลองสิ่งที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เรื่องของความงามอาจเริ่มจากการค้นหาไอเทมที่ใช่สำหรับตัวเอง แต่เมื่อเจอสิ่งที่ชอบ เราก็มักอยากบอกต่อ แลกเปลี่ยน และแบ่งปันประสบการณ์กับคนอื่น
นี่จึงเป็นอีกความหมายของ BEAUTY BRINGS US TOGETHER ในวาระครบรอบ 15 ปีของ BEAUTRIUM ที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องราวการเติบโตของแบรนด์ แต่ยังรวมถึงผู้คนที่ได้มาพบกันผ่านความชอบในเรื่องเดียวกันตลอดเส้นทางที่ผ่านมา
#BEAUTRIUM15thAnniversary
#theBEAUTRIUM
#theBEAUTRIUM
References :
-https://kantar.turtl.co/story/2023-thailand-beauty-trends
-https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/3778
-https://worldpanelbynumerator.com/insights/report-2025-thailand-beauty-outlook
-https://worldpanelbynumerator.com/insights/beauty-pulse-channel-trends-in-thailand
-https://www.trade.gov/market-intelligence/thailand-personal-care-and-beauty-products
-https://www.mintel.com/press-centre/lack-of-loyalty-means-plenty-of-opportunities-for-thai-beauty-brands
-https://kantar.turtl.co/story/2023-thailand-beauty-trends
-https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/3778
-https://worldpanelbynumerator.com/insights/report-2025-thailand-beauty-outlook
-https://worldpanelbynumerator.com/insights/beauty-pulse-channel-trends-in-thailand
-https://www.trade.gov/market-intelligence/thailand-personal-care-and-beauty-products
-https://www.mintel.com/press-centre/lack-of-loyalty-means-plenty-of-opportunities-for-thai-beauty-brands