สรุป Cartier ตำนานแบรนด์เครื่องเพชร 173 ปี
Business

สรุป Cartier ตำนานแบรนด์เครื่องเพชร 173 ปี

19 มิ.ย. 2020
Cartier พอพูดถึงแบรนด์นี้ สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงคือ “เพชร”
ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของแบรนด์ ที่อยู่ในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ Cartier
ทั้งแหวน สร้อย กำไล และ นาฬิกา
รู้หรือไม่ว่า Cartier มีประวัติมายาวนาน และเป็นที่ยอมรับมาหลายต่อหลายรุ่น รวมไปถึงเราจะพบเห็นบุคคลที่มีชื่อเสียงสวมใส่แบรนด์นี้ ตั้งแต่ Celebrity ชื่อดัง ไปจนถึงราชวงศ์ของหลายประเทศ
ปัจจุบัน Cartier เป็นแบรนด์ที่มีเจ้าของเป็นบริษัทสัญชาติสวิส ที่ชื่อ Richemont
บริษัทนี้ยังเป็นเจ้าของแบรนด์ดังอื่นๆ เช่น Piaget, Montblanc และ Van Cleef & Arpels
แล้วก่อนหน้านี้เรื่องราวของ Cartier เป็นอย่างไร?
Cartier นั้นก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1847 โดยคุณ Louis-François Cartier ที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส
Cartier โดดเด่นมากในเรื่องของ เพชร และ นาฬิกา จนย้ายเข้าไปอยู่ในถนนค้าขายเพชรชื่อดังของปารีสได้ ในปี 1899
ชื่อเสียงของ Cartier นั้น โด่งดังมากขึ้นอีกเมื่อสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งสหราชอาณาจักร ได้สั่งทำ มงกุฏเพชรจาก Cartier และกล่าวชื่นชม Cartier ว่า “The jeweller of kings and the king of jewellers” ซึ่งหมายความว่า Cartier เป็นผู้ประกอบเครื่องเพชรให้ราชา และเป็นราชาแห่งผู้ประกอบการเครื่องเพชร
ในสมัยนั้น Cartier ยังถูกมองว่าเป็นสินค้าที่คู่ควรกับ คนระดับสูง ซึ่งก็แน่นอนว่าน้อยคนนักที่จะสามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของได้
จนมาถึง ผู้ที่ทำให้แบรนด์ Cartier นั้นเป็นที่รู้จักมากขึ้นก็คือ รุ่นหลานของคุณ Louis-François โดยได้มีการขยายกิจการของ Cartier ไปยังเมืองลอนดอน และนิวยอร์ก ซึ่งแต่ละสาขาก็แยกกันบริหาร มีแนวทางที่ไม่เหมือนกัน
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณ Pierre หลานของคุณ Louis-François เสียชีวิตลงในปี 1964 ทายาทตระกูล Cartier ก็ตัดสินใจประกาศขายกิจการให้กับนักลงทุน
เส้นทางของแบรนด์ Cartier ดูเหมือนจะสิ้นสุดลง
แต่ก็มีผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงให้ Cartier นั้นกลับมาพลิกฟื้นได้อีกครั้ง
นั่นก็คือเจ้าของบริษัทผลิตไฟแช็ก Silver Match ที่ชื่อว่าคุณ Robert Hocq
ในเวลานั้นคุณ Robert Hocq ต้องการผลิตไฟแช็กที่มีความหรูหรามากขึ้น
หลังจากหาพันธมิตรอยู่นาน สุดท้าย ก็ได้มาจับมือกับ Cartier ผลิตไฟแช็กสุดหรู
โดยไฟแช็กรุ่นนี้ สามารถทำยอดขายได้จำนวนมาก
จนในปี 1972 เขาและนักลงทุนคนอื่นๆ จึงร่วมกันเข้าซื้อกิจการ Cartier ในปารีสในที่สุด
เรื่องของไฟแช็กนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
เพราะหลังจากที่ได้เข้าซื้อกิจการก็ได้มีการออกไลน์สินค้าใหม่ที่ชื่อว่า “Les Must de Cartier”
หรือแปลว่า You must buy a Cartier
ซึ่งจะเน้นผลิตสินค้าที่จับต้องได้มากขึ้น ทั้งไฟแช็ก ปากกา นาฬิกา เครื่องหนัง หรือแม้แต่แว่นกันแดด
ถึงแม้สินค้าจะแตกไลน์มาจากเครื่องเพชร แต่ก็ได้รับความนิยมมาก จนทำให้ Cartier นั้นพลิกฟื้นมาเป็น Cartier แบบที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม Cartier ก็ยังดำเนินธุรกิจเครื่องเพชรอยู่
แล้ว Cartier กลายมาเป็น ส่วนหนึ่งของ Richemont ได้อย่างไร?
หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากคอลเล็กชัน ”Les Must de Cartier” Cartier ก็เติบโตขึ้นมาก
แต่ก็ยังต้องการเงินทุนเพิ่มในการขยายกิจการ
ซึ่งผู้ที่ให้ความสนใจในการสนับสนุนเงินลงทุนนั้นก็คือคุณ Anton Rupert พ่อของคุณ Johann Rupert ผู้ก่อตั้งบริษัท Richemont นั่นเอง
เขาได้ลงทุนใน Cartier จนสุดท้ายเขาได้ตัดสินใจก่อตั้งบริษัท Richemont ขึ้นในปี 1988 เพื่อบริหารการลงทุนในต่างประเทศทั้งหมด
และ Cartier ก็กลายมาเป็นบริษัทลูกของ Richemont ในเวลาต่อมา
หลังจากนั้น เครือ Richemont ก็เข้ามาปลุกปั้นแบรนด์ Cartier ต่อ
จนปัจจุบัน Cartier ก็กลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงถึง 300,000 ล้านบาท
ติดอันดับที่ 64 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกปี 2019
ยอดขายในปี 2019 ของเครือ Richemont อยู่ที่ 500,000 ล้านบาท
มาจากธุรกิจ Jewelry 253,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 51% ซึ่ง Cartier อยู่ในหมวดนี้
จากกรณีศึกษาของ Cartier ทำให้เราเห็นได้ว่า
แบรนด์ Luxury นั้นก็ต้องมีการปรับตัว
ถึงแม้ว่า Cartier จะถูกมองว่า การทำสินค้าที่ราคาจับต้องได้จะทำให้ความเป็น Luxury นั้นลดลง แต่ก็สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อีกจำนวนมาก และก็ทำให้บริษัทสามารถอยู่รอดมาได้
ถึงแม้ความหรูหราของ Cartier จะเทียบไม่ได้เหมือนกับเมื่อสมัยแรกเริ่ม แต่ปัจุบัน Cartier ก็ยังถือเป็นแบรนด์เครื่องประดับหรูอันดับต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง
ซึ่งความจริงแล้ว เรื่องนี้ก็ต้องขอบคุณทุกคน ตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง ผู้สานต่อทุกคน ที่ช่วยกันสร้างตำนาน และทำให้ Cartier ยังเป็นแบรนด์ที่สามารถครองใจใครหลายๆ คนทั่วโลกได้ในเวลานี้..
© 2024 Longtungirl. All rights reserved. Privacy Policy.