King Coffee กาแฟสัญชาติเวียดนาม ที่ได้เปิดร้านใน Disney Resort ของสหรัฐอเมริกา
Food
Business

King Coffee กาแฟสัญชาติเวียดนาม ที่ได้เปิดร้านใน Disney Resort ของสหรัฐอเมริกา

King Coffee กาแฟสัญชาติเวียดนาม ที่ได้เปิดร้านใน Disney Resort ของสหรัฐอเมริกา /โดย ลงทุนเกิร์ล
King Coffee คือ แบรนด์กาแฟสัญชาติเวียดนาม ที่เพิ่งเปิดตัวธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟที่สหรัฐอเมริกา
แม้ชื่อร้านจะแปลว่า “ราชากาแฟ” แต่เบื้องหลังอาณาจักรแห่งนี้กลับไม่ใช่ชายหนุ่ม แต่เป็น “หญิงสาว”
ที่น่าสนใจคือ เธอคนนี้ เป็นผู้ที่พาให้กาแฟเวียดนามกลายเป็นที่รู้จัก
ใน 120 ประเทศทั่วโลก ภายในเวลาเพียง 5 ปี
แล้วผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลัง King Coffee นี้คือใคร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
เวียดนาม คือประเทศที่ผลิตและส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุด เป็นอันดับ 2 ของโลก รองลงมาจากประเทศบราซิล 
โดยในปี 2020 มีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 8.4 หมื่นล้านบาท จากการส่งออกกาแฟ 1.7 ล้านตัน 
ซึ่ง King Coffee ก็มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศเวียดนาม
เนื่องจากเป็นที่รู้จักกันดี ในนามของ “ผู้ส่งออกกาแฟสำเร็จรูป” ที่ส่งออกไปแล้วมากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก และทำยอดขาย 1,875 ล้านบาท ในปี 2016 ซึ่งเป็นปีแรกที่เปิดตัวสินค้า
โดยคนที่ปลุกปั้นแบรนด์กาแฟแห่งนี้ คือคุณ Le Hoang Diep Thao หรือคุณ Thao 
เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัท Trung Nguyen International (TNI) บริษัทลูกของ Trung Nguyen Group
ที่มีมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท และยังเป็นเจ้าของฟาร์มกาแฟอีกกว่า 1,000 ไร่ 
สำหรับคุณ Thao แล้ว ธุรกิจกาแฟเปรียบเสมือนอีกส่วนหนึ่งในชีวิตเธอเลยก็ว่าได้
เนื่องจากเธอเติบโตมาจากครอบครัวที่ทำอาชีพปลูกกาแฟ 
ทำให้ชีวิตของเธอรายล้อมด้วยสวนกาแฟตั้งแต่เด็ก ๆ รวมทั้งมีประสบการณ์เกี่ยวกับกาแฟมาอย่างยาวนาน
ที่สำคัญ สำหรับ Trung Nguyen Group เอง คุณ Thao ก็เป็นผู้ก่อตั้งร่วมกับสามี 
และเธอก็เปรียบเสมือนช้างเท้าหลังในการทำธุรกิจ คอยสนับสนุนสามีมาโดยตลอด
จนทำให้ Trung Nguyen Group กลายเป็นโรงคั่วและค้าปลีกกาแฟชั้นนำ
รวมถึงครองตำแหน่งธุรกิจส่งออกกาแฟ อันดับต้น ๆ ในประเทศเวียดนาม
ถึงแม้ทิศทางของบริษัท Trung Nguyen Group จะเติบโตไปได้ด้วยดี
แต่ในด้านชีวิตส่วนตัว ระหว่างคุณ Thao กับสามีกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง 
เนื่องจากทั้งคู่มีปัญหาจนถึงขั้นหย่าร้าง และขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นเวลานาน
และผลกระทบจากเรื่องนี้ ก็เริ่มลุกลามมาถึงชื่อเสียงของบริษัท 
รวมถึงส่วนของธุรกิจในต่างประเทศ ก็ได้รับการดูแลอย่างไม่ทั่วถึง 
พอเรื่องเป็นแบบนี้ คุณ Thao ที่เห็นช่องว่าง 
จึงก่อตั้งบริษัท Trung Nguyen International แยกออกมาในปี 2008 เพื่อเน้นตีตลาดต่างประเทศเป็นหลัก 
อย่างไรก็ตาม คุณ Thao ยังเล็งเห็นว่าแม้เวียดนามจะส่งออกกาแฟได้หลายล้านตันทั่วโลก 
แต่ในสายตาคนต่างชาติ คุณภาพของกาแฟกลับไม่ได้ไปควบคู่กับปริมาณ
เธอจึงตัดสินใจสร้างแบรนด์ King Coffee กาแฟพรีเมียมขึ้นมาในปี 2015 
โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะยกระดับกาแฟเวียดนาม 
ซึ่งชื่อของ “King Coffee” นี้ ก็อาจเป็นการตั้งเพื่อเหน็บแนมอดีตสามีของเธอ
เนื่องจากเขาได้รับการขนานนามจาก Forbes Asia ให้เป็น “ราชากาแฟ” 
ในฐานะผู้ดูแลบริษัทกาแฟมหาอำนาจของเวียดนาม
แต่ในขณะที่ชื่อของคุณ Thao กลับไม่ได้เป็นที่กล่าวถึงในหน้าสื่อมากนัก 
ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็มีส่วนในการปลุกปั้นบริษัทนี้มาไม่น้อย 
ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ แทนที่จะเปิดตัวสินค้าในประเทศบ้านเกิด
แต่คุณ Thao กลับเลือกไปเปิดตัวแบรนด์กาแฟสำเร็จรูป King Coffee ที่สหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก
ก่อนที่จะกลับมาทำตลาดในประเทศเวียดนามในปีถัดมา
สาเหตุของเรื่องนี้ก็เป็นเพราะ สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดที่ใหญ่ 
ซึ่งเธอก็เน้นจับไปที่กลุ่มคนเอเชีย ในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อน 
หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ ขยับไปบุกตลาดประเทศอื่นในแถบเอเชีย 
อย่างประเทศจีน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย, สิงคโปร์ และเกาหลีใต้
ซึ่งการเดินทางพากาแฟเวียดนามไปตลาดโลกของ King Coffee นั้น
ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด และยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
แม้ในปี 2020 จะเจอกับความท้าทาย อย่างวิกฤติโรคระบาด 
แต่ King Coffee ก็สามารถขยายธุรกิจการส่งออกไปได้ถึง 120 ประเทศทั่วโลก
ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเป็นเท่าตัว รวมทั้งยังมีรายได้และส่วนแบ่งตลาดเติบโตขึ้นถึง 200% 
นอกจากการส่งออกกาแฟสำเร็จรูปแล้ว King Coffee ยังทำโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟอีกด้วย 
โดยมีสาขาในประเทศกว่า 50 สาขา และสาขาที่ต่างประเทศอย่างประเทศเกาหลีใต้ 
รวมถึงสาขาล่าสุดคือ สหรัฐอเมริกา ที่เปิดใน Disney Resort 
แหล่งรวมร้านแฟรนไชส์ชื่อดังอย่าง Cheesecake Factory และ Bubba Gump
อ่านมาถึงตรงนี้ แบรนด์ King Coffee ก็ดูน่าสนใจทีเดียว 
ที่สามารถขยายสาขาไปสู่ต่างประเทศได้มากมายขนาดนี้ 
แม้ว่าในประเทศเวียดนาม แบรนด์ King Coffee จะยังเป็นเพียงแบรนด์เล็ก ๆ 
เมื่อเทียบกับแบรนด์ใหญ่ ๆ อย่าง Trung Nguyen, Vinacafé Bien Hoa และ Nestlé ที่เป็นเจ้าตลาด
ซึ่งสำหรับ King Coffee แล้ว จุดมุ่งหมายหลัก อาจจะไม่ได้อยู่แค่ภายในประเทศเวียดนามเท่านั้น
แต่เป็นตลาดที่ใหญ่กว่าหลายเท่าตัว นั่นก็คือ ตลาดระดับโลก
และหากดูในตลาดโลกแล้ว King Coffee ก็ถือเป็นแบรนด์เล็ก ๆ ที่ดูน่าเกรงขามเลยทีเดียว 
เพราะปัจจุบัน ก็ได้กลายเป็นแบรนด์ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดจากทั่วโลก 
ซึ่งท้ายที่สุดนี้ แม้จุดเริ่มต้นธุรกิจของคุณ Thao จะเคยเป็นช้างเท้าหลังให้อดีตสามี
แต่รู้หรือไม่ จริง ๆ แล้ว เวลาช้างเดินจะ “ก้าวเท้าหลัง” ก่อนเสมอ 
นั่นหมายความว่าการเป็นช้างเท้าหลังอาจจะไม่ใช่ผู้ตามอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่เป็น “ผู้นำ” ก็ได้ 
© 2022 Longtungirl. All rights reserved.