รู้จัก Stanley แบรนด์แก้วน้ำ ที่ร่วมมือกับ Starbucks กี่ครั้ง ก็ขายดี
history
Business

รู้จัก Stanley แบรนด์แก้วน้ำ ที่ร่วมมือกับ Starbucks กี่ครั้ง ก็ขายดี

3 มิ.ย. 2021
รู้จัก Stanley แบรนด์แก้วน้ำ ที่ร่วมมือกับ Starbucks กี่ครั้ง ก็ขายดี /โดย ลงทุนเกิร์ล
“Stanley” เป็นแบรนด์ที่มีอายุยาวนานถึง 108 ปี
ก่อตั้งโดยนักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน คุณ William Stanley Jr.
ผู้เป็นเจ้าของสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ และอุปกรณ์ไฟฟ้ามากกว่า 100 รายการ

แต่สิ่งประดิษฐ์ที่สร้างชื่อให้กับเขามากที่สุด ก็คือ “ขวดน้ำสุญญากาศ”

ซึ่งเขาได้นำเอาทฤษฎีที่เขาเคยศึกษาในระหว่างพัฒนาหม้อแปลงไฟฟ้า
มาแปรเปลี่ยนเป็นการพัฒนาขวดน้ำ..

เรื่องราวของแบรนด์ Stanley น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง

จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Stanley มีเรื่องเล่ากันต่อ ๆ มาว่า
เกิดจากปัญหาของคุณ William Stanley Jr.
ที่อยากจะค่อย ๆ จิบกาแฟที่ร้อนอยู่ตลอด ในวันที่อากาศเริ่มหนาว

แต่ทว่าการรินกาแฟใส่แก้วทิ้งไว้ ในวันที่อากาศหนาวเย็น
ไม่นานนัก กาแฟก็จะเย็นชืดไปในที่สุด

เราอาจคิดว่านี่คงเป็นปัญหาเล็ก ๆ ที่ไม่เห็นจะแก้ยากตรงไหน
แต่ให้เราลองจินตนาการว่าเมื่อ 100 ปีที่แล้ว
ไม่ได้มีนวัตกรรมให้ความอบอุ่น ที่สะดวกสบาย เหมือนอย่างทุกวันนี้

ยิ่งไปกว่านั้น ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เมื่อฤดูหนาวมาเยือน
มันไม่ใช่เพียงแค่ลมเย็นสบายเหมือนแบบบ้านเรา แต่มันคือความหนาวที่สุดแสนจะทรมาน

ดังนั้น การดื่มอะไรร้อน ๆ จึงถือเป็นการเติมความอบอุ่นเข้าไปให้ร่างกาย
แต่ในทางกลับกันถ้ากาแฟที่ชงมาร้อน ๆ กลับเย็นชืดไปเสียอย่างนั้น ดื่มเข้าไปก็คงจะไม่ดีเท่าไรนัก

คุณ William Stanley Jr. จึงเริ่มประดิษฐ์ขวดน้ำ ที่มีโจทย์สำคัญ คือ ต้องสามารถเก็บกักความร้อนของเครื่องดื่มไว้ได้ตลอดทั้งวัน

โดยคุณ Stanley ได้นำเอาความรู้ที่ใช้สร้าง “หม้อแปลงไฟฟ้า”
มาประยุกต์ใช้สำหรับประดิษฐ์ “ขวดน้ำสุญญากาศ” ที่หุ้มด้วยเหล็กด้านนอกทั้งหมด
ทำให้สามารถเก็บความร้อน และรักษาอุณหภูมิภายในขวดเอาไว้ได้

ซึ่งนอกจากขวดน้ำที่คุณ William Stanley Jr. สร้างขึ้นจะสามารถเก็บรักษาอุณหภูมิได้แล้ว
มันยังมีความแข็งแรงและทนทานมาก ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องกังวลกับปัญหาขวดตกแตก หรือใส่น้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปจนขวดมีรอยร้าวหรือแตกได้

หลังจากนั้น ในปี 1913 แบรนด์ขวดน้ำเก็บรักษาอุณหภูมิ ที่มีชื่อว่า Stanley ก็ได้เกิดขึ้น
และในปีเดียวกันนี้เอง คุณ William Stanley Jr. ก็ได้จดสิทธิบัตรผลงานการสร้างขวดน้ำเหล็กสุญญากาศนี้ด้วย

แน่นอนว่าหลังจากที่วางขายสินค้าดังกล่าว
ก็ต้องมีทั้งคนที่ชื่นชอบ และไม่ชื่นชอบเป็นธรรมดา

สำหรับลูกค้าที่ไม่ชอบขวดน้ำของแบรนด์ Stanley ก็เนื่องมาจาก
เวลาที่ลูกค้าดื่มน้ำ พวกเขาจะได้กลิ่น “เหล็ก” ผสมมาด้วยทุกครั้ง ซึ่งมันทำให้เครื่องดื่มเสียรสชาติ

ดังนั้น คุณ William Stanley Jr. จึงได้คิดค้นขวดและแก้วน้ำในกลุ่ม Ceramivac™ ขึ้นใหม่

ซึ่งใช้ฉนวนที่ทำจากเหล็ก แต่มีผิวเคลือบเป็น “เซรามิก”
ข้อดีของสินค้ากลุ่มนี้ คือ ยังสามารถรักษาอุณหภูมิได้เหมือนเดิม
แต่เซรามิกที่เคลือบอยู่ด้านนอกจะไม่มีรสชาติและกลิ่นแบบโลหะ ที่บางคนไม่ชอบ

ด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ของแบรนด์ ก็ทำให้ Stanley
ถูกนำไปใช้ในหมู่ทหารและนักบิน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

ต่อมาในปี 2009 แบรนด์ Stanley ก็ได้มีการปรับให้สินค้ารุ่นดั้งเดิม มีน้ำหนักที่เบาขึ้น
เพื่อให้ลูกค้าใช้ได้สะดวกสบายมากขึ้น

แต่ข้อเสียก็คือ ความสามารถในการเก็บรักษาอุณหภูมิก็ลดตามไปด้วย

ดังนั้น ในปี 2017 แบรนด์ Stanley จึงได้ออกสินค้ากลุ่มใหม่ที่ชื่อว่า “Master Series”
ซึ่งทางแบรนด์ได้เคลมว่า รุ่นนี้จะสามารถเก็บรักษาอุณหภูมิไปได้ “หลายวัน” เลยทีเดียว..

ปัจจุบัน แบรนด์ Stanley เป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักตกปลาและนักตั้งแคมป์
ซึ่งนอกจาก แบรนด์ Stanley จะผลิตขวดน้ำเก็บความเย็นแล้ว ยังมีสินค้าอื่น ๆ อีก เช่น
กล่องอาหาร, ถังน้ำ, หม้อกระทะ, แก้วเบียร์, อุปกรณ์สำหรับดริปกาแฟ และอื่น ๆ

อีกเรื่องที่น่าสนใจ ก็คือ แบรนด์ Stanley ยังเป็นผู้ที่ผลิตแก้วร่วมกับ Starbucks ที่ขายดีเกือบแทบทุกคอลเลกชัน

โดยแก้วที่ Stanley ผลิตร่วมกับ Starbucks จะมีความพิเศษตรงที่
การใช้ “วัสดุ” จากแบรนด์ Stanley ทำให้แก้วหรือขวดน้ำนั้น ๆ มีความสามารถในการเก็บรักษาอุณหภูมิเครื่องดื่มได้นานกว่าแก้วรุ่นทั่ว ๆ ไปของ Starbucks

และสินค้าที่ Stanley ร่วมผลิตให้ Starbucks จะมีโลโก Stanley + Starbucks อยู่เสมอ
ซึ่งคอลเลกชันแก้วน้ำที่เป็นการร่วมมือกันของทั้ง 2 แบรนด์นี้ ยังมีวางขายในหลาย ๆ ประเทศ
เช่น ไทย, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้

ปัจจุบัน แบรนด์ Stanley อยู่ภายใต้ PMI บริษัทผู้เป็นเจ้าของแบรนด์บรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่ม ที่มีการใช้นวัตกรรมเข้ามาในการพัฒนาตัวสินค้า

เรื่องราวของแบรนด์ Stanley ที่มองผ่าน ๆ แล้วเหมือนจะเป็นสินค้าที่แสนธรรมดา

แต่กว่าจะมาเป็นสินค้าทั่ว ๆ ไปในยุคนี้
มันก็ได้ผ่านการคิดค้นและถือเป็นนวัตกรรมเมื่อร้อยปีก่อน
ซึ่งในบางครั้งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ก็อาจอยู่ใกล้มือเรา
เหมือนถ้วยกาแฟใบหนึ่ง..

References:
https://www.outsideonline.com/History-Stanley-Beverage-Brand
https://www.stanley1913.com/blogs/my-stanley/
https://www.stanley1913.com/pages/since-1913
https://www.prnewswire.com/news-releases/
https://pmiworldwide.com/who-we-are/
© 2021 Longtungirl. All rights reserved.