Tatyana ผู้หญิงที่รวยสุดในรัสเซีย ทำธุรกิจอะไร?
Business

Tatyana ผู้หญิงที่รวยสุดในรัสเซีย ทำธุรกิจอะไร?

12 พ.ค. 2021
Tatyana ผู้หญิงที่รวยสุดในรัสเซีย ทำธุรกิจอะไร? /โดย ลงทุนเกิร์ล
ถ้าเรามีเงินเก็บ 20,000 บาท เราจะเอาไปทำอะไร 
ฝากธนาคาร ซื้อของที่อยากได้ หรือนำเอาไปลงทุน
สำหรับคุณ Tatyana Bakalchuk เธอเลือกที่จะนำไปสร้างธุรกิจ
ที่ปัจจุบันทำให้เธอ กลายเป็นผู้หญิงที่รวยสุดในประเทศรัสเซีย
ด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวมเกือบ 400,000 ล้านบาท
แล้วคุณ Bakalchuk นำเงินไปทำธุรกิจอะไร ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
พื้นเพของคุณ Tatyana Bakalchuk เรียกได้ว่าธรรมดามาก 
ต่างจากมหาเศรษฐีคนอื่น ๆ ในรัสเซีย ที่ถ้าไม่เป็นผู้ชาย 
ก็จะเป็นผู้หญิงที่มีเส้นสายหรือได้รับมรดกมา
แต่สำหรับคุณ Bakalchuk เธอเป็นเพียงคนที่เรียนจบด้านภาษา 
และทำอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ
โดยเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในปี 2004 ขณะที่คุณ Bakalchuk อยู่ระหว่างการลาคลอดที่อะพาร์ตเมนต์
ตอนนั้นคุณ Bakalchuk ในวัย 28 ปี คิดเพียงว่าจะหาอะไรทำ 
เพื่อมาทดแทนรายได้จากการเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่หายไป
และเนื่องจากการที่เธอตั้งครรภ์ ก็ทำให้เธอรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง จะขยับตัวทำอะไรก็ลำบาก 
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้คุณ Bakalchuk ตระหนักว่า เป็นสิ่งที่ผู้หญิงแทบทุกคนต้องเจอเหมือน ๆ กัน
ดังนั้น เมื่อออกไปไหนไม่ได้ การช็อปปิงสินค้าจากที่บ้านก็น่าจะเป็นคำตอบ
Wildberries จึงได้ถือกำเนิดขึ้น โดยเริ่มจากการเป็นร้านเสื้อผ้าออนไลน์ ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิง
เรียกได้ว่าคุณ Bakalchuk เป็นผู้บุกเบิกของวงการเลยก็ว่าได้ 
เพราะในตอนนั้นตลาดอีคอมเมิร์ซในรัสเซียมีขนาด 1 แสนล้านบาท และมีคนขายเพียง 1,500 ราย 
ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หนังสือ และของใช้ในบ้านอื่น ๆ 
และแทบไม่มีใครขายเสื้อผ้าออนไลน์เลย
แรก ๆ คุณ Bakalchuk เริ่มจากการสั่งแบรนด์เสื้อผ้าจากเยอรมนีเข้ามาขาย
ซึ่งเมื่อสินค้าออร์เดอร์แรกเดินทางมาถึง คุณ Bakalchuk ต้องนั่งรถประจำทางเพื่อไปรับสินค้า
ก่อนจะมาแพ็กสินค้าใหม่ และแยกส่งไปรษณีย์ให้กับลูกค้าด้วยตัวเอง
ต่อมาในปี 2005 เธอก็ได้ใช้เงินเก็บของเธอจำนวน 20,000 บาท 
ในการสร้างเว็บไซต์ ลงโฆษณา รวมถึงจ้างพนักงานมาช่วย
ซึ่งหนทางของ Wildberries ก็ไม่ได้ราบรื่นเอาเสียเลย 
เพราะตอนนั้นโครงสร้างพื้นฐานหลาย ๆ อย่าง ที่เอื้อต่ออีคอมเมิร์ซของรัสเซียยังไม่พร้อม
ประกอบกับแต่ละพื้นที่ของรัสเซียอยู่ห่างไกลกัน และระบบขนส่งก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร 
ซ้ำร้ายไม่กี่ปีต่อมา บริษัทจากเยอรมนี ที่คุณ Bakalchuk สั่งสินค้า
ก็ตัดสินใจเข้ามาบุกตลาดรัสเซียด้วยตัวเอง 
ซึ่งนั่นก็เป็นการบังคับให้ Wildberries ต้องหาซัปพลายเออร์รายใหม่
แต่แล้วจุดพลิกผันก็เกิดขึ้นในปี 2008 ซึ่งเป็นปีที่เกือบทั้งโลก เผชิญหน้ากับวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่
อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณ Bakalchuk กลับมองว่า เป็นหนึ่งในช่วงที่ดีที่สุดในชีวิต
เพราะทำให้เธอสามารถตกลงซื้อเชื่อสินค้าล็อตใหญ่จาก Adidas ได้
เนื่องจากบริษัทของเธอไม่ได้อาศัยเงินจากนักลงทุนภายนอก และไม่ได้กู้เงินจำนวนมาก 
ทำให้ Wildberries มีนโยบายทางการเงินที่ยืดหยุ่น และมีเครดิตค่อนข้างดี
ประกอบกับแบรนด์ใหญ่ ๆ เอง ก็น่าจะต้องการระบายสินค้าในสต็อก
จึงทำให้คุณ Bakalchuk ได้สัญญาสำหรับขายสินค้าจาก Adidas นานถึง 2 ปี
ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ Wildberries เลยทีเดียว 
จากวันนั้นจนถึงตอนนี้ Wildberries ก็ได้กลายเป็นอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่สุดในรัสเซียเป็นที่เรียบร้อย หากวัดจากยอดขายสินค้าแพลตฟอร์ม 
และที่สำคัญ Wildberries ครองตำแหน่งนี้มาแล้วถึง 4 ปีซ้อน
ปัจจุบัน Wildberries มีสินค้าขายกว่า 4 ล้านชนิด จากกว่า 40,000 แบรนด์
ซึ่งมาจากซัปพลายเออร์ 30,000 แห่ง คิดเป็น 45% ของแหล่งสินค้าทั้งหมดในรัสเซีย
โดยในปี 2020 Wildberries ทำยอดขายไปได้ถึง 130,000 ล้านบาท
ทิ้งห่างคู่แข่งอันดับ 2 อย่าง Ozon ที่ทำรายได้ไป 44,000 ล้านบาท อยู่หลายเท่าตัว
ที่น่าสนใจคือ Ozon ได้รับเงินจากนักลงทุนมาก่อน 
และเพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ของสหรัฐอเมริกาเมื่อปลายปี 2020 
ในขณะที่คุณ Bakalchuk ปฏิเสธข้อเสนอทางการเงินมานับครั้งไม่ถ้วน 
จากนักลงทุน ซึ่งรวมไปถึง Vladimir Yevtushenkov ซึ่งถือหุ้นคู่แข่งอย่าง Ozon ด้วย
โดยที่ผ่านมา คุณ Bakalchuk เน้นการเติบโตจากเงินภายในเป็นหลัก
ไม่เคยแม้กระทั่งจะเดินไปที่ธนาคารตอนเริ่มต้นธุรกิจ 
และครั้งแรกที่เธอตัดสินใจกู้เงิน ก็ด้วยเหตุผลว่า CFO บอกให้กู้เพื่อจะได้มีประวัติเครดิตที่ดี 
อย่างไรก็ตาม อนาคตของ Wildberries ก็น่าจะยังเติบโตไปได้อีกมาก
โดยเฉพาะจากสถานการณ์โรคระบาดในปี 2020 
ซึ่งในปีที่ผ่านมา ตลาดอีคอมเมิร์ซในรัสเซีย ถือว่าเติบโตมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ถึง 44% และมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท
ที่สำคัญ โอกาสเติบโตของธุรกิจนี้ ก็ยังแค่เริ่มต้น
เพราะส่วนแบ่งตลาดของอีคอมเมิร์ซ ยังเป็นเพียง 11% ของตลาดค้าปลีกเท่านั้น
ซึ่งคุณ Bakalchuk ก็ไม่ได้จับแค่เพียงตลาดรัสเซียเท่านั้น 
ปัจจุบัน Wildberries ให้บริการมากกว่า 10 ประเทศ 
เช่น ประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของโซเวียตหรือรัสเซียมาก่อน 
อย่างคาซัคสถาน เบลารุส โปแลนด์ หรือสโลวาเกีย
รวมถึงประเทศในแถบยุโรป เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และเยอรมนี
ปิดท้ายด้วยข้อคิดการทำธุรกิจจากคุณ Bakalchuk 
เธอบอกว่า ถ้าเธอได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจมาก่อน อาจจะไม่มี Wildberries ในวันนี้
เพราะเธอคงต้องนั่งทำโมเดลธุรกิจ เพื่อคำนวณว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นไปได้หรือไม่ 
ซึ่งสุดท้ายแล้ว เธอก็อาจจะไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย
โชคดีที่คุณ Bakalchuk ไม่เคยต้องรับรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน
และเนื่องจากเธอไม่รู้ จึงไม่มีอะไรที่สามารถทำให้เธอกลัว 
และหยุดเธอจากการลงมือทำได้..
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.